จำนวนงานวิจัย ( 17 )
สํารวจความต้องการในการใช้พื้นที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จังหวัดลพบุรี
การวิจัย เรื่อง สํารวจความต้องการในการใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จังหวัดลพบุรี เป็นงานวิจัยแบบผสานวิธี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการรับบริการ ทางการศึกษาและความต้องการของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าในการเปิด ศูนย์การศึกษา ศูนย์การศึกษาชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์จากผู้ใช้บัณฑิต ผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐ และเอกชน และผู้นําชุมชนที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียงอําเภอชัยบาดาล จํานวน 10 คน และการตอบแบบสอบถามโดยนักเรียนที่กําลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า ในพื้นที่อําเภอชัย บาดาล จํานวน 400 คน ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า อําเภอชัยบาดาลมีความต้องการแรงงานทักษะสูงและ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ ส่งผลให้มีความต้องการบัณฑิตที่มีทั้งทักษะเฉพาะทางที่จําเป็นต้น วิชาชีพ (Hard Skill) และทักษะที่องค์กรต้องการในการทํางาน (Soft Skill) รวมทั้งควรมีการพัฒนาทักษะทั้งสองด้านอย่างต้อเนื่องภายหลังสําเร็จการศึกษาโดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานวิชาชีพ ทั้งนี้นักเรียนตัดสินใจศึกษาต่อจากความสนใจใน สาขาวิชา โอกาสในการประกอบอาชีพ และสิ่งอํานวยความสะดวกของมหาวิทยาลัย โดยมีความคาดหวังว่าจะได้รับการศึกษาในหลักสูตรที่ทันสมัย มีคุณภาพ และมีโอกาสในการ ประกอบอาชีพเมื่อสําเร็จการศึกษา ส่วนผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการศึกษาต้อระดับอุดมศึกษาของ นักเรียนที่กําลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ในพื้นที่อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพื่อการจัดตั้งศูนยการศึกษาของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ปัจจัยด้านมาตรฐานและความพร้อม ปัจจัยด้านความสะดวกสบาย ปัจจัยด้านหลักสูตร ปัจจัยด้านครอบครัว และปัจจัย ด้านชื่อเสียงและบริการ
บทบาทของผู้สูงอายุต่อการพัฒนาชุมชนในอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
งานวิจัยนี้มีเพื่อศึกษาบทบาทของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชน และเพื่อศึกษาเปรียบเทียบทัศนคติของประชาชนในจังหวัดเพชรบุรีเกี่ยวกับบทบาทของผู้สูงอายุที่มีต่อการพัฒนาชุมชน โดยดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2566 เป็นการวิจัยเชิงสำรวจที่ใช้เครื่องมือแบบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วย 4 ส่วน คือ 1) ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ และสุขภาพ 2) บทบาทของผู้สูงในอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชน และ 3) ข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบบสอบถามโดยมีกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ ผู้สูงอายุในอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 400 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา สำหรับข้อมูลลักษณะทางประชากรศาสตร์ และสถิติเชิงอนุมาน สำหรับการทดสอบสมมติฐาน ผลการศึกษาพบว่า ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 61 - 65 ปี ระดับการศึกษาประถมศึกษา ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรและมีโรคประจำตัว บทบาทของผู้สูงในอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชนในอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ ด้านการศึกษา ด้านอาชีพ ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณี และด้านศาสนา และของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชนประกอบด้วย ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณี และด้านอาชีพ จำแนกตามข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม แสดงให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพต่างกัน มีบทบาทของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณี และด้านอาชีพ แตกต่างกัน แต่กลุ่มตัวอย่างที่มีสุขภาพต่างกัน มีบทบาทของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีต่อการพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณี และด้านอาชีพ ไม่แตกต่างกัน
ความต้องการ สภาพ และปัญหาการจัดกิจกรรมของนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยเรื่องความต้องการ สภาพและปัญหาการจัดกิจกรรมของนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อศึกษาความต้องการในการเข้าร่วมกิจกรรม สภาพการจัดกิจกรรมนักศึกษา และปัญหาการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครชั้นปี่ที่ 1- 4 ทั้ง 9 คณะ ปีการศึกษา 2566 โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล กำหนดกลุ่มตัวอย่างมี 400 คน ในการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบผสมผสาน (Mixed Sampling) คือการเลือกตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็น (Probability Sampling) และไม่ใช้ความน่าจะเป็น(Non-Probability Sampling) ซึ่งสามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ ผลการวิจัยลักษณะประชากรพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง และเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 มากที่สุด ในส่วนของความต้องการการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 พบว่าด้านกิจกรรมบังคับแกน และ ด้านกิจกรรมพัฒนานักศึกษาสู่บัณฑิตพึงประสงค์ อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนความต้องการด้านรูปแบบการจัดกิจกรรมหลังยุคโควิด-19 อยู่ในระดับมาก นักศึกษาส่วนมากมีความต้องการกิจกรรมพัฒนานักศึกษาสู่การเป็นบัณฑิตพึงประสงค์ด้วยตนเองอย่างอิสระแบบออนไลน์ สภาพการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลัง โควิด-19 ภาพรวมอยู่ในระดับมาก และปัญหาการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 อยู่ในระดับมาก โดยพบว่าการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมนักศึกษาเป็นปัญหามากที่สุด การทดสอบสมมติฐานพบว่าลักษณะทางประชากรของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร ไม่มีความสัมพันธ์กับความต้องการการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 สภาพของการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 และปัญหาการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19
การยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวน้ำหอม กรณีศึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะพร้าวน้ำหอมบ้านตาคลองตาปลั่ง อ. บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
อายุการเก็บรักษาของมะพร้าวควั่นปอกเปลือก (Trimmed coconut) ที่ปอกเปลือกมักจะยืดออกด้วยการใช้สารต่อต้านการเกิดสีน้ำตาล เช่น กรดหรือคลอรีน อย่างไรก็ตามการใช้สารดังกล่าวถูกจำกัดสำหรับสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสด วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาของมะพร้าวออร์แกนิกที่ปอกเปลือกโดยใช้กรดซิตริก (CA), โซเดียมคลอไรด์ (NaCl) และกรดเปอร์ออกซีอะซิติก (PAA) มะพร้าวปอกเปลือกถูกแช่ใน CA (10% และ 20%), NaCl (10% และ 20%) และ PAA (80 ppm) เป็นเวลา 5 นาทีก่อนบรรจุ ทุกตัวอย่างถูกเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่แช่ในสารยับการเกิดสีน้ำตาล ในช่วง 15 วันของการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 5°C คุณภาพของมะพร้าวที่ผ่านการบำบัดรวมถึงคุณภาพทางสายตา ค่าสี (L*, a*, b*) และปริมาณเชื่อจุลินทรีย์รวม (TPC) บนพื้นผิวของตัวอย่างถูกประเมิน คุณภาพทางเคมี (ความเป็นกรดที่สามารถไทเทรตได้ (TA), pH และของแข็งที่ละลายทั้งหมด) ของน้ำมะพร้าวก็ถูกตรวจสอบเช่นกัน ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่ามะพร้าวที่ผ่านการบำบัดด้วยสารละลาย CA 20% และ NaCl 20% เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาคุณภาพทางสายตาและสี รวมทั้งควบคุมการเติบโตของจุลินทรีย์ (P<0.05) นอกจากนี้การแช่มะพร้าวในสารละลาย PAA ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในเพลทที่ใช้ออกซิเจนได้สูงสุดเพียง 6 วันของการเก็บรักษาและทำให้เกิดสีเหลืองหลังจากการแช่ทันที ดังนั้น CA 20% และ NaCl 20% อาจเป็นทางเลือกในการบำบัดด้วยสารเคมีเพื่อควบคุมการเสื่อมสภาพหลังการเก็บเกี่ยวของมะพร้าวควั่นปอกเปลือก มะพร้าวเจียรไร้เปลือก (Polished coconut) เป็นผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่มีสัดส่วนทางการตลาดสูง แต่เน่าเสียได้ง่ายที่เกิดจากจุลินทรีย์และการเกิดสีน้ำตาลที่เปลือกในระหว่างด้านเนินการกระจายแบบแช่เย็น มะพร้าวเจียรไร้เปลือกถูกจุ่มในสารละลายเกลือ/กรด (SA; โซเดียมคลอไรด์ 10% และกรดซิตริก 10%) และเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 2 °C เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ในสภาพบรรยากาศควบคุม (CA) ที่แตกต่างกันสามแบบ โดยมีสภาพบรรยากาศปกติเป็นการควบคุม คุณภาพทางกายภาพ เคมี และจุลชีววิทยามะพร้าวเจียรไร้เปลือกถูกตรวจสอบ โดยมะพร้าวเจียรไร้เปลือกที่ผ่านการแช่สารละลาย SA+CA ร่วมกับสภาพบรรยากาศควบคุม 5% O2 + 7.5% CO2 แสดงให้เห็นว่าค่าดัชนีการเกิดสีน้ำตาลต่ำสุดที่ 29.13 ความเป็นกรดทั้งหมดไทเทรตได้ ปริมาณของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด และค่าความเป็นกรด-ด่าง อยู่ในช่วง 0.026–0.071%, 6.86–8.96 °Brix และ 5.38–6.51 ตามลำดับ การนับจำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมดและจำนวนของยีสต์และราอยู่ต่ำกว่า 4 log CFU/พื้นที่ของผลมะพร้าวเจียรไร้เปลือก จากผลการวิจัยนี้พบว่าการแช่มะพร้าวเจียรไร้เปลือกในสารละลาย SA+CA และเก็บในสภาวะที่มี 5% O2 + 7.5% CO2 เป็นแนวทางแบบเทคโนโลยีเฮอเดิลในการยืดอายุการเก็บรักษาของของผลิตภัณฑ์ อายุการเก็บรักษาของมะพร้าวไร้กะลาที่ไม่ได้ห่อ ห่อด้วยฟิล์มพีวีซี และบรรจุสุญญากาศ ถูกศึกษาที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียสและความชื้นสัมพัทธ์ 80–90% ไม่ว่าจะเป็นการบรรจุแบบใดการสูญเสียน้ำหนักของมะพร้าวไร้กะลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามระยะเวลาการเก็บรักษา ค่าการส่องผ่านแสงและค่าความสว่าง (L*) ของน้ามะพร้าวลดลง (P<0.05) เมื่อระยะเวลาการเก็บรักษานานขึ น ค่า pH ของน้ามะพร้าวและเนื้อมะพร้าวจากการบรรจุสุญญากาศลดลงเมื่อระยะเวลาการเก็บรักษาเพิ่มขึ้น การวิเคราะห์ทางประสาทสัมผัสแสดงให้เห็นว่าสำหรับการบรรจุทุกวิธี ความเข้มของสีเหลืองของน้ามะพร้าวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ความใสลดลงตามเวลา ความเปรี้ยวของน้ำมะพร้าวที่บรรจุสุญญากาศเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายของการเก็บรักษา มะพร้าวที่ห่อด้วยฟิล์ม ซึ่งมีอายุการเก็บรักษาสันที่สุด พบว่ามีเชื้อราบนเปลือกและกาบที่สิ้นสุดการเก็บรักษา การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่ามะพร้าวไร้กะลาที่ไม่ได้ห่อ ห่อด้วยฟิล์ม และบรรจุสุญญากาศ สามารถเก็บรักษาได้ถึง 9, 12 และ 15 วัน ตามล้าดับ ภายใต้สภาวะที่ใช้ในการศึกษานี้
การสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและกลุ่มแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมจังหวัดราชบุรี สู่การแข่งขันเชิงพานิชย์อย่างยั่งยืน
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและกลุ่มแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดราชบุรี เพื่อส่งเสริมการแข่งขันเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน โครงการมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ข้อ ได้แก่ (1) การสร้างระบบติดตาม รายงานข้อมูล และควบคุมกระบวนการเพาะปลูกมะพร้าวน้ำหอมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (IoT) (2) การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ดัดแปลงบรรยากาศ (MAP) เพื่อยืดอายุการเก็บรักษามะพร้าวน้ำหอมแบบปอกเปลือก และ (3) การสร้างนวัตกรรมทางการตลาดสำหรับมะพร้าวน้ำหอมและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวน้ำหอม ผลการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ข้อแรกพบว่า ระบบ IoT ที่พัฒนาขึ้นสามารถติดตามและควบคุมกระบวนการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านการจัดการน้ำและการควบคุมสภาพแวดล้อม ซึ่งช่วยลดการสูญเสียในกระบวนการเพาะปลูกลงได้ถึง 20% และเพิ่มผลผลิตได้ 15% เกษตรกรสามารถตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการเพาะปลูกผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย ส่งผลให้การเพาะปลูกมีความแม่นยำและประหยัดทรัพยากรมากขึ้น สำหรับวัตถุประสงค์ข้อที่สอง ผลการทดสอบบรรจุภัณฑ์ดัดแปลงบรรยากาศพบว่าสามารถยืดอายุการเก็บรักษามะพร้าวน้ำหอมแบบปอกเปลือกได้ถึง 3 เท่า หรือจาก 5 วัน เป็น 15 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบปกติ บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นช่วยรักษาความสดและคุณภาพของมะพร้าวน้ำหอมไว้ได้นานขึ้น ท้าให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจมากขึ้นในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และวัตถุประสงค์ข้อที่สาม โครงการได้พัฒนานวัตกรรมทางการตลาดใหม่ ๆ เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยและมีเอกลักษณ์ การใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ และการขยายช่องทางการจัดจ้าหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ การทดลองตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 25% ภายในช่วง 6 เดือนแรกหลังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอมของกลุ่มเกษตรกรมีศักยภาพในการแข่งขันเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืนผลสรุปของโครงการวิจัยนี้ได้แสดงให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยี IoT บรรจุภัณฑ์ดัดแปลงบรรยากาศ และนวัตกรรมทางการตลาดสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ยั่งยืนในระยะยาว