จำนวนงานวิจัย ( 4 )
นวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติจากภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธุ์กระเหรี่ยง ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ จังหวัดเพชรบุรี
จากงานวิจัยเรื่องนวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติจากภูมิปัญญาท้องถิ่นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ จังหวัดเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภูมิปัญญาชาติพันธุ์กะเหรี่ยงสู่นวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติ 2) ย้อมผ้าสีธรรมชาติที่เหมาะสมจากภูมิปัญญาชาติพันธุ์กะเหรี่ยง มีวิธีการดำเนินงาน ดังนี้ ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธ์กะเหรี่ยงและวัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อนำไปสู่นวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติ ศึกษากระบวนการย้อมผ้า ทดลองการย้อมผ้าบนวัสดุ 2 ชนิด ๆ (เส้นด้ายและผืนผ้า) คัดเลือกเทคนิคการย้อมผ้า 3 สูตร ย้อมเส้นด้ายและผืนผ้าสำหรับผลิตภัณฑ์ผืนผ้า ออกแบบลายทอผ้าจากอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธ์กะเหรี่ยงจำนวน 10 แบบ คัดเลือกโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 แบบ ผลิตผืนผ้าจากนวัตกรรมการย้อมสีบนวัสดุ 2 ชนิดๆ คือ เส้นด้าย และผืนผ้า รวม 6 ชิ้นงาน สอบถามความพึงพอใจจากบุคคลทั่วไปจำนวน 100 คน ทั่วไป โดยใช้แบบสอบถามแบบออนไลน์วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละและค่าเฉลี่ย ผลการศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ ทั้ง 6 ชิ้นงานมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด โดยผลิตภัณฑ์จากเส้นด้าย กลุ่มที่ 3 ค่าเฉลี่ย 4.72 ผลิตภัณฑ์จากเส้นด้าย กลุ่มที่ 1 ค่าเฉลี่ย 4.69 และผลิตภัณฑ์จากเส้นด้ายกลุ่มที่ 2 ค่าเฉลี่ย 4.68 ตามลำดับ ส่วนผลิตภัณฑ์ จากผืนผ้า กลุ่มที่ 2 มีค่าเฉลี่ย 4.68 ผลิตภัณฑ์จากผืนผ้ากลุ่มที่ 1 มีค่าเฉลี่ย 4.64 และผลิตภัณฑ์จาก ผืนผ้ากลุ่มที่ 3 มีค่าเฉลี่ย 4.57 ผลความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ ทั้ง 6 ชิ้นงานมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยรวม 4.66
การพัฒนาสำรับอาหารพื้นถิ่นบนฐานนวัตกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงตำบลยางน้ำกลัดเหนือจังหวัดเพชรบุรีเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอาหาร
อาหารพื้นถิ่นเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์สูตรต้นตำรับจากรุ่นสู่รุ่น อาศัยธรรมชาติรอบตัวและการปรุงแต่งอย่างเรียบง่าย ถือเป็นองค์ประกอบหลักของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร งานวิจัยนี้ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีวิทยาแบบปรากฏการณ์วิทยา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจวัตถุดิบท้องถิ่นที่ใช้ในการประกอบอาหารพื้นถิ่นตำบลยางน้ำกลัดเหนือ 2) ศึกษาอาหารพื้นถิ่นชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงนำไปสู่การสร้างอัตลักษณ์อาหารตำบลยางน้ำกลัดเหนือ 3) พัฒนาตำรับมาตรฐานสำรับอาหารพื้นถิ่นชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงตำบลยางน้ำกลัดเหนือ ผู้ให้ข้อมูลหลักในการสัมภาษณ์เชิงลึกการสำรวจวัตถุดิบ ศึกษาตำรับอาหารพื้นถิ่น และสนทนากลุ่ม จำนวน 20 คน 10 คน และ 22 คนตามลำดับ โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แนวคำถามการสัมภาษณ์เชิงลึก แบบบันทึกตำรับอาหาร และแบบประเมินความเหมาะสมของสำรับอาหาร รวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม การสนทนากลุ่ม และรวบรวมข้อมูลความเหมาะสมของสำรับอาหารจากผู้ร่วมสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์แก่นสาระ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) วัตถุดิบท้องถิ่นที่ใช้ในการประกอบอาหารพื้นถิ่น เป็นองค์ประกอบมื้ออาหารที่แสดงสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตที่พึ่งพาธรรมชาติ การแบ่งบทบาททางสังคม และภูมิปัญญาด้านสุขภาพของชุมชน การเปลี่ยนแปลงความหมายและแหล่งที่มาของวัตถุดิบสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวของชุมชนท่ามกลางบริบทที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันยังเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาเมนูและสำรับอาหารพื้นถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารในอนาคต สมัยก่อน ชาวบ้านพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก ทั้งจากป่า เขา และลำห้วย ขณะที่ปัจจุบันผสมผสานระหว่างการหาวัตถุดิบในพื้นที่ การเพาะปลูกพืชผักสวนครัว การเลี้ยงสัตว์เอง และการซื้อหาจากตลาด โดยวัตถุดิบสำคัญของพื้นที่ คือ พริกกะเหรี่ยง พริกพราน กะปิปลา หวาย และเห็ดโคน 2) ตำรับอาหารพื้นถิ่น สร้างสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่นในรูปแบบตำรับอาหาร 16 รายการ จากภูมิปัญญาหมู่บ้านห้วยเกษม 8 รายการ ได้แก่ แกงยอดหวาย แกงหยวกกล้วยไก่บ้านใส่ข้าวคั่ว แกงหน่อไม้ดองไก่บ้านใส่ข้าวคั่ว ตำใบบอน น้ำพริกกะทิ ขนมมีสิ ขนมข้าวฟ่าง และภูมิปัญญาหมู่บ้านลิ้นช้าง 8 รายการ ได้แก่ แกงฟักทองเนื้อย่าง แกงกล้วยใส่ปลาย่างและข้าวเบือ น้ำยาขนมจีนกะเหรี่ยง ผัดเผ็ดกระรอกใส่ใบขมิ้น ส้มตำกะเหรี่ยง น้ำพริกกะเหรี่ยง ขนมข้าวเหนียวคลุกมะพร้าว และ ขนมบัวลอยกะเหรี่ยง แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ อาหารคาว 11 รายการ อาหารว่าง 1 รายการ และอาหารหวาน 4 รายการ และแบ่งตามประเภทการประกอบ 6 ประเภท ได้แก่ ประเภทแกง 6 รายการ ประเภทตำ 4 รายการ ประเภทต้ม 3 ประเภทผัด 1 รายการ ประเภทกวน 1 รายการ และประเภทนึ่ง 1 รายการ 3) สำรับอาหารพื้นถิ่น มี 5 สำรับ สำรับที่ 1: สำรับจากป่าหวาย หอมควันไฟใต้ถุนบ้าน สำรับที่ 2: สำรับรสไทยสายป่าห้วยเกษม สำรับที่ 3: สำรับรสจากฟืนไฟ ปลายครัวลิ้นช้าง สำรับที่ 4: สำรับกลิ่นไม้ป่า บ้านปลายเขา และสำรับที่ 5: สำรับเส้นสายวิถีกะเหรี่ยง ผลประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิในการสนทนากลุ่ม พบว่า สำรับอาหารทั้งจากบ้านห้วยเกษมและบ้านลิ้นมีความเหมาะสมในระดับมากถึงมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.09–4.63) โดยมีจุดเด่นด้านรสชาติอาหาร ซึ่งได้คะแนนสูงสุดทั้งสองพื้นที่ (ค่าเฉลี่ย 4.48–4.77) สำหรับความเป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญา มีค่าเฉลี่ยสูง (4.26–4.53) ความน่าสนใจเชิงท่องเที่ยวอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย 4.24–4.55) ในขณะที่ผลการประเมินแสดงถึงข้อจำกัดเรื่องการประยุกต์ใช้ภาชนะ/วัสดุจากท้องถิ่นในการจัดสำรับ ซึ่งได้คะแนนต่ำที่สุดทุกสำรับ (ค่าเฉลี่ย 3.64–3.86) และการนำเสนอ แม้อยู่ในระดับมาก แต่ได้คะแนนต่ำสุดเมื่อเทียบกับด้านอื่น ๆ (ค่าเฉลี่ย 4.09–4.45) สรุปได้ว่า อาหารพื้นถิ่นชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงตำบลยางน้ำกลัดเหนือเป็นอาหารเพื่อเลี้ยงชีพ มีทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ หากเสริมด้านการนำเสนอ บรรจุภัณฑ์ และการตลาด จะทำให้อาหารพื้นถิ่นมีคุณค่ามากขึ้นและยั่งยืนในอนาคต งานวิจัยนี้ มีข้อเสนอแนะให้ จัดทำคู่มือวัตถุดิบและภูมิปัญญาอาหารกะเหรี่ยง เผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวและประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนท้องถิ่น จัดทำแนวทางพัฒนาอาหารพื้นถิ่นสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร โดยใช้จุดแข็งด้านรสชาติอาหารและภูมิปัญญาเป็นจุดขายหลัก ละแให้ความรู้การนำเสนอสำรับอาหาร โดยออกแบบภาชนะและบรรจุภัณฑ์จากวัสดุท้องถิ่นที่เชื่อมการจัดสำรับกับเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมของอาหาร
การตลาดดิจิทัลและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์อาหารชุมชน เทศบาลเมืองเพชรบุรี
เพชรบุรี เป็นเมืองแห่งอาหารและการท่องเที่ยว ชุมชนมีศักยภาพในการผลิตอาหารโดยใช้วัตถุดิบ ท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่ขาดการต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างอาชีพ งานวิจัยนี้ เป็นงานวิจัยแบบ ผสานวิธีแบบเชิงสำรวจเป็นลำดับ เริ่มด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยา ด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม และการวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยการประเมินความเหมาะสมของต้นแบบบรรจุภัณฑ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนา บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์อาหาร และ 2) พัฒนาการตลาดดิจิทัลสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารของชุมชนเทศบาลเมือง เพชรบุรี ผู้ให้ข้อมูลในการในการสนทนากลุ่ม เพื่อสรุปแนวคิดการออกแบบ การประเมินแบบร่างบรรจุภัณฑ์ และประเมินผลการตลาดดิจิทัล เป็นสมาชิกกลุ่มชุมชนไร่รอ กลุ่มชุมชนพระนครคีรี และผู้ทรงคุณวุฒิด้าน อาหารและบรรจุภัณฑ์ 27 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง กลุ่มตัวอย่างประเมินความเหมาะสมของ ต้นแบบบรรจุภัณฑ์ คือ ผู้บริโภคที่เข้าชมและซื้อผลิตภัณฑ์ของชุมชนไร่รอและชุมชนพระนครคีรี 104 คน โดย ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลการตลาด แบบประเมิน แบบร่างบรรจุภัณฑ์ แบบประเมินต้นแบบบรรจุภัณฑ์ และแบบประเมินผลการตลาดดิจิทัล รวบรวมข้อมูลด้วย การสนทนากลุ่มและการสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ต้นแบบบรรจุภัณฑ์กรอบเค็มน้ำตาลโตนดทั้ง 2 รูปแบบ มีความเหมาะสมใน ระดับมากทั้งภาพรวม รายด้าน และรายข้อ โดยความเหมาะสมในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 และ 4.18 ส่วนต้นแบบบรรจุภัณฑ์เกล็ดกะโห้น้ำตาลโตนดทั้ง 2 รูปแบบ มีความเหมาะสมในระดับมากทั้งภาพรวม และ รายด้าน ส่วนรายข้อมีความเหมาะสมในระดับมากและมากที่สุด โดยความเหมาะสมในภาพรวมมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.37 และ 4.32 ตามลำดับ 2) ผลการประเมินการตลาดดิจิทัล พบว่า (1) รูปแบบการตลาดดิจิทัล เลือกใช้รูปแบบการตลาดดิจิทัลแบบผสมระหว่างการตลาดออฟไลน์และออนไลน์ เน้นจุดเด่นในการใช้เรื่องราว วัตถุดิบท้องถิ่น คือน้ำตาลโตนด เป็นหลักในการสื่อสาร สร้างการรับรู้การเป็นขนมท้องถิ่นแท้ การสร้าง ภาพลักษณ์เป็นของฝากเชิงวัฒนธรรม เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวพระนครคีรี ทำให้สินค้ามีมูลค่าทางวัฒนธรรม และเศรษฐกิจ (2) สื่อดิจิทัล ได้แนวคิดสืบเนื่องจากเพชรบุรีได้รับการคัดเลือกเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ด้านอาหารของยูเนสโก ประจำปี พ.ศ. 2564 และจากวัตถุดิบสำคัญ ได้แก่ รสหวานจากน้ำตาลโตนด ผนวก กับภูมิปัญญาการทำอาหารของชุมชนไร่รอ เรื่อง กรอบเค็มน้ำตาลโตนด และภูมิปัญญาการทำอาหารของ ชุมชนพระนครคีรี เรื่อง เกล็ดกะโห้น้ำตาลโตนด (3) ผลการใช้รูปแบบการตลาดดิจิทัล พบว่า รูปแบบ การตลาดดิจิทัลมีความเหมาะสมมากเนื่องจากเป็นรูปแบบที่สร้างขึ้นจากการมีส่วนร่วมของชุมชน และผู้วิจัย ซึ่งได้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นและข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาเป็นอย่างดี (4) ชุมชนพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบการตลาดดิจิทัลแบบผสมมาก เนื่องจากมีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน แบ่งเป็น 2 รูปแบบย่อย คือ แบบออฟไลน์และ แบบออนไลน์ โดยเฉพาะแบบออฟไลน์ เป็นสิ่งที่ชุมชนสามารถปฏิบัติตามได้ทันที ส่วนการตลาดแบบออนไลน์ อาจต้องเป็นการใช้จริงในอนาคตที่ชุมชนมีความรู้และทักษะด้านนี้เพิ่มขึ้นแล้ว หรืออาจมีลูกหลานบางรายมา ช่วยเหลือดำเนินการ งานวิจัยนี้ มีข้อเสนอแนะให้จัดทำคู่มือมาตรฐานบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ขนมกรอบเค็มน้ำตาล โตนดและขนมเกล็ดกะโห้น้ำตาลโตนด จัดอบรมให้สมาชิกชุมชนสามารถปรับและออกแบบบรรจุภัณฑ์ได้ด้วย ตนเอง เชื่อมโยงเรื่องราวชุมชนกับบรรจุภัณฑ์และการตลาด รวมทั้งการยกระดับการตลาดดิจิทัล ทั้งนี้ เพื่อ เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ เพิ่มรายได้ของชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านผลิตภัณฑ์ของฝาก ที่มีคุณภาพ
การยกระดับคุณภาพธุรกิจอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่การพึ่งพาตนเองกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง
งานวิจัยเรื่อง การยกระดับคุณภาพธุรกิจอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่การพึ่งพาตนเองกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง มีตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการจัดการภาพลักษณ์อาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีเพื่อเสริมสร้างความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2) พัฒนารูปแบบนวัตกรรมอาหารและการจัดการธุรกิจอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่างและ 3) พัฒนาอาหารท้องถิ่นด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เชื่อมโยงธุรกิจอาหารริมบาทวิถีกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง เป็นงานวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method Research) ระหว่างงานวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างและผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีประสบการณ์การท่องเที่ยวและรับประทานอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีในจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการอาหารริมบาทวิถี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาหารท้องถิ่น เลือกใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์แก่นสาระผลการวิจัยกิจกรรมที่ 1 รูปแบบการจัดการภาพลักษณ์อาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีเพื่อเสริมสร้างความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1) ความเกี่ยวข้องของอาหารริมบาทวิถี (Street food) กับอาหารท้องถิ่นจากการสัมภาษณ์พบว่า การจำหน่ายอาหารท้องถิ่นในแถบจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ซึ่งหมายถึง ตั้งแต่จังหวัดนครปฐมจนถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มากกว่าครึ่งหนึ่งที่เป็นธุรกิจอาหารริมทางหรือ Street food เนื่องจากส่วนใหญ่เริ่มต้นจากการทำธุรกิจขนาดเล็กเฉพาะในครอบครัว อาจกล่าวได้ว่า อาหารท้องถิ่นในรูปแบบนี้ เป็นภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ เริ่มต้นจากวิถีชีวิตที่สะท้อนวัฒนธรรมของการรับประทานอาหารของคนในพื้นที่นี้ และทำเป็นอาชีพในเวลาต่อมา เมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะตามหาและใช้บริการอาหารท้องถิ่นนอกเหนือจากการหาที่พักผ่อนหย่อนใจ เพราะต้องการสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ เป็นสิ่งดึงดูดสำหรับพื้นที่ภาคกลางตอนล่างที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะ หัวหิน ปรานบุรี ชะอำ แม่กลอง อัมพวา จะมีร้านอาหารที่เป็นร้านริมทางที่จำหน่ายอาหารประจำพื้นที่ด้วยเมนูที่หลากหลาย 2) ความสำคัญของวัตถุดิบอาหารกับเรื่องการสร้างอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่นอาหารริมบาทวิถีอัตลักษณ์ของอาหารริมบาทวิถี แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรในพื้นที่โดยเฉพาะทรัพยากรทะเลและไร่นา หรือวัตถุดิบท้องถิ่น ที่ถือเป็นสิ่งสำคัญประการแรกที่ส่งผลถึงการสร้างสรรค์รายการอาหารจากผลผลิตที่มีตามฤดูกาล หากกล่าวถึงวัตถุดิบ จะเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับลักษณะพื้นที่ที่มีความเหมาะสมกับผลผลิต ที่เป็นวัตถุดิบอาหารด้วย 3) วิธีการสร้างภาพลักษณ์อาหารท้องถิ่นของธุรกิจริมบาทวิถีในการดึงดูดนักท่องเที่ยว จุดเด่นของอาหารท้องถิ่นที่อยู่ริมบาทวิถี ถือเป็นเสน่ห์อีกรูปแบบหนึ่งของการให้บริการอาหาร ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบเนื่องจากเข้าถึงได้ง่ายกว่าการบริการในร้านอาหาร นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการใช้ประสบการณ์ในร้านที่เป็นระบบเปิดได้สะดวก ดังนั้น อาหารจึงต้องมีคุณภาพดี รสชาติอร่อย สะอาด และดูแลความเป็นระเบียบของบริเวณรอบ ๆ แผงลอยหรือรถเข็นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งต้องถือว่า เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของหน่วยงานในท้องถิ่นและผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารริมบาทวิถีกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 4) ปัจจัยภาพลักษณ์ที่มีอิทธิพลต่อความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวในการบริโภคอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง พบว่า (1) ปัจจัยการเสริมสร้างความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ด้านความตั้งใจ คือ คุณภาพอาหาร ความสะอาด ปลอดภัยของอาหาร ความเป็นเอกลักษณ์ของอาหาร (2) ปัจจัยการเสริมสร้างความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ด้านการแนะนำ คือ คุณภาพอาหาร บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมของร้านหรือสถานที่จำหน่ายอาหาร ความสะอาด ปลอดภัยของอาหาร และ ความเป็นเอกลักษณ์ของอาหาร (3) ปัจจัยการเสริมสร้างความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ด้านการบอกต่อ คือ การเข้าถึงได้ง่าย และ ความคุ้มค่าสมราคา 4) ปัจจัยการเสริมสร้างความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ด้านการกลับมาซ้ำ คือ ความหลากหลายของอาหาร ความสะอาด ปลอดภัยของอาหาร การเข้าถึงได้ง่าย คุณภาพการบริการ และความคุ้มค่าสมราคา ผลการวิจัยกิจกรรมที่ 2 รูปแบบนวัตกรรมอาหารและการจัดการธุรกิจอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1) สภาพ/สถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจอาหารริมบาทวิถีกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง อาหารริมบาทวิถี หรือ อาหารริมทาง ในจังหวัดภาคกลางตอนล่างคล้ายคลึงกับจังหวัดอื่น ๆ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม เนื่องจากเป็นแหล่งที่รวมของอาหารหลากหลาย โดยรูปแบบการจำหน่ายอาหารริมบาทวิถีส่วนใหญ่มักเป็นอาหารปรุงสำเร็จ ทานได้สะดวก เข้าถึงได้ง่ายเนื่องจากมีที่ตั้งอยู่บริเวณทางเท้า ริมถนน ที่สาธารณะ ราคาไม่แพง และมีคุณลักษณะและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงออกถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของพื้นที่ การเข้าถึงได้ง่าย ราคาถูกเมื่อเที่ยบกับอาหาร ที่ให้บริการในร้านอาหาร นักท่องเที่ยวจึงตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์การทานอาหารร่วมไปกับการศึกษาวัฒนธรรมที่มาพร้อมกับอาหารริมบาทวิถีนั้น ๆ ปัจจุบัน จึงมักเห็นนักท่องเที่ยวนั่งรวมกันเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อทานอาหารที่มีที่ตั้งอยู่ในแผงลอย รถเข็นข้างทางและทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย โดยอาหารที่เป็นอาหารริมทางเหล่านี้ มีทั้งประเภทอาหารท้องถิ่นที่เป็นภูมิปัญญาสืบต่อ ๆ กันของชุมชนในแถบ 4 จังหวัด เช่น ผัดไทย ขนมจีนทอดมัน ข้าวแช่ ขนมหวานต่าง ๆ แต่ก็อาจพบอาหารสมัยใหม่ที่ประยุกต์ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคบางกลุ่มที่ต้องการลิ้มลองอาหารรูปแบบใหม่2) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของธุรกิจอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง พบว่า 1) ปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถี ด้านยอดขายและกำไร คือ ความสะอาด ปลอดภัยของอาหาร ความหลากหลายของอาหาร ความเป็นเอกลักษณ์ของอาหาร คุณภาพการบริการ การเข้าถึงได้ง่าย คุณภาพอาหาร และการแสดงออกความเป็นไทย 2) ปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถี ด้านการแนะนำ คือ การแสดงออกถึงความเป็นไทย การสร้างสรรค์วัฒนธรรม ความสะอาด ปลอดภัยของอาหาร การศึกษาค้นคว้าด้านนวัตกรรม บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมของสถานที่จำหน่ายอาหาร คุณภาพการบริการ การใช้การสื่อสารการตลาดออนไลน์ การสนับสนุน และความคุ้มค่าสมราคา 3) ปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถี ด้านความพึงพอใจของลูกค้า คือ คุณภาพการบริการ การใช้การสื่อสารการตลาดออนไลน์ การศึกษาค้นคว้าด้านนวัตกรรม การเข้าถึงได้ง่าย บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมของสถานที่จำหน่ายอาหาร การบริหารจัดการ ความเป็นเอกลักษณ์ของอาหาร ความสะอาด ปลอดภัยของอาหาร การแสดงออกถึงความเป็นไทย ความคุ้มค่าสมราคา การสร้างสรรค์นวัตกรรม และคุณภาพอาหาร ผลการวิจัยกิจกรรมที่ 3 การพัฒนาอาหารท้องถิ่นด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เชื่อมโยงธุรกิจอาหารริมบาทวิถีกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง งานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะ 1) ลักษณะของอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถี ทำจากวัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ ถ่ายทอดมาจาก ปู่ ย่า ตา ยาย หรือ บรรพบุรุษ ตามอัตลักษณ์วัฒนธรรมของผู้คนในท้องถิ่น ใช้รับประทานในชีวิตประจำวัน และพัฒนาเป็นสินค้าที่จำหน่ายในท้องถิ่นในรูปแบบอาหารแผงลอย หรือรถเข็น หน้าร้านหรือในตลาดท้องถิ่น 2) ที่มา/การเกิดของอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีอาหารท้องถิ่นในเขตจังหวัดภาคกลางตอนล่างก็คล้ายคลึงกับในเขตพื้นที่อื่น เกิดขึ้นด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่ การทำอาหารเพื่อการยังชีพ ดูแลสุขภาพ การถนอมหรือเก็บรักษาอาหาร 3) อัตลักษณ์ของอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีมีอัตลักษณ์ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านวัตถุดิบที่มีเฉพาะในท้องถิ่น ด้านวิธีการปรุงหรือประกอบอาหาร ด้านวิธีการนำเสนอ และ 4) ด้านวิธีการกิน 4) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถี ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐในส่วนกลาง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำล พัฒนาชุมชน ผู้ประกอบการอาหารริมบาทวิถี ผู้นำชุมชนและชุมชน 5) การจัดลำดับ (Ranking) รายการอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีที่เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ใช้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอาหารท้องถิ่นที่เป็นอัตลักษณ์ตามคำจำกัดความของงานวิจัย คือ เป็นอาหารท้องถิ่นที่ทำและจำหน่ายในรูปแบบอาหารริมบาทวิถี (Street Food) เป็นอาหารที่ (1) สะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ (2) ถ่ายทอดตำรับจากบรรพบุรุษ (3) ใช้วัตถุดิบวัตถุดิบที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น (4) มีวิธีการปรุงและการกินที่เป็นลักษณะเฉพาะของภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้ข้อมูลที่วิเคราะห์จากแบบสอบถามนักท่องเที่ยวร่วมกับผลการสัมภาษณ์และข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดยนำเสนอในรูปแบบชื่อร้าน รายการอาหารหรือขนม และระบุลักษณะของอาหารเพื่อให้สามารถประยุกต์เป็นเรื่องเล่าเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีในธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 6) การจัดลำดับชื่อร้าน/รายการอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีที่เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ประกอบด้วย (1) ชื่อร้าน/รายการอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 11 ร้าน 10 รายการ (2) ชื่อร้าน/รายการอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีจังหวัดเพชรบุรี 21 ร้าน 10 รายการ (3) ชื่อร้าน/รายการอาหารท้องถิ่นริมบาทวิถีจังหวัดสมุทรสงคราม 10 ร้าน 10 รายการ และ (4) ชื่อร้าน/รายการอาหารท้องถิ่น ริมบาทวิถีจังหวัดสมุทรสาคร 5 ร้าน 5 รายการ