จำนวนงานวิจัย ( 29 )

การรับรู้ความเสี่ยงและความไว้วางใจที่ส่งผลไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ในย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจกรุงเทพมหานคร
การรับรู้ความเสี่ยงและความไว้วางใจที่ส่งผลไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ในย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจกรุงเทพมหานคร

ท่ามกลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ได้ปรับเปลี่ยนไปด้วย การวิจัยครั้งนี้มีวัตุประสงค์ เพื่อศึกษาการรับรู้ความเสี่ยงความไว้วางใจในการเลือกใช้เทคโนโลยีทางการเงินของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความเสี่ยงและความไว้วางใจในการเลือกใช้เทคโนโลยีทางการเงินของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้ความเสี่ยงและความไว้วางใจของผู้ใช้บริการที่มีผลต่อการเลือกใช้เทคโนโลยีทางการเงินของผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคคลกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ที่จับจ่ายในศูนย์การค้าย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจกรุงเทพมหานคร ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกส์ ผลการวิจัยพบว่า ไลฟ์สไตล์การใช้ Mobile/ Online Payment มีการรับรู้ความเสี่ยงมากที่สุดและมีการไว้วางใจในการให้บริการ Electronic Money มากที่สุด ส่วน Debit/ Credit Card และ Automated Teller Machine มีความไว้วางใจมากที่สุดด้านความซื่อสัตย์ ส่วนผลการศึกษาความสัมพันธ์พบว่า การรับรู้ความเสี่ยง Mobile/ Online Payment และ Electronic Money มีความสัมพันธ์กับความไว้วางใจในระดับสูง มีค่าความสัมพันธ์ในทางบวกลักษณะคล้อยตามกัน และส่วนผลการศึกษาอิทธิพลของการรับรู้ความเสี่ยงและความไว้วางใจพบว่า ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความไว้ใจด้านความซื่อสัตย์จะส่งผลในการเลือกใช้ Mobile/ Online Payment และ Electronic Money เพิ่มขึ้น ปัจจัยเสี่ยงและความไว้วางใจที่มีอิทธิพลในการเลือกใช้ Debit/ Credit Card และ Automated Teller Machine คือ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว ส่งผลในการเลือกใช้เพิ่มขึ้น

2566
การประยุกต์ใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสำหรับสร้างแผนผังการวางสินค้าในตลาดชุมชน
การประยุกต์ใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสำหรับสร้างแผนผังการวางสินค้าในตลาดชุมชน

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อสินค้าในตลาดชุมชน โดยใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์ (Association rule) อัลกอริทึม Apriori ในการสร้างกฎความสัมพันธ์ของการซื้อสินค้า จากนั้นนำกฎความสัมพันธ์ที่ได้มาออกแบบแผนผังการวางสินค้า เพื่อเสนอแนวทางการจัดวางสินค้าในตลาดชุมชน โดยใช้พื้นที่ตลาดน้ำดอนหวาย ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นพื้นที่ในการเก็บข้อมูล ใช้กลุ่มตัวอย่างคือลูกค้าที่มาซื้อของในตลาดจำนวน 1,000 คน โดยการสุ่มตัวอย่างตามความสะดวก (Convenience Sampling) โดยใช้เครื่องมือแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลประเภทสินค้าที่มีโอกาสซื้อร่วมกัน สำหรับผู้เก็บข้อมูลการวิจัยดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการ Cross-Industry Standard Process for Data Mining หรือ CRISP-DM ใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์ อัลกอริทึม Apriori วิเคราะห์ด้วยโปรแกรม RapidMiner ผลการวิจัยพบว่า กฎความสัมพันธ์ที่ได้จากอัลกอริทึมดังกล่าว มีค่าความเชื่อมั่นมากกว่า 80% สามารถอาศัยกฎความสัมพันธ์ดังกล่าว ออกแบบแผนผังแนวทางการจัดวางสินค้าในตลาดชุมชนได้ 5 แบบ ได้แก่ แผนผังแบบกริดเลย์เอาท์ (Grid Layout) แผนผังแบบเฮอริงโบนเลย์เอาท์ (Herringbone Layout) แผนผังแบบลูปออแรคแทรคเลย์เอาท์ (Loop or Racetrack Layout) แผนผังแบบฟรีโฟลว์เลย์เอาท์ (Free-Flow Layout) และ แผนผังแบบมิกซ์ มัลติเพิล เลย์เอาท์ (Mixed / Multiple Layout)

2567
แนวทางการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวและการสื่อความหมายแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ ณ สวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อยกระดับเศรษฐกิจเมืองรอง
แนวทางการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวและการสื่อความหมายแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ ณ สวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อยกระดับเศรษฐกิจเมืองรอง

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กิจกรรมการท่องเที่ยวและการสื่อความหมายของสวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรีที่มีอยู่ปัจจุบัน และวางแนวทางการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวและการสื่อความหมายของสวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี การวิจัยในครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสำรวจ และการสัมภาษณ์เชิงลึก จากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 10 คน ทั้งหมด 2 ครั้ง เพื่อมาวิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผลการศึกษาต่อไป ผลการศึกษาการวิจัย พบว่า การสำรวจด้านกิจกรรมของสวนสัตว์บึงฉวาก ประกอบไปด้วยกิจกรรมเดินชมสัตว์และให้อาหารสัตว์ กิจกรรมการอ่านป้ายข้อมูล กิจกรรมการชมนิทรรศการและสัตว์สตัฟฟ์ กิจกรรมชมวิวและถ่ายภาพ กิจกรรมตามเทศกาลต่าง ๆ และการทัศนศึกษาแบบหมู่คณะ ด้านการสื่อความหมาย ประกอบไปด้วยป้ายสื่อความหมายบริเวณกรงสัตว์ ป้ายแผนที่สวนสัตว์และป้ายบอกทางและสัญลักษณ์ต่าง ๆ สื่อดิจิทัลและรหัสคิวอาร์ (QR Code) เจ้าหน้าที่ประจำสวนสัตว์หรือวิทยากรบรรยาย และสื่อสิ่งพิมพ์ แนวทางการพัฒนาด้านกิจกรรมของสวนสัตว์บึงฉวาก ที่ควรทำมากที่สุด คือ พัฒนาการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยใช้สื่อโซเชียล ในส่วนของแนวทางการพัฒนาการสื่อความหมายของสวนสัตว์บึงฉวาก ประเด็นที่สำคัญที่ควรพัฒนา คือ การพัฒนาโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่นอกเหนือจากการคิวอาร์โค้ด เช่น การใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality: AR) หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์พกพา เพื่อช่วยสร้างความน่าสนใจและประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว

2567
ศึกษาวัสดุท้องถิ่นและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ของที่ระลึก ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีกับวัฒนธรรม สำหรับรองรับสังคมผู้สูงวัย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล
ศึกษาวัสดุท้องถิ่นและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ของที่ระลึก ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีกับวัฒนธรรม สำหรับรองรับสังคมผู้สูงวัย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล

การวิจัยนี้ มุ่งเน้น [1] เพื่อศึกษาวัสดุท้องถิ่นและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเชิงวัฒนธรรม ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน 2] เพื่อออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเชิงวัฒนธรรม จากวัสดุท้องถิ่นที่สะท้อนเรื่องราววัฒนธรรมเพื่อรองรับนวัตกรรมด้านสังคมสูงวัย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล โดยการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติแบบมีส่วนร่วมใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยสะท้อนความจริงสอดคล้องกับการปฏิบัติในบริบทของกรอบแนวคิด ร่วมเสนอแนวความคิดในการสร้างกระบวนองค์ความรู้ใหม่ เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่และการทำงาน ของชุมชน แบ่งกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาวิจัยออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1] แบบสอบถามเชิงลึก จากตัวแทนของชุมชนและนักวิชาการท้องถิ่น จำนวน 5 คน เพื่อสมบัติของวัสดุและหาปัจจัยในการออกแบบ 2] แบบสอบถามสำหรับการออกแบบ เก็บข้อมูลสำหรับการออกแบบร่างผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกแบบเจาะจง จำนวน 30 คน สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักออกแบบ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและนักการตลาดสำหรับพัฒนาแผนการตลาดระดับชุมชน และ 3] แบบประเมินความพึงพอใจ หลังจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกด้วยกลุ่มตัวอย่าง 385 คน เป็นประชากรกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุตั้งแต่ 20 - 60 ปี (กลุ่มวัยใกล้เกษียณ) นักท่องเที่ยวภายในพื้นที่และนอกพื้นที่ ผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบ โดยมีการสรุปผลดังนี้ 1. วัสดุท้องถิ่นและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเชิงวัฒนธรรม เพื่อรองรับนวัตกรรมด้านสังคมสูงวัย ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน 1] ทรัพยากรทางธรรมชาติอะไรที่โดดเด่นมากที่สุดในจังหวัดสตูลเป็นลำดับที่ 1 คือ ปาล์มน้ำมัน 2] วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่สามารถใช้ประโยชน์หลังจากการเก็บเกี่ยวแปรรูป และสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกได้เป็นลำดับ 1 ปาล์มน้ำมัน ลำดับ 2 ยางพารา และ 3 กล้วยน้ำว้า โดยเกิดวัสดุใหม่เป็นกระดาษเส้นใยพืชที่สามารถขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกได้ 2. อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นเป็นฐานสำหรับออกแบบของที่ระลึก พบว่าพืชเศรษฐกิจที่แปรรูปใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากปาล์มน้ำมัน ทางใบปาล์มน้ำมัน ใบยางทะลายปาล์ม และกาบกล้วยได้ ผ้าบาติก หนัง ด้วยวิธีการเย็บอย่างง่ายคิดเป็นร้อยละ 64.66 มีการออกแบบร่างและพัฒนาเป็นต้นแบบจำลอง 8 ต้นแบบ และต้นแบบจริง 4 ต้นแบบ โดยผลการประเมินผลการออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก และการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนของการออกแบบ และการประเมินรูปแบบความพึงพอใจของงานผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก มีระดับความพึงพอใจระดับมากที่ค่าเฉลี่ย X" 4.43 (SD = 0.01) [3] การประเมินวัฏจักรของต้นแบบจำลองผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก 1] การเลือกวัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย 2] การใช้วัสดุ 3] ใช้กระบวนการผลิตที่เหมาะสม 4] อายุการใช้งานที่เหมาะสม 5] ลักษณะการออกแบบผลิตต้นแบบงานผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก 6] ระบบการจัดการหลังหมดอายุการใช้งานที่เหมาะสม 7] ความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตใช้และจำหน่ายได้จริง ผลสรุปรวมมีระดับความพึงพอใจระดับมากที่ค่าเฉลี่ย X" 4.40 (SD = 0.81) มีการพัฒนาผลิตภัณฑFของที่ระลึกสำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนใช้เทคนิคภูมิปัญญาที่ชุมชนสามารถฝึกทักษะได้ เมื่อมีระบบการผลิต การจำหน่าย และบริการ เพื่อสร้างรายได้สู่ครัวเรือนและชุมชนแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่ “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์” ที่ใช้การสร้างสรรค์ทุนทางปัญญาที่เป็นปัจจัยพื้นฐานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

2567
การบูรณาการเทคโนโลยีกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การสร้างสรรค์ถนนศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
การบูรณาการเทคโนโลยีกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การสร้างสรรค์ถนนศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

การวิจัยเรื่องการบูรณาการเทคโนโลยีกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การสร้างสรรค์ถนนศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ถนนศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 2) เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ของถนนศิลปะ เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการต่อยอด สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยทำการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จำนวน 60 ชุด และการเก็บข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกลุ่มศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะถนน จำนวน 3 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ปัจจุบันผู้ใช้งานมีความพึงพอใจต่อศิลปะถนนที่มีในพื้นที่ ระดับปานกลาง และต้องการให้พื้นที่ตลาดน้ำอัมพวาและพื้นที่ใกล้เคียงหากมีภาพศิลปะถนน ศิลปินควรนำเสนอด้านศิลปวัฒนธรรมชุมชนของวิถีชีวิตชุมชน ระดับมากที่สุด และต้องการให้ศิลปะถนนเป็นแหล่งท่องเที่ยว ในระดับมากที่สุด จึงมีความสำคัญต่อการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมศิลปะวัฒนธรรมต่าง ๆ และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวตามแหล่งชุมชน ก่อให้เกิดอาชีพ รายได้เข้าสู่ชุมชนและประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

2567