จำนวนงานวิจัย ( 5 )

การจัดการการตลาดร่วมสมัยที่มีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยทรงดำ
การจัดการการตลาดร่วมสมัยที่มีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยทรงดำ

บทความการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อ 1) ศึกษาบริบทกลุ่มผ้าทอไทเฮือนดำ บ้านดอน มะนาว อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี 2) เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการผลิตภัณฑ์กลุ่มผ้าทอไทเฮือนดำ บ้านดอนมะนาว อ. อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการวิจัยพบว่า ประเด็นของการบริบทกลุ่มผ้าทอไทเฮือนดำ บ้านดอน อำเภออู่ทอง จังหวัด สุพรรณบุรี ได้ดังนี้ กลุ่มผ้าทอไทเฮือนดำ บ้านดอน จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งรวมของชาวไทยทรงดำหรือ ไทยโซ่งที่มีรากเหง้าจากสิบสองจุไท เมืองแถง เขตเดียนเบียนฟูในปัจจุบัน ชาวไทยทรงดำได้อพยพเข้ามาตั้ง ถิ่นฐานที่บ้านดอนเมื่อประมาณ 150 ปี โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีไว้ครบถ้วน มีเอกลักษณ์ทั้งด้าน ภาษา เครื่องแต่งกายสีดำ สถาปัตยกรรม “เฮือนกระดองเต่า” และพิธีกรรมสำคัญ เช่น การเลี้ยงผีบรรพบุรุษ งานตำข้าวเม่า รวมทั้งการทอผ้าซึ่งเป็นภูมิปัญญาชุมชนที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ชุมชนแห่งนี้ยังคงรักษาวิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เช่น การปลูกข้าว การใช้ภูมิปัญญาในงานหัตถกรรม การช่วยเหลือเกื้อกูลกันในระหว่างสมาชิก รวมถึงการนับถือและบูชาบรรพบุรุษที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันประชากรในชุมชนบ้านดอนยังคงดำเนินกิจกรรมทางวัฒนธรรมเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง และได้ส่งเสริม ภูมิปัญญาการทอผ้าไทยทรงดำให้กลายเป็นสินค้าสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของพื้นที่ นับเป็น ศูนย์กลางสำคัญในการฟื้นฟูและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยทรงดำในประเทศไทย รูปแบบการจัดการการตลาดร่วมสมัยสำหรับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยทรงดำ เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลและการ ออกแบบรูปแบบ การจัดการการตลาดร่วมสมัยสำหรับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยทรงดำ โดยพิจารณาถึงการส่วน ประสมทางการตลาดในปัจจุบัน (4Cs) เป็นสำคัญ คือ 1. ลูกค้า (Customer) กลุ่มผ้าทอไทยทรงดำ จังหวัด สุพรรณบุรี เน้นการเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผลิตด้วยมือทุกขั้นตอนและสื่อสารเรื่องราวประวัติ อัตลักษณ์ และกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน เพื่อ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการกับลูกค้าอย่างแท้จริง 2. ความคุ้มค่า (Cost) กลุ่มผ้าทอไทยทรงดำ จังหวัดสุพรรณบุรี มีความโดดเด่นในกระบวนการผลิตที่ ประณีตและซับซ้อน โดยผ้าแต่ละชิ้นผ่านการทอด้วยมือ การปักและตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน ซึ่งสะท้อนถึงทักษะ ฝีมือและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ้าไทยทรงดำใช้สีธรรมชาติที่ได้จากใบไม้ เปลือกไม้ และรากไม้ ส่งเสริมความเป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อมและรักษาความเป็นไทยแท้ ลูกค้าเห็นคุณค่าในความพยายามนี้และรับรู้ถึงความคุ้มค่าที่ ยอดเยี่ยมจากคุณภาพและความหมายทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง 3. ความสะดวก (Convenience) กลุ่มผ้า ทอไทยทรงดำ จังหวัดสุพรรณบุรี มีพัฒนาการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ให้สะดวกและยืดหยุ่นมากขึ้น ผ่านช่องทาง จำหน่ายหน้าร้านและการออกร้านในงานต่าง ๆ พร้อมขยายตลาดออนไลน์ เช่น Facebook Line Instagram และ TikTok รวมถึงแพลตฟอร์ม Marketplace เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการ ความรวดเร็วและง่ายดายในการซื้อสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง 4. การสื่อสาร (Communication) กลุ่มผ้าทอ ไทยทรงดำ จังหวัดสุพรรณบุรี ใช้การสื่อสารแบบสองทางในหลากหลายช่องทาง ทั้งการพบปะโดยตรงและ การออกร้าน รวมถึงการนำเสนอเนื้อหาผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook Instagram และ TikTok โดย เน้นการเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมา ความหมายของลวดลาย และขั้นตอนการผลิต ช่วยสร้างความเข้าใจ เสริมความน่าเชื่อถือ และจูงใจให้เกิดการตัดสินใจซื้ออย่างยั่งยืน

2567
การออกแบบและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ก้อนเห็ดเศรษฐกิจ จ.สุพรรณบุรี
การออกแบบและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ก้อนเห็ดเศรษฐกิจ จ.สุพรรณบุรี

บทความการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ 1. เพื่อศึกษาข้อมูลของผลิตภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี 2. เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจบรรจุภัณฑ์ต้นแบบของผลิตภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี 4. เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการวิจัยพบว่า บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบันต้องได้รับการปรับปรุง จากการดำเนินการวิจัยโดยมีผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 2 ราย และลูกค้าที่ซื้อก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 10 ราย เป็นการสัมภาษณ์เชิงลึก ส่งผลให้มีการออกแบบและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดแบบใหม่และได้ดำเนินการวิจัยเชิงปริมาณแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อบรรจุภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดแบบใหม่ โดยมีการเลือกสุ่มตัวอย่างแบบไม่เจาะจง จำนวน 100 ราย โดยใช้แบบสอบถาม พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย มีอายุ 20-30 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี เป็นพนักงานบริษัท รายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท สถานภาพโสด ที่อยู่อาศัยเป็นบ้าน โดยมีพฤติกรรมยังไม่เคยซื้อก้อนเพาะเห็ด ยังเห็นว่าการเพาะเห็ดควรเพาะเลี้ยงที่สวน ยังมีพฤติกรรมซื้อก้อนเห็ดมาเพาะเลี้ยงเห็ดเพื่อบริโภคในครัวเรือน ได้รับคำแนะนำการเพาะเลี้ยงเห็ดจากสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ หรืออินเตอร์เน็ต และผู้ตอบแบบสอบถามยังพบปัญหาและอุปสรรคการเพาะเลี้ยงเห็ดเนื่องด้วยไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมการเพาะเลี้ยงเห็ด จากการออกแบบบรรจุภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดพบว่า ด้านการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ ผู้บริโภคมีความพึงพอใจมากที่สุดในด้านบรรจุภัณฑ์ช่วยอำนวยความสะดวก เช่น การถือ การจัดเก็บรักษา การขนส่ง เป็นต้น และด้านการออกแบบกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์ ผู้บริโภคมีความพึงพอใจมากในด้านบรรจุภัณฑ์บอกรายละเอียดของผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน สุดท้ายความพึงพอใจเกี่ยวกับด้านอื่น ๆ มีระดับพอใจมากที่สุดในด้านบรรจุภัณฑ์ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ทั้งนี้ผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ พบว่าด้านการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ โดยสรุปได้ว่าโครงสร้างและรูปร่างบรรจุภัณฑ์สะดวกต่อการงาน ทางด้านการออกแบบกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์สามารถใช้สี การสื่อความหมาย และความครบถ้วนของข้อมูลในบรรจุภัณฑ์ได้ดี

2567
กลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองสำโรง จ. สมุทรสาคร ด้วยการตลาดดิจิทัลสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
กลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองสำโรง จ. สมุทรสาคร ด้วยการตลาดดิจิทัลสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

การวิจัยเรื่อง กลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองสำโรง อ. บ้านแพ้วจ. สมุทรสาคร ด้วยการตลาดดิจิทัลสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองสำโรง และแนวทางพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองสำโรงอ.บ้านแพ้วจ.สมุทรสาครด้วยการตลาดดิจิทัลสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้การสัมภาษณ์แบบสนทนากลุ่ม (Focus Group) และ การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) ผลจากการวิจัย พบว่ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองสำโรง อ. บ้านแพ้ว จ. สมุทรสาคร เป็นวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับน้ำพริกมาเป็นเวลายาวนานกว่า 23 ปี มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการผลิตน้ำพริกแกงเป็นอย่างดีและช่วยส่งเสริมผู้สูงอายุและสมาชิกในชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจุดอ่อน คือ ตราสินค้าของกิจการยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมากนัก เนื่องจากยังไม่มีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ตราสินค้าให้ผู้บริโภครับรู้เท่าที่ควรสมาชิกในวิสาหกิจชุมชนทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ จึงทำให้ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีและช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แนวทางการพัฒนากลยุทธ์ด้วยการตลาดดิจิทัล ช่วยสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจ ทำให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้เป็นจำนวนมาก ช่วยโปรโมทสินค้าหรือบริการผ่านทางสื่อดิจิทัล และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค เพื่อเพิ่มยอดขาย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้ง่าย และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

2566
พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพรภายใต้วิถีใหม่ (New Normal)
พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพรภายใต้วิถีใหม่ (New Normal)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ 1. เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วสมุนไพรภายใต้วิถีใหม่ (New Normal) 2. เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพรภายใต้วิถีใหม่ (New Normal) กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่ซื้อ หรือ ใช้ ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพร ประเภทผลิตภัณฑ์ชำระล้าง หรือทำความสะอาดมือที่ส่วนผสมมาจากสมุนไพร จำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือใน เก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าคะแนนเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของประชากร 2 กลุ่ม (การหาค่าที) การวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของประชากรที่มากกว่า 2 กลุ่ม โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการศึกษาพบว่า 1 ผู้บริโภคที่ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย มีอายุเฉลี่ย 21-30 ปี มีสถานภาพโสดมากกว่าสมรส/อยุ่ด้วยกัน การศึกษาส่วนใหญ่ระดับปริญญาตรี รองลงมาคือ ระดับระดับปริญญาโท และต่ำกว่าปริญญาตรี ตามลำดับ อาชีพส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทเอกชน รองลงมา นักเรียน/นักศึกษา และธุรกิจส่วนตัว/อิสระ ตามลำดับ รายได้ส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือน 15,001-30,000 บาท รองลงมา รายได้ต่อเดือน 30,001-45,000 บาท และรายได้ต่อเดือนต่ำกว่าหรือเท่ากับ 15,000 บาท ตามลำดับ 2 ข้อมูลส่วนประสมทางการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ พบว่า ผู้บริโภคมีระดับความคิดเห็นมากที่สุด โดยรวม และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ผู้บริโภคมีความคิดเห็นมากที่สุดในข้อ ความปลอดภัยกับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพร ผลิตภัณฑ์มีสีตามธรรมชาติ ปราศจากการแต่งสีผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นตามธรรมชาติปราศจากน้ำหอม 3 ข้อมูลส่วนประสมทางการตลาดด้านราคา พบว่า ผู้บริโภคมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดโดยรวม และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ผู้บริโภคมีความคิดเห็นมากที่สุดในข้อ ราคาเหมาะสมกับปริมาณบรรจุของผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพร ราคาผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพรเหมาะสมกับคุณภาพ ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพรมีความคุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้รับ และผู้บริโภคมีระดับความคิดเห็นมากในข้อ ราคาผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพรแพงกว่าผลิตภัณฑ์สุขอนามัยทั่วไป 4 ข้อมูลส่วนประสมทางการตลาดด้านช่องทางการจัดจำหน่าย พบว่า ผู้บริโภคมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดโดยรวม และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ผู้บริโภคมีความคิดเห็นมากที่สุดในข้อผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพรมีหลากหลายช่องทางการขาย หาซื้อได้ง่าย เช่น ห้างสรรพสินค้าร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น วิธีการชำระเงินที่มีความหลากหลาย เช่น การจ่ายด้วยพร้อมเพย์ เป๋าตังค์ เงินสด เป็นต้น การจัดส่งผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพรสะดวกรวดเร็ว ถึงมือผู้บริโภคในเวลาที่ต้องการ และผู้บริโภคระดับมีความคิดเห็นมากในข้อการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพรจากช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook และ Line 5 ข้อมูลส่วนประสมทางการตลาดด้านการส่งเสริมการตลาด พบว่า ผู้บริโภคมีระดับความคิดเห็นมากที่สุด โดยรวม และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ด้านการได้รับข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพรอย่างดี เช่น Brochure แนะนำผลิตภัณฑ์ และ ผ่านสื่อโซเซียลมีเดีย การมีประสบการณ์การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยด้วยสมุนไพร กิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ โฆษณาทางสื่อโซเซียลมีเดีย การจัดแสดงสินค้า ณ จุดจำหน่ายตาม ร้านค้าต่าง ๆ หรือ งานแสดงสินค้าเกี่ยวกับสมุนไพรต่าง ๆการทดสอบสมมติฐาน พบว่า 1. ผู้บริโภคที่มีอายุแตกต่างกัน มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ ด้านความถี่การซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ และฯ ด้านเหตุผลหลักที่ทำให้ท่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 ผู้บริโภคที่มีสถานภาพแตกต่างกัน มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ ด้านความถี่การซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ ด้านเหตุผลหลักที่ทำให้ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 ผู้บริโภคที่มีอาชีพแตกต่างกัน มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ ด้านความถี่ การซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ และด้านเหตุผลหลักที่ทำให้ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ แตกต่างกันกัน อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 ผู้บริโภคที่มีรายได้ต่อเดือนแตกต่างกัน มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ ด้าน ความถี่การซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ ด้านเหตุผลหลักที่ทำให้ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ และด้านเนื้อผลิตภัณฑ์ ฯ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 2. ผู้บริโภคที่มีปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ ฯ แตกต่างกัน มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ ด้านความถี่การซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ และด้านเหตุผลหลักที่ทำให้ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 ผู้บริโภคที่มีปัจจัยด้านราคาผลิตภัณฑ์ ฯ แตกต่างกัน มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ ด้านความถี่การซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 ผู้บริโภคที่มีปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ฯ แตกต่างกัน มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ ด้านความถี่การซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ และฯ ด้านเนื้อผลิตภัณฑ์ ฯ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 ผู้บริโภคที่มีปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ ฯ แตกต่างกัน มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ ด้านความถี่การซื้อผลิตภัณฑ์ฯ ด้านเหตุผลหลักที่ทำให้ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ฯ และด้านเนื้อผลิตภัณฑ์ ฯ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05

2566
กลยุทธ์การตลาดผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชน รูปแบบผ้าขาวม้า จังหวัดอำนาจเจริญ
กลยุทธ์การตลาดผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชน รูปแบบผ้าขาวม้า จังหวัดอำนาจเจริญ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาโอกาสทางการตลาดผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชน รูปแบบผ้าขาวม้า จังหวัดอำนาจเจริญ (2) เพื่อนำเสนอกลยุทธ์การตลาดผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชน รูปแบบผ้าขาวม้า จังหวัดอำนาจเจริญ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสานกลุ่มตัวอย่างของการวิจัยเชิงปริมาณคือผู้ซื้อหรือผู้ใช้ผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชน รูปแบบผ้าขาวม้า จังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 400 คน และกลุ่มตัวอย่างของการวิจัยเชิงคุณภาพ คือ ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชน รูปแบบผ้าขาวม้า จังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 3 ราย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และความถี่ และสถิติเชิงอนุมาน t-test และ One Way ANOVA (f-test) ผลการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 20-40 ปี มีสถานภาพโสด มีระดับการศึกษาปริญญาตรี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 20,001–35,000 บาท ประกอบอาชีพพนักงานมหาวิทยาลัย มีแหล่งที่พักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ช่องทางในการติดต่อสื่อสารมากที่สุดคือ LINE ค้นหาข้อมูลจาก WEBSITE ด้านพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ เหตุผลในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า คือลวดลายเป็นเอกลักษณ์และแสดงถึงอัตลักษณ์ชุมชน ประเภทผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าที่ตัดสินใจซื้อบ่อยที่สุด คือผ้าขาวม้าผืน โอกาสในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า คือในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญทางศาสนาบ่อยที่สุด แหล่งซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า คือร้านค้าชุมชนหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ราคาในการซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าโดยเฉลี่ยต่อชิ้น คือผ้าขาวม้าที่มีราคาระหว่าง 100–200 บาท จำนวนการซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าแต่ละครั้งโดยเฉลี่ย คือจำนวน 1–2 ชิ้น ความถี่ในการซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า คือมากกว่า 6 เดือน ต่อครั้งขึ้นไป ด้านส่วนผสมทางการตลาดทั้ง 4 ด้านพบว่า ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ วัฒนธรรมไทย และอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้ามีระดับราคาให้เลือกหลากหลาย ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าจำหน่ายในงานแสดงสินค้า เฉพาะอย่าง เช่น งานสินค้าแฟชั่น งานผ้าไทย หรืองานผ้าขาวม้า เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมพิเศษต่างๆ เช่น ไทยซูเปอร์โมเดล มิสไทยแลนด์เวิลด์ หรือ นางสาวไทย เป็นต้น ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่าผู้บริโภคผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชนผ้าขาวม้าที่มีอายุ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน อาชีพ การค้นหาข้อมูล ที่แตกต่างกันมีระดับความคิดเห็นส่วนประสมทางการตลาดต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่าผู้บริโภคผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชนผ้าขาวม้าที่มีเหตุผลในการตัดสินใจซื้อ ประเภทผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า โอกาสในการซื้อ แหล่งที่ซื้อ ราคาเฉลี่ยต่อชิ้น จำนวนซื้อในแต่ละครั้ง และความถี่ในการซื้อแตกต่างกันมีความคิดเห็นส่วนประสมทางการตลาดต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2566