จำนวนงานวิจัย ( 17 )

การรับรู้ความเสี่ยงและความไว้วางใจที่ส่งผลไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ในย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจกรุงเทพมหานคร
การรับรู้ความเสี่ยงและความไว้วางใจที่ส่งผลไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ในย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจกรุงเทพมหานคร

ท่ามกลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ได้ปรับเปลี่ยนไปด้วย การวิจัยครั้งนี้มีวัตุประสงค์ เพื่อศึกษาการรับรู้ความเสี่ยงความไว้วางใจในการเลือกใช้เทคโนโลยีทางการเงินของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความเสี่ยงและความไว้วางใจในการเลือกใช้เทคโนโลยีทางการเงินของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้ความเสี่ยงและความไว้วางใจของผู้ใช้บริการที่มีผลต่อการเลือกใช้เทคโนโลยีทางการเงินของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคคลกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ที่จับจ่ายในศูนย์การค้าย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจกรุงเทพมหานคร ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกส์ ผลการวิจัยพบว่า ไลฟ์สไตล์การใช้ Mobile/ Online Payment มีการรับรู้ความเสี่ยงมากที่สุดและมีการไว้วางใจในการให้บริการ Electronic Money มากที่สุด ส่วน Debit/ Credit Card และ Automated Teller Machine มีความไว้วางใจมากที่สุดด้านความซื่อสัตย์ ส่วนผลการศึกษาความสัมพันธ์พบว่า การรับรู้ความเสี่ยง Mobile/ Online Payment และ Electronic Money มีความสัมพันธ์กับความไว้วางใจในระดับสูง มีค่าความสัมพันธ์ในทางบวกลักษณะคล้อยตามกัน และส่วนผลการศึกษาอิทธิพลของการรับรู้ความเสี่ยงและความไว้วางใจพบว่า ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความไว้ใจด้านความซื่อสัตย์จะส่งผลในการเลือกใช้ Mobile/ Online Payment และ Electronic Money เพิ่มขึ้น ปัจจัยเสี่ยงและความไว้วางใจที่มีอิทธิพลในการเลือกใช้ Debit/ Credit Card และ Automated Teller Machine คือ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว ส่งผลในการเลือกใช้เพิ่มขึ้น

2566
การประยุกต์ใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสำหรับสร้างแผนผังการวางสินค้าในตลาดชุมชน
การประยุกต์ใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสำหรับสร้างแผนผังการวางสินค้าในตลาดชุมชน

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อสินค้าในตลาดชุมชน โดยใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์ (Association rule) อัลกอริทึม Apriori ในการสร้างกฎความสัมพันธ์ของการซื้อสินค้า จากนั้นนำกฎความสัมพันธ์ที่ได้มาออกแบบแผนผังการวางสินค้า เพื่อเสนอแนวทางการจัดวางสินค้าในตลาดชุมชน โดยใช้พื้นที่ตลาดน้ำดอนหวาย ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นพื้นที่ในการเก็บข้อมูล ใช้กลุ่มตัวอย่างคือลูกค้าที่มาซื้อของในตลาดจำนวน 1,000 คน โดยการสุ่มตัวอย่างตามความสะดวก (Convenience Sampling) โดยใช้เครื่องมือแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลประเภทสินค้าที่มีโอกาสซื้อร่วมกัน สำหรับผู้เก็บข้อมูลการวิจัยดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการ Cross-Industry Standard Process for Data Mining หรือ CRISP-DM ใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์ อัลกอริทึม Apriori วิเคราะห์ด้วยโปรแกรม RapidMiner ผลการวิจัยพบว่า กฎความสัมพันธ์ที่ได้จากอัลกอริทึมดังกล่าว มีค่าความเชื่อมั่นมากกว่า 80% สามารถอาศัยกฎความสัมพันธ์ดังกล่าว ออกแบบแผนผังแนวทางการจัดวางสินค้าในตลาดชุมชนได้ 5 แบบ ได้แก่ แผนผังแบบกริดเลย์เอาท์ (Grid Layout) แผนผังแบบเฮอริงโบนเลย์เอาท์ (Herringbone Layout) แผนผังแบบลูปออแรคแทรคเลย์เอาท์ (Loop or Racetrack Layout) แผนผังแบบฟรีโฟลว์เลย์เอาท์ (Free-Flow Layout) และ แผนผังแบบมิกซ์ มัลติเพิล เลย์เอาท์ (Mixed / Multiple Layout)

2567