จำนวนงานวิจัย ( 7 )
ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาลักษณะการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อศึกษาปัจจัยในการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และเพื่อหาแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมนักศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ผลการวิจัย พบว่า ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 265 คน เพศชาย จำนวน 135 คน กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 มากที่สุด จำนวน 141 คน รองลงมา คือ ชั้นปีที่ 1 จำนวน 122 คน ชั้นปีที่ 2 จำนวน 82 คน และชั้นปีที่ 4 จำนวน 55 คน ตามลำดับ และศึกษาในสาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล มากที่สุด จำนวน 153 คน รองลงมา คือ สาขาวิชาการโรงแรม จำนวน 102 คน สาขาวิชาการท่องเที่ยว จำนวน 91 คน และสาขาวิชาภาษาไทยประยุกต์ จำนวน 54 คน ตามลำดับ มีความต้องการการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร ทั้ง 5 ด้าน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อเรียงลำดับความต้องการการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านสุขภาพร่างกาย และทัศนคติจิต ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความรับผิดชอบ ด้านทักษะทางปัญญา และด้านคุณธรรม จริยธรรม ตามลำดับ
การศึกษาปัญหาและกระบวนการในการพัฒนาการบริหารงานพัสดุ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การศึกษาปัญหาและกระบวนการในการพัฒนาการบริหารงานพัสดุ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อศึกษาปัญหาการบริหารงานพัสดุ เพื่อศึกษากระบวนการในการบริหารงานพัสดุ และเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานพัสดุ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร ผลการศึกษา พบว่า ด้านกระบวนการซื้อหรือจ้าง การมอบหมายภาระงานให้กับเจ้าหน้าที่พัสดุมีความชัดเจน เจ้าหน้าที่พัสดุมีความรู้ ความเข้าใจ ในการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่พัสดุมีความรู้ ความเข้าใจ ในการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ การจัดซื้อจัดจ้างมีการปฏิบัติตามระเบียบ การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ (Specification) เป็นไปตามที่กำหนด และมีความชัดเจน เจ้าหน้าที่พัสดุมีการปฏิบัติตามขั้นตอนการจัดหาพัสดุ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับงานพัสดุมีระเบียบ ไม่ล่าช้า และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครบถ้วน อีกทั้งเจ้าหน้าที่พัสดุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ในด้านกระบวนการซื้อหรือจ้าง การจัดหาพัสดุมีการปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนด และเจ้าหน้าที่พัสดุมีการติดตามผลการปฏิบัติงานตามแผนการจัดหาพัสดุ ด้านการบริหารพัสดุ คือ เจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบสถิติการใช้เพื่อกำหนดความต้องการในจัดหาพัสดุ การตรวจสอบพัสดุประจำปีไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ระเบียบกำหนด เจ้าหน้าที่พัสดุมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ในด้านการบริหารพัสดุ เจ้าหน้าที่มีการลงบัญชีวัสดุและทะเบียนคุมทรัพย์สินถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบ เจ้าหน้าที่มีการลงบัญชีวัสดุและทะเบียนคุมทรัพย์สินเป็นปัจจุบัน เจ้าหน้าที่มีการลงรหัสทะเบียนคุมทรัพย์สินถูกต้องเป็นปัจจุบัน เจ้าหน้าที่มีการกำหนดแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายพัสดุได้ถูกต้องเหมาะสม และเจ้าหน้าที่มีการเบิกจ่ายพัสดุให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีหลักฐานเบิกจ่ายเป็นปัจจุบัน ด้านการบำรุงรักษา เจ้าหน้าที่ไม่มีการวางแผนงบประมาณในการขอซ่อมบำรุงรักษาพัสดุ เจ้าหน้าที่ไม่มีการจัดทำบันทึประวัติพัสดุเพื่อประโยชน์ในการใช้งานและซ่อมบำรุง เจ้าหน้าที่ไม่มีการจัดทำคู่มือการใช้พัสดุ และวิธีการบำรุงรักษา เจ้าหน้าที่ไม่มีการวางแผนบำรุงรักษาพัสดุโดยมีช่วงเวลาที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ไม่มีการดูแลรักษาพัสดุให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีตลอดเวลา และเจ้าหน้าที่พัสดุไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ในด้านการบำรุงรักษา การตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่พัสดุไม่ให้ความสะดวกรวดเร็วในการจัดหาผู้ซ่อมแซมพัสดุที่ชำรุด และเจ้าหน้าที่ไม่มีการจัดอบรมเพื่อให้มีความรู้ในการซ่อมแซมพัสดุเบื้องต้นและเจ้าหน้าที่ไม่มีการติดตามและรายงานผลการบำรุงรักษาพัสดุ และด้านการจำหน่ายพัสดุ เจ้าหน้าที่มีการจำหน่ายพัสดุตรงกับสภาพความเป็นจริง เจ้าหน้าที่พัสดุมีการแปรสภาพพัสดุที่ชำรุดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เจ้าหน้าที่พัสดุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ในด้านการจำหน่ายพัสดุ เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจในการจำหน่ายพัสดุ เจ้าหน้าที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปี เจ้าหน้าที่มีการดำเนินการตามขั้นตอนจำหน่ายพัสดุประจำปี เจ้าหน้าที่มีการจำหน่ายพัสดุเป็นสูญ กรณีพัสดุสูญหายโดยไม่ปรากฏตัวผู้รับผิดชอบ และเจ้าหน้าที่มีการดำเนินการจำหน่ายพัสดุที่ชำรุดปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง
บทบาทของผู้สูงอายุต่อการพัฒนาชุมชนในอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
งานวิจัยนี้มีเพื่อศึกษาบทบาทของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชน และเพื่อศึกษาเปรียบเทียบทัศนคติของประชาชนในจังหวัดเพชรบุรีเกี่ยวกับบทบาทของผู้สูงอายุที่มีต่อการพัฒนาชุมชน โดยดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2566 เป็นการวิจัยเชิงสำรวจที่ใช้เครื่องมือแบบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วย 4 ส่วน คือ 1) ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ และสุขภาพ 2) บทบาทของผู้สูงในอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชน และ 3) ข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบบสอบถามโดยมีกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ ผู้สูงอายุในอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 400 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา สำหรับข้อมูลลักษณะทางประชากรศาสตร์ และสถิติเชิงอนุมาน สำหรับการทดสอบสมมติฐาน ผลการศึกษาพบว่า ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 61 - 65 ปี ระดับการศึกษาประถมศึกษา ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรและมีโรคประจำตัว บทบาทของผู้สูงในอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชนในอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ ด้านการศึกษา ด้านอาชีพ ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณี และด้านศาสนา และของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชนประกอบด้วย ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณี และด้านอาชีพ จำแนกตามข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม แสดงให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพต่างกัน มีบทบาทของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณี และด้านอาชีพ แตกต่างกัน แต่กลุ่มตัวอย่างที่มีสุขภาพต่างกัน มีบทบาทของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณี และด้านอาชีพ ไม่แตกต่างกัน
วิเคราะห์วรรณกรรมประเภทนิราศของสุนทรภู่กับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กรณีศึกษา นิราศสุพรรณ
งานวิจัยนี้มีเพื่อศึกษาความสำคัญ และบทบาทวรรณกรรมประเภทนิราศสุพรรณที่มีต่อเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเพื่อศึกษาโลกทัศน์ของสุนทรภู่ที่ปรากฏในวรณณกรรมประเภทนิราศกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยการสอบถามจากปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และประชากรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน คือ การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) แลการวิจัยเชิงคุณภาพ (Quality Research) โดยช่วงระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ ช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 - เดือนกันยายน พ.ศ. 2566 กับประชากรที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภายในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ (Questionnaire Online) ที่ผ่านการทดสอบความเชื่อมั่น (Reliability) เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 400 ชุด จากนั้นจึงนำแบบสอบถามที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS (Statistical Package for the Social Sciences) ผลการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยเน้น 1) สถาปัตยกรรมและโบราณสถานในจังหวัดสุพรรณบุรี 2) แหล่งอาหารและขนมหวาน และของฝากในจังหวัดสุพรรณบุรี 3) ประเพณี และวัฒนธรรมในจังหวัดสุพรรณบุรี 4) สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ต่าง ๆ เช่น วัด โบราณสถาน ฯลฯ 5) รูปแบบวิถีชีวิตของผู้คนภายในจังหวัดสุพรรณบุรี 6) แหล่งสินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึกในจังหวัดสุพรรณบุรี และ 7) งานศิลปกรรมแขนงต่าง ๆ เช่น งานแกะสลักไม้ งานปูนปั้น งานจิตรกรรมฝาผนัง ตามลำดับ และในส่วนของความคิดเห็นในการนำนิราศสุพรรณมาใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ทั้งในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้านการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว ด้านการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ด้านขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ ด้านความพร้อมของคนในชุมชนที่มีต่อการท่องเที่ยว ด้านการประชาสัมพันธ์ และด้านความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกของแหล่งท่องเที่ยว
รูปแบบการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเสมือนจริงกรณีศึกษา เรือนหมอพร คณะศิลปศาสตร์ (วังนางเลิ้ง) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
งานวิจัยนี้มีเพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเสมือนจริง เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเสมือนจริง และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้บริการแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเสมือนจริง กรณีศึกษา เรือนหมอพร คณะศิลปศาสตร์ (วังนางเลิ้ง) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยการสอบถามนักศึกษา บุคลากรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน คือ การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) แลการวิจัยเชิงคุณภาพ (Quality Research) โดยช่วงระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ ช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 - เดือนกันยายน พ.ศ. 2566 กับนักศึกษา บุคลากรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และใช้แบบสอบถามออนไลน์ (Questionnaire Online) ที่ผ่านการทดสอบความเชื่อมั่น (Reliability) เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 400 ชุด จากนั้นจึงนำแบบสอบถามที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS (Statistical Package for the Social Sciences) ผลการศึกษาพบว่า ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 20 - 30 ปี สถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรี เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรชมงคลพระนคร มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 15,000 บาท ส่วนใหญ่วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเสมือนจริง กรณีศึกษา เรือนหมอพร คณะศิลปศาสตร์ (วังนางเลิ้ง) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยภาพรวมในด้านการวางแผน และการดำเนินการอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามอยากให้มีการวางแผน การปรับปรุง การพัฒนา การรับความร่วมมือและสนับสนุนจากหน่วยงานภายในพื้นที่ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมโดยรอบของแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเสมือนจริง ให้มีความสวยงาม และสามารถเปิดให้เข้าเยี่ยมชมได้ทุกวัน ตามวัน – เวลาราชการ เป็นการหารายได้เข้ามหาวิทยาลัย และเป็นการเผยแพร่ความรู้ที่หายากให้แก่ประชาชนที่สนใจ การพัฒนารูปแบบการจัดการแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเสมือนจริง โดยรวมอยากให้ผู้บริหารระดับสูงสร้างความตระหนักให้กับบุคลากรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของแหล่งเรียนรู้ มีการพัฒนานวัตกรรม หรือผลงานวิจัย หรือ Best Practice ในการใช้แหล่งเรียรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักศึกษาของมหาวิทยาลัย และชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยมากขึ้น และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเสมือนจริง กรณีศึกษา เรือนหมอพร คณะศิลปศาสตร์ (วังนางเลิ้ง) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์อยู่ในระดับมากที่สุด โดยผู้ตอบแบบสอบถามได้ดำเนินการทดลองเข้าเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเสมือนจริง กรณีศึกษา เรือนหมอพร คณะศิลปศาสตร์ (วังนางเลิ้ง) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีความพึงพอใจชอบในลูกเล่น และสีสัน แต่อาจจะยากในส่วนของลูกเล่น เพราะถ้าลองใช้กับโทรศัพท์มือถือ แต่ถ้าใช้กับคอมพิวเตอร์ PC Notebook หรือ Tablet จะสามารถเห็นภาพ ชัดกว่า จะเล่นได้ง่ายกว่า