จำนวนงานวิจัย ( 14 )
บทบาทของบทวิพากษ์วิจารณ์จากลูกค้าบนสื่อสังคมต่อการสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย: เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นเพื่อจะหาขัดมูลสำหรับการพื้นฟูการท่องเที่ยวในประทศไทยภายหลังสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากประเทศไทยมีรายได้หลักส่วนหนึ่งจากการท่องเที่ยว การปิดประเทศเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดทำให้ประเทศขาดรายได้เป็นจำนวนมหาศาล และส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว การทำแผนฟื้นฟูควรต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลความเป็นจริงและมีการวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำ นักวิจัยจึงมีความติดที่จะนำข้อมูลที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวมาวิเคราะห์ให้เห็นภาพจุดแข็งและข้อจำกัดของการท่องเที่ยวในประเทศไทยผ่านมุมมองของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยข้อมูลนี้ถูกนำมาจากบทวิพากษ์วิจารณ์ของนักท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมซึ่งมีข้อดีคือ เป็นข้อมูลเปิด (open-source data),ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และมีจำนวนที่มากพอที่จะทำให้ผลของการวิเคราะห์ข้อมูลได้สะท้อนความเป็นจริงเกี่ยวกับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวในแง่มุมต่าง ๆ ในแง่ของเทศนิดที่ใช้เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล งาบวิจัยนี้ใช้ Retrievel - Augmented Generation (RAG) เพื่อเพิ่มความสามารถของแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (Large Lanquage Models: LLMs) โดย RAG นี้สร้างขึ้นจาก Llama2 ซึ่งเป็น LLM ที่พัฒนาโดย Meta AI และข้อมูลมูลที่นำมาวิเคราะห์นี้มาจากบทวิพากษ์วิจารณ์ของนักท่องเที่ยวบน TripAdvisor ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยว งานวิจัยนี้จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ RAG ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่า LLMS ได้แก่ ChatGPT, Perplexity, Gemini และ Copilot ในแง่ของการให้ผลการวิเคราะห์เป็นข้อมูลเชิงลึกที่ LLMs ดังกล่าวไม่เคยวิเคราะห์ได้มาก่อน ท้ายที่สุด งานวิจัยนี้ใช้ผลลัพธ์จาก RAG มาใช้เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาการท่องเที่ยวรวมถึงได้แนะนำแนวทางการปฏิบัติที่ใช้ในแต่ละสถานที่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไป
การศึกษาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้วเพื่อนำมาใช้เป็นแบตเตอรี่เก็บไฟฟ้าสำรองในครัวเรือนร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์
งานวิจัยเรื่องการศึกษาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้วเพื่อนำมาใช้เป็นแบตเตอรี่เก็บไฟฟ้าสำรองในครัวเรือนร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ข้อ คือ 1) เพื่อศึกษาการคลายประจุของแบตเตอรี่ และ 2) เพื่อศึกษาการสร้างระบบไฟฟ้าสำรองภายในครัวเรือนด้วยแผงพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบสำรองไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริงในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ จากแนวคิดดังกล่าว แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาดสูงสุดไม่เกิน 56 โวลท์ 46 แอมป์ ถูกเลือกมาใช้ในงานวิจัยนี้ด้วยเหตุผลด้านข้อจำกัดของงบประมาณ โดยทำงานร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าจาแผงพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 5 กิโลวัตต์ โดยสามารถสะสมพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 2.576 กิโลวัตต์ ผลการดำเนินงานพบว่าสามารถสะสมพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีสเถียรภาพ ประกอบกับมีการประจุไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอในเวลากลางวันจากการทำงานของแผงพลังงานแสงอาทิตย์ และการคายประจุไฟฟ้าจากการใช้งานในเวลากลางคืน อย่างไรก็ตามกลับพบข้อจำกัดในการทำงาน เนื่องจากขนาดของแบตเตอรี่มีขนาดเล็กเพียง 2.576 กิโลวัตต์ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานของแผงพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 5 กิโลวัตต์ ในการผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งวันโดยเฉลี่ย 6 ชั่วโมงทำงาน
การศึกษาความเป็นไปได้ของสถานีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ขนาดเล็กจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกรด
งานวิจัยเรื่องการศึกษาความเป็นไปได้ของสถานีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ขนาดเล็กจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกรด มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกรดในสถานีประจุไฟฟ้า และสร้างสถานีประจุไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนที่ได้ จากแนวคิดการออกแบบสถานีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ขนาดเล็กจากพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ กำหนดให้สถานีประจุไฟฟ้าสามารถเคลื่อนที่ได้สะดวกอีกทั้งสามารถผลิตและเก็บปริมาณไฟฟ้าได้มากกว่าความต้องการของรถจักรยานไฟฟ้า 1.5 เท่า หรือร้อยละ 150 ซึ่งในทางปฏิบัติสถานีดังกล่าวสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ย 1,233 Wh ต่อวัน ในช่วงเวลาระหว่าง 8.00 น. ถึง 17.00 น. เพียงพอต่อความต้องการของรถจักรยานไฟฟ้าที่ต้องการปริมาณไฟฟ้า 837 Wh คิดเป็นร้อยละ 124 นอกจากนี้ สถานีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่แบบย่อส่วนจากพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่แบบตะกั่วกรด ไม่สามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าได้เกินระยะเวลา 1 เดือน เนื่องจากระดับพลังงานไฟฟ้าลดต่ำลงน้อยกว่าร้อยละ 55 ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ถูกแนะนำไว้
การประยุกต์ใช้สมาร์ทเพียร์ในการควบคุมระบบขนส่งทางเรือ
การคมนาคมทางเรือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการค้าระหว่างประเทศ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากสามารถรองรับการขนส่งสินค้าที่มีปริมาณและน้ำหนักมาก อีก ทั้งยังมีต้นทุนค่าระวางที่ต่ำกว่าการขนส่งรูปแบบอื่น จึงเป็นช่องทางหลักในการนำเข้าและส่งออกของ ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบขนส่งทางเรือยังคงเป็นประเด็นท้าทาย ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีมาช่วยเสริมสร้างความรวดเร็วและความแม่นยำ แนวคิด สมาร์ทเพียร์ (Smart Pier) อาศัยระบบอัตโนมัติและการควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์เข้ามาบริหารจัดการกระบวนการทำงาน เช่น การใช้เซนเซอร์ เครื่องจักรอัตโนมัติ และระบบควบคุม PLC เพื่อทดแทนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ลด ความผิดพลาดจากมนุษย์ และเพิ่มเสถียรภาพในการขนส่ง โดยเครื่องจักรในระบบอัตโนมัติแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระบบกึ่งอัตโนมัติที่ยังต้องอาศัยแรงงานมนุษย์ในบางส่วน และระบบอัตโนมัติเต็ม รูปแบบที่ทำงานทุกขั้นตอนด้วยคอมพิวเตอร์ การประยุกต์ใช้สมาร์ทเพียร์ในระบบท่าเรือจึงถือเ ป็น การสร้างต้นแบบของท่าเรืออัจฉริยะที่สามารถยกระดับมาตรฐานการขนส่งทางเรือของไทยให้มีความ น่าเชื่อถือ เสถียร และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาทางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์สมัยใหม่
การศึกษาการใช้พลังงานในรถบัสไฟฟ้าเพื่อการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้พลังงานในรถบัสไฟฟ้า (Electric Buses) และผลกระทบต่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระบบขนส่งสาธารณะ การศึกษาเริ่มต้นด้วยการทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีและประสิทธิภาพของรถบัสไฟฟ้า และแนวโน้มของการใช้พลังงานในระบบขนส่งในเมือง นอกจากนี้ยังได้วิเคราะห์นโยบายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในสังคมโดยระเบียบวิธีวิจัยประกอบด้วยการเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยเน้นที่ข้อมูลการใช้พลังงานในรถบัสไฟฟ้าและการวิเคราะห์ประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรถบัสที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม กรณีศึกษาที่ใช้ในงานวิจัยนี้เป็นการวิเคราะห์รถบัสไฟฟ้าที่ใช้งานในเมืองอัจฉริยะหรือสถาบันการศึกษาเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพพลังงาน อายุการใช้งานแบตเตอรี่ และการบำรุงรักษา ผลการศึกษาพบว่า รถบัสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานสูงกว่ารถบัสเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะในแง่ของการลดมลภาวะและการส่งเสริมความยั่งยืน การศึกษายังชี้ให้เห็นว่ารถบัสไฟฟ้ามีศักยภาพในการเป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบขนส่งสาธารณะในเมืองอัจฉริยะ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยบทสรุปของการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในระบบขนส่งสาธารณะ และเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงนโยบายและกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของรถบัสไฟฟ้า ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม