จำนวนงานวิจัย ( 9 )
การใช้ประโยชน์นวัตกรรมออกแบบและอัตลักษณ์ชุมชนพัฒนาลวดลายผ้าทอบ้าน โคกปรง จังหวัดเพชรบูรณ์สู่การพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์เพื่อยกระดับและส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าชุมชน
โครงการวิจัยเรื่องการใช้ประโยชน์นวัตกรรมออกแบบและอัตลักษณ์ชุมชนพัฒนาลวดลายผ้าทอบ้านโคกปรง จังหวัดเพชรบูรณ์สู่การพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์เพื่อยกระดับและส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าชุมชน เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์โดยการนำนวัตกรรมออกแบบและการศึกษาอัตลักษณ์ชุมชนโคกปรง จังหวัดเพชรบูรณ์ มาออกแบบและพัฒนาลวดลายผ้าทอโคกปรง ทำการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าไลฟ์สไตล์ และทำการทดสอบความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างต่อลวดลายผ้าทอโคกปรงและผลิตภัณฑ์สินค้าไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการพัฒนา ซึ่งกระบวนการวิจัยนี้ผู้วิจัยได้ใช้วิธีแบบผสมผสานระหว่างเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณการใช้แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญหารูปแบบลวดลายและรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับทักษะชุมชน ทั้งนี้ผู้วิจัยได้ประเมินผลิตภัณฑ์ผู้วิจัยได้แบ่งหัวข้อทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ .ด้านอัตลักษณ์จังหวัดสิงห์บุรีด้านการออกแบบเรขศิลป์ อัตลักษณ์จังหวัดสิงห์บุรี ด้านการถอดอัตลักษณ์พื้นที่ชุมชน ด้านการออกแบบลวดลายผ้าทอชุมชนโคกปรง ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าทอโคกปรง ด้านการตลาดและความคุ้มค่าซึ่งภาพรวมของระดับความพึงพอใจมีค่าเฉลี่ย ( x ) = 4.63 ระดับความพึงพอใจเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ผู้วิจัยได้ตั้งไว้
การบูรณาการนวัตกรรมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรม สำหรับส่งเสริมอาชีพและยกระดับรายได้ของกลุ่มผู้สูงอายุ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะในการพัฒนาผลิต ภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรมของกลุ่มผู้สูงอายุ 2) เพื่อสิ่งทอทางวัฒนธรรม ประเภทของที่ระลึกและประดับ ตกแต่งบ้าน ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์ 3) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากการพัฒนางานออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรม ด้วยนวัตกรรมทางด้านรูปแบบ สีสัน ลวดลาย วัสดุและด้านกระบวนการผลิต สำหรับส่งเสริมอาชีพและยกระดับรายได้ของกลุ่มผู้สูงอายุ โดยใช้เครื่องมือในงานวิจัยรูปแบบผสมผสาน ใช้วิธีดำเนินการวิจัย เป็นการศึกษาค้นคว้าข้อมูล การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มย่อยแบบสอบถาม โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ผล เพื่อกำหนดแนวคิดนำสู่กระบวนการออกแบบ การพัฒนา การสร้างและผลิตต้นแบบผลงาน และประเมินผลความพึงพอใจต่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และความพึงพอใจต่อรูปแบบใหม่ของผลิตภัณฑ์ จากกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนและนักท่องเที่ยวภายใน อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 50 คน ผลการวิจัย พบว่า อัตลักษณ์ท้องถิ่น คือ ผ้าขาวม้า มี 2 ลักษณะ ได้แก่ ผ้าขาวม้าลายตารางหมากรุกแบบดั้งเดิม และผ้าขาวม้าลายนํ้าไหล ที่นำมาพัฒนาต่อด้วยนวัตกรรมทางด้านรูปแบบ สีสัน ลวดลาย วัสดุและกระบวนการผลิตทางการออกแบบผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าขาวม้าบ้านหนองเครือบุญ ตำบลหนองนํ้าใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 13 ต้นแบบผลิตภัณฑ์ โดยภาพรวมของประเมินความพึงพอใจต่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ จากกลุ่มตัวอย่าง 20 คน โดยภาพรวมกิจกรรม อยู่ระดับความพึงพอใจที่ระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.32 และการประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบใหม่ของการบูรณาการนวัตกรรมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรม สำหรับส่งเสริมอาชีพและยกระดับรายได้ของกลุ่มผู้สูงอายุ จากกลุ่มตัวอย่าง 50 คน โดยภาพรวม อยู่ระดับความพึงพอใจที่ระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.20 ซึ่งพึ่งพอใจมากในการนำวัตถุดิบ คือ “ผ้าขาวม้า” มาสร้างสรรค์งานได้หลากหลาย สวยงามได้ดี
ผงสีจากใบขลู่สำหรับผลิตภัณฑ์งานประดิษฐ์จากผ้า เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าหัตถกรรมชุมชน อ.ขลุง จ.จันทบุรี
งานวิจัยนี้ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตผงสีจากใบขลู่สำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์ผ้า เพื่อศึกษา คุณสมบัติการใช้ผงสีจากใบขลู่ในผลิตภัณฑ์ผ้า และเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผงสีจากใบขลู่ใน ผลิตภัณฑ์ผ้า ผลการวิจัยสรุป ดังนี้ จากการศึกษาการผลิตผงสีจากใบขลู่ พบว่าใบขลู่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผงสีธรรมชาติได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผ่านกระบวนการอบแห้งและบดให้ละเอียดจนได้ผงสีที่มีลักษณะเป็นผงเนื้อ ละเอียดสีน้ำตาล มีกลิ่นหอมอ่อนตามธรรมชาติของใบสมุนไพร จากการทดลองพบว่า ใบขลู่แห้ง สามารถให้ผลผลิตของผงสีได้เฉลี่ยประมาณร้อยละ 25-30 ของน้ำหนักวัตถุดิบเริ่มต้น ซึ่งถือว่าเป็น ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการผลิตในระดับเบื้องต้น ผงสีที่ได้เมื่อนำไปพิมพ์ลายบนผ้า พบว่า ผ้าพิมพ์ ที่ไม่ผ่านการซักล้าง สามารถติดบนพื้นผิว ได้ดีสีที่ได้มีความคงทนในระดับมาก และได้สีปกติของสีผง ขลู่ ผ้าพิมพ์ที่ไม่แช่สารมอร์แดนท์ สามารถติดบนพื้นผิวมีสีอ่อน ผ้าพิมพ์ที่แช่สารส้ม สามารถติดบน พื้นผิวมีสีอ่อน และสีออกสีเหลือง ผ้าพิมพ์ที่แช่สนิมเหล็ก สามารถติดบนพื้นผิวได้ดี สีที่ได้มีความ คงทนในระดับมาก และได้สีเข้มมากขึ้น เมื่อใช้สนิมเหล็ก หรือเหล็กซัลเฟต เฉดสีบนผ้าที่พิมพ์ด้วยสีผงจากใบขลู่จะมีสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเหล็กซัลเฟตไปเป็นรูปของเฟอริกโดยการทำปฏิกิริยากับ ออกซิเจนในอากาศ เหล็กในรูปเฟอรัสและเฟอริกมีอยู่ร่วมกันบนเส้นใยและสเปกตรัมของพวกมัน ซ้อนทับกัน ส่งผลให้เกิดการเลื่อนของค่า λmax และส่งผลให้สีเปลี่ยนไปเป็นเฉดสีที่เข้มขึ้น [1–2] นอกจากนี้ แทนนินในสารสกัดจากจากใบขลู่ [3-4] ยังรวมตัวกับเกลือของเหล็ก (เฟอร์รังซัลเฟต) เพื่อ สร้างสารประกอบเชิงซ้อน ซึ่งทำให้ผ้ามีเฉดสีเทาดำ และเข้มขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ สารส้ม กลับลดค่า ความเข้มของสีลง ดังนั้นการนำเฉดสีที่ได้มาทำผลิตภัณฑ์ผ้าสามารถเลือกเฉดสีได้ตามการใช้งาน การถ่ายทอดองค์ความรู้และอบรมเชิงปฏิบัติการผงสีจากใบขลูสำหรับผลิตภัณฑ์งานประดิษฐ์ จากผาเพื่อเพิ่มมูลคาสินคาหัตถกรรมชุมชน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที่ ระดับ ความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.90 ด้านวิทยากร ระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.88 ด้านกระบวนการ/ขั้นตอนการให้บริการระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.92 ด้านสิ่งอำนวย ความสะดวก ระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.91 ด้านประโยชน์จากการรับบริการ ระดับ ความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.90 ความพึงพอใจในภาพรวมของโครงการ ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.93 ดังนั้นความพึงพอใจการให้บริการในด้านต่าง ๆ ที่มีต่อการจัดโครงการวิจัย อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.90 คิดเป็นร้อยละ 98.00 ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้และ ต่อยอดองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผงสีจากใบขลู่มีข้อดี คือปลอดภัยต่อผู้ใช้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
การสกัดสารให้สีจากใบมะม่วงและการใช้งานบนวัสดุสิ่งทอ
งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการนำสารให้สีสกัดจากใบมะม่วงมาใช้สำหรับงานให้สีบนวัสตุสิ่งทอ โดยการสกัดน้ำสีใช้อัตราส่วน โบมะม่วง 1 กรัม ต่อน้ำ 50 มิลลิลิตร ทำการสกัดสีดีที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเขียส นาน 60 นาที เมื่อน้ำน้ำสีที่ได้จากการสกัดมาย้อมบนผ้าในลอน ผ้าไหม และผ้าเรยอน ด้วยวิธีการย้อมแบบดูดซึม พบว่าน้ำสีที่ได้สามารถย้อมติดสึได้ดีบนผ้าไนลอนและผ้าไหม ในขณะที่สามารถย้อมติดสีบนผ้าเรยอนได้เล็กน้อย ซึ่งสามารถเพิ่มความสามารถในการติดสีของผ้าเรยอนได้ด้วยการตกแต่งด้วยสารเพิ่ม ประจุบวก ผ้าที่ผ่านการยัอมมีความคงทนของสีต่อการใช้งานอยู่ในเกณฑ์ดี และเมื่อศึกษาผลของการทำมอร์แดนท์ต่อลักษณะสีและสมบัติความคงทนของสีของผ้าที่ได้ โดยทำการทตสอบความคงหนของสีต่อการซักล้าง ความคงทนของสีต่อเหงื่อ และความคงทนของสีต่อการขัดถู ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 121 พบว่าการทำมอร์แดนท์หลังการย้อมสามารถปรับปรุงความคงทนของสีได้ ค่าความคงทนของสีต่อการซักล้างและความคงทนชองสีต่อการเหงื่อมีค่าอยู่ในระดับดี แต่ความคงทนของสีต่อการขัดถูในภาวะเปียกมีผลอยู่ในระดับปานกลาง โดยชนิดของสารมอร์แดนท์ที่ใช้มีผลต่อลักษณะสีของผ้าที่ได้หลังจากการทำมอร์แดนท์