จำนวนงานวิจัย ( 2 )

การประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อเตรียมการจัดทำหลักสูตรเทคโนโลยีการภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อเตรียมการจัดทำหลักสูตรเทคโนโลยีการภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัยเรื่อง “การประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อเตรียมการจัดทำหลักสูตรเทคโนโลยีการ ภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร” เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed-methods Research) โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อสำรวจความต้องการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในเขตกรุงเทพมหานครในการศึกษาต่อด้านเทคโนโลยีการภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล 2) เพื่อศึกษาคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ตามความต้องการของสถานประกอบการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรเทคโนโลยีการภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลสำหรับคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและสถานประกอบการการวิจัยเชิงปริมาณใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในเข๖กรุงเทพมหานคร จำนวน 401 คน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) จำนวน 11 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์, ผู้กำกับภาพยนต์, ตัวแทนภาครัฐหรือสมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย, นักวิจารณ์ภาพยนตร์ และนักวิชาการด้านภาพยนตร์ ผลการวิจัยพบว่า 1. กลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า มีความต้องการศึกษาต่อในหลักสูตร เทคโนโลยีการภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลในระดับสูง โดยปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาสูงสุด ได้แก่ การศึกษาดูงานนอกสถานที่ (ค่าเฉลี่ย 4.22), การเรียนที่เน้นการฝึกปฏิบัติจริง (ค่าเฉลี่ย 4.19), การมีอาจารย์พิเศษผู้เชี่ยวชาญจากวงการ (ค่าเฉลี่ย 4.16), การมีทุนสนับสนุนการศึกษาแบบให้เปล่า (ค่าเฉลี่ย 4.13) และความพร้อมของเครื่องมืออุปกรณ์ (ค่าเฉลี่ย 4.07) 2. ในด้านคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ สามารถแบ่งคุณลักษณะออกได้เป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1)ความพร้อมใช้งานและสมรรถนะการทำงานจริง 2) ความหลากหลายของทักษะและความยืดหยุ่นในการปรับตัว 3) ทัศนคติและความเป็นมืออาชีพ 4) ความคิดสร้างสรรค์และวิสัยทัศน์เชิงศิลปะ และ 5) คุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ โดยพบว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยปัจจุบัน ยังขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านการเขียนบทภาพยนตร์และการบริหารจัดการเชิงธุรกิจเป็นอย่างมาก 3. แนวทางการพัฒนาหลักสูตร สามารถแบ่งออกได้เป็น 7 ด้านหลัก ได้แก่ 1) ด้านการวางตำแหน่งและโครงสร้างหลักสูตร 2 ด้านเนื้อหาและสมรรถนะหลัก 3) ด้านกลยุทธ์การจัดการเรียนการสอน 4 ด้าน คณาจารย์และความร่วมมือกับอุตสาหกรรม 5) ด้านการรับนักศึกษาและการส่งเสริมผู้เรียน 6) ด้านทรัพยากรและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ 7) ด้านการบริหารและประเมินหลักสูตร ผลการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่สอดคล้องกัน ระหว่างผู้เรียนและสถานประกอบการ ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สำคัญในการยืนยันถึงความจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรเทคโนโลยีการภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลที่เน้นสมรรถนะ (Competency-Based) เพื่อลดช่องว่างระหว่างโลกการศึกษากับโลกวิชาชีพ และสามารถผลิตบัณฑิตที่ตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศได้อย่างแท้จริง

2567
ความต้องการ สภาพ และปัญหาการจัดกิจกรรมของนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ความต้องการ สภาพ และปัญหาการจัดกิจกรรมของนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัยเรื่องความต้องการ สภาพและปัญหาการจัดกิจกรรมของนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อศึกษาความต้องการในการเข้าร่วมกิจกรรม สภาพการจัดกิจกรรมนักศึกษา และปัญหาการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครชั้นปี่ที่ 1- 4 ทั้ง 9 คณะ ปีการศึกษา 2566 โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล กำหนดกลุ่มตัวอย่างมี 400 คน ในการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบผสมผสาน (Mixed Sampling) คือการเลือกตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็น (Probability Sampling) และไม่ใช้ความน่าจะเป็น(Non-Probability Sampling) ซึ่งสามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ ผลการวิจัยลักษณะประชากรพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง และเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 มากที่สุด ในส่วนของความต้องการการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 พบว่าด้านกิจกรรมบังคับแกน และ ด้านกิจกรรมพัฒนานักศึกษาสู่บัณฑิตพึงประสงค์ อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนความต้องการด้านรูปแบบการจัดกิจกรรมหลังยุคโควิด-19 อยู่ในระดับมาก นักศึกษาส่วนมากมีความต้องการกิจกรรมพัฒนานักศึกษาสู่การเป็นบัณฑิตพึงประสงค์ด้วยตนเองอย่างอิสระแบบออนไลน์ สภาพการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลัง โควิด-19 ภาพรวมอยู่ในระดับมาก และปัญหาการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 อยู่ในระดับมาก โดยพบว่าการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมนักศึกษาเป็นปัญหามากที่สุด การทดสอบสมมติฐานพบว่าลักษณะทางประชากรของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร ไม่มีความสัมพันธ์กับความต้องการการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 สภาพของการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 และปัญหาการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19

2566