จำนวนงานวิจัย ( 2 )
การเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ : กรณีศึกษาชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยคุณภาพเพื่อสร้างทฤษฎีฐานราก มีวัตถุประสงค์ คือ 1) ศึกษาการให้ความหมายและที่มาของความหมายของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน และ 2) กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 15 คน โดยเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต การจดบันทึก และศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง เก็บรวบรวมข้อมูลช่วงเดือน กรกฎาคม ถึงเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2566 ผลการวิจัยพบว่า การให้ความหมายและที่มาของความหมายของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน ผู้วิจัยสามารถตีความได้ 3 ความหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กัน ได้แก่ วัตถุประสงค์การใช้งาน ส่วนประกอบชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน และสิ่งสำคัญในการจัดตกแต่งชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน ส่วนกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน แบ่งได้ 3 ระยะ ได้แก่ แบบคลาสสิก แบบประณีตศิลป์ และแบบร่วมสมัย ปัจจัยที่ทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน ได้แก่ การศึกษา สังคม ประเพณีและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี
ความภาคภูมิใจของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความภาคภูมิใจของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือนักศึกษาระดับปริญญาตรีของคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1,145 คน ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความภาคภูมิใจของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติและสรุปผล ผลการวิจัย พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 723 คน คิดเป้นร้อยละ 63.15 และเป็นเพศชาย จำนวน 422 คน คิดเป้นร้อยละ 63.15 ตามลำดับ ระดับการศึกษาส่วนใหญ่เป็นระดับปริญญาตรีปีที่ 1 จำนวน 373 คิดเป็นร้อยละ 32.58 รองลงมาระดับปริญญาตรีปีที่ 2 จำนวน 270 คน คิดเป็นร้อยละ 23.58 ระดับปริญญาตรีปีที่ 4 จำนวน 253 คิดเป็นร้อลละ 22.09 และระดับปริญญาตรีปรที่ 3 จำนวน 249 คน คิดเป็นร้อยละ 21.75 ตามลำดับ สาขาวิชาส่วนใหญ่สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ จำนวน 634 คน คิดเป็นร้อยละ 55.37 รองลงมาสาขาวิชาอุตสาหกรรมการบริการอาหาร จำนวน 269 คน คิดเป็นร้อยละ 23.49 สาขาวิชาคกรรมศาสตร์ประยุกต์ จำนวน 167 คน คิดเป็นร้อยละ 14.58 สาขาวิชาออกแบบแฟชั่นและการจัดดารสินค้า จำนวน 38 คน คิดเป้นร้อยละ 3.33 และสาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร จำนวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 3.23 ตามลำดับ นักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศษสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีความภาคภูมิใจในตัวเองโดยรวมอยู่ในระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย 3.57 เพื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ก่อนทำอะไรลงไปฉันจะคิดก่อนเสมอว่ามีผลดีต่อตนเองหรือไม่ อยู่ในระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย 4.00 ฉันจะคิดก่อนทำเสมอ อยู่ในระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย 4.00 ฉันสามารถบอกได้ว่าตนเองเก่งด้านไหน อยู่ในระดับมาก ที่มีค่าลี่ย 4.00 ตามลำดับ