จำนวนงานวิจัย ( 29 )
ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์ เพื่อสร้างแบบจำลองเปิดประตูกั้นรถยนต์อัตโนมัติ
จากการวิจัยระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์ เพื่อสร้างแบบจำลองเปิดประตูกั้นรถยนต์อัตโนมัติ ด้วย Deep Learning พบว่าในส่วนของการหาตำแหน่งของป้ายทะเบียน ระบบสามารถระบุตำแหน่งของป้ายทะเบียนได้ถูกต้องคิดเป็นร้อยละ 90 ในส่วนของป้ายทะเบียนรถที่อยู่ในลักษณะแนวตรงเท่านั้น ความผิดพลาดที่พบในการระบุตำแหน่งเนื่องจากเป็นการถ่ายรูปในลักษณะที่ไม่ได้อยู่ในแนวระดับสายตาทำให้ไม่สามารถจับป้ายทะเบียนและความคมชัด ส่งผลต่อการตรวจจับป้ายทะเบียนอย่างชัดเจน ส่วนของการแยกตัวเลขและตัวอักษร มีความถูกต้องคิดเป็นร้อยละ 95 โดยขบวนการวิจัยทั้งหมดใช้การประมวลผล
การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และนวัตกรรมการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิดเพื่อการส่งออก
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของผู้ประกอบธุรกิจต่อการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และนวัตกรรมการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิด และเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมลักษณะของบรรจุภัณฑ์และนวัตกรรมการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิดเพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศ โดยทำการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจภูมิปัญญาท้องถิ่น (OTOP) และผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นผู้ที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิด ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะหรือปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์และนวัตกรรมการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิด ประกอบด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ 1) ปัจจัยด้านการขนส่ง และ 2) ปัจจัยด้านการเก็บรักษา และพบว่า ลักษณะหรือปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์และนวัตกรรมการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิด ประกอบด้วย 5 ลักษณะ ได้แก่ 1) ความปลอดภัย 2) ความทนทาน 3) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 4) ตอบสนองต่อความสนใจ 5) การใช้นวัตกรรมในการรักษาคุณภาพ
การศึกษาการรับรู้และแนวทางแก้ไขปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของบุคลากรคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องปฏิบัติตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) มาใช้ในองค์กร ดังนั้น กระบวนการจัดการภายในจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนให้ผลการปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยส่วนบุคคลของบุคลากร 2) การรับรู้ปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและแนวทางการแก้ไขปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ e-GP 3) การเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการรับรู้ปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบ e-GP และ 4) การรับรู้ปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างส่งผลต่อแนวทางการแก้ไขปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ e-GP กลุ่มตัวอย่างคือ บุคลากร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนทั้งสิ้น 70 ชุด การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test ANONVA และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 78.57 อยู่ในช่วงอายุ 41 – 50 ปี ร้อยละ 32.86 มีระดับการศึกษาปริญญาตรี ร้อยละ 54.29 และส่วนเป็นบุคลากรสายสนับสนุน ร้อยละ 57.14 มีประสบการณ์ทำงาน 11 ปีขึ้นไป ร้อยละ 50.00 มีความถี่ในการใช้บริการน้อยกว่า 1 ครั้งต่อเดือน ร้อยละ 55.71 ในขณะที่ ผลการศึกษาระดับความคิดเห็นที่มีต่อปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ e-GP พบว่า โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านขั้นตอนการจัดชื้อจัดจ้าง ด้านเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง และด้านบุคลากร ระดับการรับรู้ปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ e-GP อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ ผลการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ e-GP พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การเพิ่มช่องการติดต่อสื่อสารผ่าน Line application ระหว่างผู้ปฏิบัติงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง การปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานให้เกิดความง่ายและสะดวกต่อผู้ปฏิบัติงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง การสนับสนุนให้มีคู่มือขั้นตอนการปฏิบัติงานการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง การจัดทำระบบออนไลน์เฉพาะสำหรับงานพัสดุ ให้มีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มคุณสมบัติสำหรับการตอบคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถหาคำตอบเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง การสนับสนุนให้มีการฝึกอบรมตั้งแต่ขั้นพื้นฐานเริ่มต้นจนถึงกระบวนการสุดท้ายของการจัดซื้อจัดจ้าง การสนับสนุนให้มีการประสัมพันธ์เผยแพร่ระเบียบ ข้อบังคับ และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างต่อเนื่อง และการติดตามและประเมินผลการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อวิเคราะห์ปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น นำมาปรับปรุงเพื่อการจัดซื้อครั้งถัดไป มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ตามลำดับ ผลการศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการรับรู้ปัญหาในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ e-GP พบว่า ระดับการศึกษาที่แตกต่างกันมีผลต่อการรับรู้ปัญหาในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ e-GPนอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ พบว่า การรับรู้ปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ e-GP เฉพาะด้านบุคลากรส่งผลต่อ แนวทางการแก้ไขปัญหากระบวนการจัดชื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ e-GP R2 เท่ากับ 0.325 กล่าวคือ การรับรู้ปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบ e-GP สามารถอธิบายความแปรปรวนของแนวทางการแก้ไขปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ร้อยละ 32.50 ผลการศึกษานี้สามารถนำไปพัฒนาแนวทางปฏิบัติงานของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ รวมทั้ง การกำหนดเป็นนโยบายเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายในองค์กร
การยอมรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและปัจจัยด้านโลจิสติกส์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการบริษัทขนส่งสินค้าเอกชนของผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์
การวิจัยนี้ต้องการศึกษาการยอมรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและปัจจัยด้านโลจิสติกส์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการบริษัทขนส่งสินค้าเอกชนของผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ โดยการวิจัยใช้รูปแบบวิจัยเชิงปริมาณสำหรับการศึกษาคการยอมรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและปัจจัยด้าน โลจิสติกส์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการบริษัทขนส่งสินค้าเอกชนของผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น การวิจัยใช้แบบเชิงปริมาณในศึกษาการยอมรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและปัจจัยด้านโลจิสติกส์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการบริษัทขนส่งสินค้าเอกชนของผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์และได้กำหนดขอบเขตการวิจัยด้านประชากรที่ใช้ศึกษาคือผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ในกรุงเทพมหานครเท่านั้นและประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ ผู้ประกอบการผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เลือกใช้บริการขนส่งพัสดุเอกชน จำนวน 72,109 ผู้ประกอบการ โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างตามสะดวกจำนวน 400 ทั้งนี้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการศึกษา และนำข้อมูลที่รวบรวมได้ประมวลผลโดยวิธีการทางสถิติโดยใช้ค่าสถิติร้อยละและค่าเฉลี่ย และวิเคราะห์ทดสอบความสัมพันธ์ในลักษณะของการส่งผลต่อกันระหว่างตัวแปรอิสระหลายตัวภาค และเพื่อทดสอบถึงความแตกต่างที่ตัวแปรอิสระแต่ละตัวมีต่อตัวแปรตาม ดังนั้นสถิติที่ใช้คือการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression) ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยการยอมรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และปัจจัยด้านโลจิสติกส์ มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการบริษัทขนส่งสินค้าเอกชนแต่ ปัจจัยลักษณะขององค์กรไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการบริษัทขนส่งสินค้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ