จำนวนงานวิจัย ( 7 )
การออกแบบและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ก้อนเห็ดเศรษฐกิจ จ.สุพรรณบุรี
บทความการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ 1. เพื่อศึกษาข้อมูลของผลิตภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี 2. เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจบรรจุภัณฑ์ต้นแบบของผลิตภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี 4. เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการวิจัยพบว่า บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบันต้องได้รับการปรับปรุง จากการดำเนินการวิจัยโดยมีผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 2 ราย และลูกค้าที่ซื้อก้อนเพาะเห็ดเศรษฐกิจ จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 10 ราย เป็นการสัมภาษณ์เชิงลึก ส่งผลให้มีการออกแบบและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดแบบใหม่และได้ดำเนินการวิจัยเชิงปริมาณแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อบรรจุภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดแบบใหม่ โดยมีการเลือกสุ่มตัวอย่างแบบไม่เจาะจง จำนวน 100 ราย โดยใช้แบบสอบถาม พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย มีอายุ 20-30 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี เป็นพนักงานบริษัท รายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท สถานภาพโสด ที่อยู่อาศัยเป็นบ้าน โดยมีพฤติกรรมยังไม่เคยซื้อก้อนเพาะเห็ด ยังเห็นว่าการเพาะเห็ดควรเพาะเลี้ยงที่สวน ยังมีพฤติกรรมซื้อก้อนเห็ดมาเพาะเลี้ยงเห็ดเพื่อบริโภคในครัวเรือน ได้รับคำแนะนำการเพาะเลี้ยงเห็ดจากสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ หรืออินเตอร์เน็ต และผู้ตอบแบบสอบถามยังพบปัญหาและอุปสรรคการเพาะเลี้ยงเห็ดเนื่องด้วยไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมการเพาะเลี้ยงเห็ด จากการออกแบบบรรจุภัณฑ์ก้อนเพาะเห็ดพบว่า ด้านการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ ผู้บริโภคมีความพึงพอใจมากที่สุดในด้านบรรจุภัณฑ์ช่วยอำนวยความสะดวก เช่น การถือ การจัดเก็บรักษา การขนส่ง เป็นต้น และด้านการออกแบบกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์ ผู้บริโภคมีความพึงพอใจมากในด้านบรรจุภัณฑ์บอกรายละเอียดของผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน สุดท้ายความพึงพอใจเกี่ยวกับด้านอื่น ๆ มีระดับพอใจมากที่สุดในด้านบรรจุภัณฑ์ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ทั้งนี้ผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ พบว่าด้านการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ โดยสรุปได้ว่าโครงสร้างและรูปร่างบรรจุภัณฑ์สะดวกต่อการงาน ทางด้านการออกแบบกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์สามารถใช้สี การสื่อความหมาย และความครบถ้วนของข้อมูลในบรรจุภัณฑ์ได้ดี
การศึกษากลยุทธ์บรรจุภัณฑ์คุ๊กกี้จมูกข้าวกล้องออเกนิคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่ง กรณีศึกษา รูปแบบขนส่งแบบพัสดุภายในประเทศ
การเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซและความนิยมในผลิตภัณฑ์อาหารออเกนิคทำให้ธุรกิจคุ๊กกี้จากจมูกข้าวกล้องออเกนิคขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่เผชิญปัญหาสำคัญคือการเสียหายของสินค้าระหว่างการจัดส่งผ่านระบบพัสดุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินค้า ความพึงพอใจของลูกค้า และความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนากลยุทธ์บรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ (1) เพื่อศึกษาและพัฒนากลยุทธ์บรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความเสียหายและรักษาคุณภาพของคุ๊กกี้จากจมูกข้าวกล้องออเกนิค โดยการทดสอบเปรียบเทียบวัสดุบรรจุภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ และรูปแบบการบรรจุแบบชั้นเดียวและหลายชั้น (2) เพื่อประเมินความพึงพอใจและการรับรู้ของผู้บริโภคต่อบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นในด้านการออกแบบ ความสะดวกในการใช้งาน ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และคุณภาพสินค้าที่ได้รับ และ (3) เพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการลงทุนในบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยการเปรียบเทียบต้นทุนการลงทุนกับผลตอบแทนจากการลดความสูญเสียสินค้าและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้ประกอบการผลิตคุ๊กกี้จากจมูกข้าวกล้องออเกนิค จำนวน 30 ราย ผู้บริโภคที่เคยสั่งซื้อคุ๊กกี้หรือขนมกรอบออนไลน์ จำนวน 100 ราย และผู้ให้บริการขนส่งพัสดุและผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ จำนวน 10 ราย ทำการทดสอบประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์ 4 ประเภท ได้แก่ กล่องกระดาษลูกฟูก 3 ชั้น บรรจุภัณฑ์ชีวภาพจากเยื่อไผ่ บรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล และบรรจุภัณฑ์ผสมแบบหลายชั้น ในด้านการป้องกันการกระแทก การควบคุมความชื้น และการทดสอบในสภาพการขนส่งจริง เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน และมีค่าความเชื่อมั่น (Cronbach's Alpha) เท่ากับ 0.927 อุปกรณ์ทดสอบการกระแทก และระบบติดตามการขนส่งในสภาพจริง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบ One-way ANOVA Paired t-test และการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ผลการวิจัยพบว่า บรรจุภัณฑ์ผสมแบบหลายชั้นมีประสิทธิภาพการป้องกันสูงสุด สามารถลดความเสียหายได้ร้อยละ 88.2 จากร้อยละ 15.3 ของบรรจุภัณฑ์แบบดั้งเดิม มีคะแนนคุณภาพ 9.6 จาก 10 คะแนน และมีประสิทธิภาพดีที่สุดในการป้องกันการกระแทกและควบคุมความชื้น ด้านความพึงพอใจของผู้บริโภค บรรจุภัณฑ์ผสมแบบหลายชั้นได้คะแนนสูงสุด 4.38 จาก 5 คะแนน เพิ่มขึ้นร้อยละ 51.6 จากแบบดั้งเดิม ผู้บริโภคเต็มใจจ่ายเพิ่มเติมเฉลี่ยร้อยละ 8.3 และมีความตั้งใจซื้อซ้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 55.1 ด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ กล่องกระดาษลูกฟูกให้ผลตอบแทนการลงทุน (ROI) สูงสุดที่ร้อยละ 145.2 และคืนทุนได้เร็วสุดใน 8.3 เดือน ขณะที่บรรจุภัณฑ์ทุกประเภทมี NPV เป็นบวกและ IRR สูงกว่าต้นทุนเงินทุนอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.001) การทดสอบสมมติฐานพบว่ายอมรับสมมติฐานทั้ง 3 ข้อ ด้วยขนาดผลกระทบขนาดใหญ่ (η²=0.74, Cohen's d>1.5) องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบหลายชั้นมีประสิทธิภาพดีกว่าชั้นเดียวในทุกประเภทวัสดุ ผู้บริโภคไทยเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพและความยั่งยืนมากกว่าราคาต่ำ และการลงทุนในบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูงมีความคุ้มค่าเมื่อคำนวณผลประโยชน์โดยรวม การวิจัยนี้เป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและความยั่งยืน โดยเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนและผลิตภัณฑ์ออเกนิคที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต