จำนวนงานวิจัย ( 11 )

การพัฒนาอัตลักษณ์สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์และการสร้างสรรค์สื่อเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism) ของเมืองรอง กรณีศึกษาจังหวัดอุทัยธานี
การพัฒนาอัตลักษณ์สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์และการสร้างสรรค์สื่อเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism) ของเมืองรอง กรณีศึกษาจังหวัดอุทัยธานี

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิด และองค์ประกอบของตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต 2) พัฒนาต้นแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต 3)ประเมินความพึงพอใจต่อตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต 4) พัฒนาสื่อเชิงโต้ตอบประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เมืองรอง 5) พัฒนาวีดิทัศน์ 360 องศา ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง 6) หาคุณภาพของสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง 7) หาความพึงพอใจของผู้รับชมสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง 8) การศึกษาเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) ที่เหมาะสม 9) พัฒนาระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.อุทัยธานี และ10) ศึกษาความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) มีกลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาท่องเที่ยว อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี จานวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) การศึกษาแนวคิด และองค์ประกอบของตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต ได้แนวคิดที่จะพัฒนาตราสินค้า และบรรจุภัณฑ์ศูนย์ทอผ้าพื้นเมืองลายโบราณผาทั่ง และพัฒนามัสคอตของตลาดซาวไฮ่ 2) การพัฒนาต้นแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต ศูนย์ทอผ้าพื้นเมืองลายโบราณผาทั่ง ควรสื่อถึงอัตลักษณ์ผ้าทอลาวครั่ง บรรจุภัณฑ์สินค้า ในโทนแดง ซึ่งเป็นโทนสีตามอัตลักษณ์ของผ้าทอลาวครั่งและยังเป็นสีมงคล ตลาดซาวไฮ่ ต้องการป้ายที่มีรูปตัวมาสคอตอยู่บนป้าย เพื่อให้คนสามารถเข้ามาถ่ายรูปได้ 3)การประเมินความพึงพอใจ ต่อตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต ในภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด 4) การพัฒนาสื่อเชิงโต้ตอบประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง ได้รูปแบบแผนที่เชิงโต้ตอบ เป็นภาพจากมุมมองแผนที่ เชื่อมต่อกับ Google map เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นหมายเลขทางหลวงได้ชัดเจน ประกอบด้วย สถานที่ท่องเที่ยวในอาเภอบ้านไร่ที่โดดเด่น 5)พัฒนาวีดิทัศน์ 360 องศา ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง ได้จัดทำวีดิทัศน์ จานวน 10 สถานที่ ดังนี้ วัดเขาถ้าประทุน น้าตกผาร่มเย็น ถ้าพุหวาย วัดถ้าเขาวง ต้นไม้ยักษ์ ตลาดซาวไฮ่ ศาลาไม้ร้อยปี วัดบ้านไร่ วัดผาทั่ง และศูนย์ผ้าทอโบราณบ้าน ผาทั่ง (แม่ทองลี้) 6) ผลการหาคุณภาพของสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรองอยู่ในระดับ มากที่สุด 7) ผลความพึงพอใจของผู้รับชมสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด 8) การศึกษาเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอระบบนาเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) ที่เหมาะสมโดยการออกแบบใช้หลักการ 3P คือ การกาหนดกลุ่มเป้าหมายและรูปแบบรายการ การเขียนบท และการวางแผนการถ่ายทา 9) ผลการพัฒนาระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.อุทัยธานี ในภาพรวมอยู่ในระดับดีมากและ 10) ผลความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) ในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก

2566
เสียงในสื่อสังคมออนไลน์กับผลการเลือกตั้งไทย พ.ศ. 2566
เสียงในสื่อสังคมออนไลน์กับผลการเลือกตั้งไทย พ.ศ. 2566

การฟังเสียงทางสังคมมีบทบาทสำคัญในภูมิทัศน์สื่อดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาใช้เพื่อ ประเมินความรู้สึกของประชาชนต่อการเมืองไทยและการเลือกตั้ง ปี 2566 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบริบททางการเมืองและการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 2) เพื่อศึกษาเสียงในสื่อออนไลน์กับ ปรากฏการณ์ทางสังคมในด้านการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 และ 3) เพื่อพัฒนาแนวทางการใช้เสียงในสื่อ ออนไลน์กับการวางกลยุทธ์ทางการสื่อสาร การวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใช้การเก็บข้อมูลจากสื่อออนไลน์ที่ เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 2566 ได้แก่ จากทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ อินสตาแกรม และเว็บไซต์ จำนวน 1,333 ครั้ง เพื่อศึกษาข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยเก็บข้อมูลระหว่าง เดือน พฤษภาคม 2566 – กรกฎาคม 2566 ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้วิธีการวิจัยเอกสาร จาก เว็บไซต์ข่าว และเอกสารการวิจัยของไทยและต่างประเทศ รวมจำนวน 10 ชิ้น ผลการศึกษาพบว่า บริบททางการเมืองไทยการหลังรัฐประหารปี พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา ประชาชนไม่ไว้วางใจและกลัว การสืบทอดอำนาจของรัฐบาลทหาร จนถึงการเลือกตั้งปี 2566 แม้ว่าพรรคก้าวไก]จะได้รับคะแนน เสียงอย่างท่วมท้นแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เนื่องจากนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ทำให้ไม่ได้รับการ สนับสนุนจากวุฒิสภา สุดท้ายพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จแต่ก็ก่อให้เกิดข้อถกเถียงอย่าง กว้างขวางเกี่ยวกับความชอบธรรมและความศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย ผลการศึกษาด้านการฟัง เสียงในสื่อสังคมออนไลน์กับผลการเลือกตั้งไทย พ.ศ. 2566 พบว่า การแสดงความรู้สึก (Sentiment) เป็นไปในทางตรงกันข้ามกับผลการเลือกตั้ง แต่การมีส่วนร่วม (Engagement) ทางการเมืองกลับ เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับผลการเลือกตั้ง คือ พรรคก้าวไกลมีการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุด และได้คะแนนเลือกตั้งสูงที่สุดเช่นกัน ผลการศึกษาด้านการใช้เสียงในสื่อออนไลน์กับการวางกลยุทธ์ ทางการสื่อสารมี 8 ประการ คือ การทำความเข้าใจความคิดเห็นและทัศนคติของประชาชน การ วางแผนกลยุทธ์และปรับปรุงข้อความหาเสียง การเฝ้าระวังคู่แข่งทางการเมือง การจัดการชื่อเสียงและ รับมือกับข้อมูลเชิงลบ การปรับกลยุทธ์ตามลักษณะเฉพาะของแต่ละแพลตฟอร์ม การทำนายผลการ เลือกตั้งและความนิยมของพรรคการเมือง การออกแบบกลวิธีการสื่อสารในสื่อออนไลน์ที่ตรงกับผู้รับ สาร และการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและจริยธรรม

2566
การเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมตนเองเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
การเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมตนเองเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ 2) เพื่อศึกษาความถี่ในการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับวิธีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน และ 3) เพื่อศึกษาการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับวิธีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน ผลการวิจัยพบว่า สมมุติฐานที่ 1 ปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ ได้แก่ เพศ สถานภาพสมรส อายุ ระดับการศึกษา ระดับรายได้ อาชีพ ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน ทรัพย์สิน การอยู่อาศัยร่วมบ้าน/ที่พักอาศัยปัจจุบัน สมมุติฐานที่ 2 ความถี่ในการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับระดับการรับรู้ข้อมูลการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อบุคคล สื่อสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ ไลน์ ติ๊กต่อก เอ็กซ์ สื่ออินเทอร์เน็ตประเภทพ็อดแคส ยูทูบ ทั้งนี้ เมื่อผู้รับสารมีความถี่ในการเปิดรับสื่อรณรงค์มากย่อมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้ สมมุติฐานที่ 3 การเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ โดยแบ่งการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนเป็นจำนวน 4 ด้าน ได้แก่ ความพร้อมทางด้านสุขภาพ ความพร้อมทางด้านสังคม ความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจ และความพร้อมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งการเปิดรับสื่อเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณในทุกด้าน

2567
การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อเชิงวิถีชุมชนและยกระดับรายได้วิสาหกิจชุมชนด้วยระบบอัจฉริยะ วางแผนนำเที่ยวอัตโนมัติ
การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อเชิงวิถีชุมชนและยกระดับรายได้วิสาหกิจชุมชนด้วยระบบอัจฉริยะ วางแผนนำเที่ยวอัตโนมัติ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์เชิงวิถีชุมชน เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์สินค้า และเพื่อพัฒนาระบบอัจฉริยะวางแผนนำเที่ยวอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการวิจัยการวิจัยแบบผสมผสาน (mixed methods) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน และ ประชาชนที่สนใจท่องเที่ยวในจังหวัดอุทัยธานี จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า สื่อประชาสัมพันธ์เชิงวิถีชุมชน มีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด กลุ่มตัวอย่าง มีความพึงพอใจสื่อประชาสัมพันธ์เชิงวิถีชุมชน โดยรวมมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับดี ผลการออกแบบผลงานสร้างสรรค์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจด้านความพึงพอใจต่องานออกแบบบรรจุภัณฑ์ อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการประเมินระบบอัจฉริยะวางแผนนำเที่ยวอัตโนมัติ กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจ ด้านข้อมูล ความพึงพอใจด้านการออกแบบ และความพึงพอใจด้านเทคนิคในระดับมากที่สุดในระดับมากที่สุด

2567
การพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีพอดคาสต์เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ
การพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีพอดคาสต์เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการการรับรู้ข่าวสารด้านสุขภาวะของผู้สูงอายุ เพื่อพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีพอดคาสต์ด้านสุขภาวะของผู้สูงอายุ เพื่อประเมินผลนวัตกรรมสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีพอดคาสต์ด้านสุขภาวะของผู้สูงอายุ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้สูงอายุที่มีต่อนวัตกรรมการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีพอดคาสต์ เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ผู้สูงอายุในภาคเหนือ 100 คน ภาคอีสาน 100 คน ภาคกลาง 100 คน ภาคใต้ 100 คน และกรุงเทพมหานคร 50 คน รวมทั้งสิ้น 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามความต้องการความรู้ด้านสุขภาวะของผู้สูงอายุ แบบประเมินคุณภาพนวัตกรรมการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีพอดคาสต์ด้านสุขภาวะของผู้สูงอายุ และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้สูงอายุที่มีต่อนวัตกรรมการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีพอดคาสต์ด้านสุขภาวะ ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุมีความต้องการเกี่ยวกับเนื้อหารายการพอดคาสต์เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ ด้านสุขภาวะ อยู่ในระดับมากที่สุด ด้านร่างกาย อยู่ในระดับ มากที่สุด ด้านโภชนการ อยู่ในระดับมากที่สุด ด้านจิตใจ อยู่ในระดับมากที่สุด ด้านเศรษฐกิจ อยู่ในระดับมาก และด้านสภาพแวดล้อม อยู่ในระดับมาก ผลการประเมินคุณภาพนวัตกรรมการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีพอดคาสต์ด้านสุขภาวะของผู้สูงอายุโดยผู้เชี่ยวชาญ อยู่ในระดับมากที่สุด และความพึงพอใจของผู้สูงอายุที่มีต่อนวัตกรรมการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีพอดคาสต์ด้านสุขภาวะ อยู่ในระดับมากที่สุด

2567