จำนวนงานวิจัย ( 2 )
การพัฒนาทักษะการเจรจาต่อรองสำหรับเยาวชนเขตพื้นที่ภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย
การวิจัยเรื่อง “การพัฒนาทักษะการเจรจาต่อรองสำหรับเยาวชนพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านประชากรและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประสบการณ์การเจรจาต่อรองของเยาวชนในเขตพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง และ 2) เพื่อพัฒนาทักษะการเจรจาต่อรองผ่านการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาต่อรองแก่เยาวชนในเขตพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง งานวิจัยนี้ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างจากกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ภาคกลางที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างจากนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ลงทะเบียนเรียนในวิชาด้านการเจรจาต่อรองกับหนึ่งในทีมของคณะผู้วิจัยจำนวนทั้งหมด 132 คน โดยใช้วิธีการแบบไม่อาศัยความน่าจะเป็นด้วยวิธีการเลือกตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยนี้มีด้วยกัน 3 ส่วน ประกอบด้วย 1) แบบฝึกหัดในการพัฒนาทักษะการเจรจาต่อรองที่ชื่อว่า “Negotiate to Survive” ที่ถูกพัฒนาโดย Sotak และ Abraham (2020) โดยถูกนำมาแปลและเรียบเรียงให้สอดคล้องกับบริบทของกลุ่มตัวอย่าง 2)แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์การเจรจาต่อรอง และการประเมินความเข้าใจเกี่ยวกับการเจรจาต่อรองและความพึงพอใจในภาพรวม และ 3) แบบสังเกตพฤติกรรมผู้เข้าอบรม ซึ่งวิธีการในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินการผ่านการจัดอบรมผ่านกลุ่มผู้เข้าร่วมรับการอบรมทั้งหมด 4 กลุ่มซึ่งมีการจัดการอบรมในวันเวลาที่แตกต่างกัน โดยกำหนดระยะเวลาในการทำกิจกรรมไว้ 65 นาที หลังจากที่ทำกิจกรรมเสร็จแล้ว ได้ดำเนินเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้รับการอบรมผ่านการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับเรื่อง “ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์การเจรจาต่อรอง และการประเมินความเข้าใจเกี่ยวกับการเจรจาต่อรองและความพึงพอใจในภาพรวม” โดยมีคำอธิบายเกี่ยวกับการตอบแบบสอบถามที่ชัดเจน เพื่อแน่ใจว่าการดำเนินการวิจัยในส่วนนี้ไม่ละเมิดสิทธิของผู้ตอบแบบสอบถาม จึงกำหนดให้ใช้การสมัครใจในการตอบแบบสอบถามเป็นเกณฑ์อธิบายเรื่องของ ความยินยอมให้ความร่วมมือในการทำวิจัย (Consent) โดยกลุ่มผู้เข้ารับการอบรมพัฒนาทักษะการเจรจาต่อรองที่มีทั้งหมดจำนวน 132 คน ยินดีที่จะตอบแบบสอบถามจำนวนทั้งสิ้น 79 คน คิดเป็นร้อยละ 59.8 โดยนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหาจากการสังเกตพฤติกรรม ซึ่งผลการวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทการเจรจาต่อรองที่แตกต่างกันอยู่ในระดับมาก และมีความพึงพอใจต่อการทำกิจกรรมการพัฒนาทักษะการเจรจาต่อรองอยู่ในระดับมาก
การพัฒนาเกมกระดานการจัดการภัยพิบัติสำหรับประชาชนเขตจังหวัดพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง
การวิจัยเรื่อง “การพัฒนาเกมกระดานการจัดการภัยพิบัติสาหรับประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดภาคกลางตอนล่าง” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ 2) สังเคราะห์องค์ประกอบเกี่ยวกับการออกแบบเกมกระดาน 3) เชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติกับผลการสังเคราะห์องค์ประกอบการออกแบบเกมกระดานเพื่อนาไปสู่การออกแบบเกมกระดานการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติสาหรับประชาชนในเขตพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ดาเนินการวิจัยตามขั้นตอนของแผนการวิจัย ได้แก่ 1) การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติและการออกแบบเกมกระดาน 2) การสังเคราะห์องค์ประกอบการออกแบบเกมกระดานจากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และ 3) การพัฒนาแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติเพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยแบบสอบถามถูกพัฒนาขึ้นในฐานะเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติเพื่อนามาใช้เชื่อมโยงกับผลการสังเคราะห์องค์ประกอบของการออกแบบเกมกระดาน เพื่อนาไปสู่การพัฒนาเกมกระดานการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติสาหรับประชาชนในเขตพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างนักศึกษาสาขาบริหารธุรกิจที่ลงทะเบียนเรียนในวิชาเรียนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ของหนึ่งในคณะผู้วิจัย จานวนทั้งหมด 233 คน โดยใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) โดยมีผู้สมัครใจตอบแบบสอบถามและส่งคืนแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ผ่านทาง Google Form จานวน 203 คน หลังจากนาผลการวิเคราะห์ทั้งสองส่วนมาเชื่อมโยงกันสามารถพัฒนาเกมกระดานต้นแบบที่ประกอบด้วย ตัวกระดานจานวนทั้งหมด 48 ช่อง (รวมช่องเริ่มต้นและชัยชนะ) ผู้เล่นเกมกระดานนี้สามารถเล่นได้จานวน 2-4 คน เกมกระดานนี้มุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ครอบคลุมเรื่องน้าท่วม แผ่นดินไหว และ พายุ และมีการกาหนดกติกาในการเล่นอย่างชัดเจน