จำนวนงานวิจัย ( 4 )

ความต้องการการออกกำลังกายของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี
ความต้องการการออกกำลังกายของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี

งานวิจัยนี้มีเพื่อศึกษาความต้องการการออกกำลังกายของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี โดยดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ.2565 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2566 เป็นการวิจัยเชิงสำรวจมุ่งศึกษาและเปรียบเทียบความต้องการการออกกำลังกายของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี โดยกำหนดให้ครอบคลุมกับความต้องการของผู้สูงอายุทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านชนิดของกิจกรรมการออกกำลังกาย ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่ และอุปกรณ์ ด้านบุคลากรที่ให้บริการ และด้านการจัดการ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้สูงอายุในอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยมีกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ ผู้สูงอายุในอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จำนวน 400 คน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีระดับความต้องการการออกกำลังกาย 4 ด้าน ได้แก่ ด้านประเภทและชนิดของการออกกำลังกาย ด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านค่าใช้จ่ายในการออกกำลังกาย ด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการออกกำลังกาย โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ 1. ประเภทและชนิดของการออกกำลังกาย ที่ผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีต้องการมากที่สุด คือ เต้นแอโรบิค รองลงมา คือ เดิน – วิ่ง การออกกำลังกายอื่น ๆ ขี่จักรยาน ฟุตบอล - ฟุตซอล และแบดมินตัน เป็นต้น 2. ความต้องการการออกกำลังกาย ด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก คือ สามารถใช้บริการได้ทั้งกลางแจ้งและในร่ม มีห้องน้ำไว้บริการ ใกล้ชุมชน ได้มาตรฐาน และมีอากาศถ่ายเท และมีแสงสว่างเพียงพอ 3. ความต้องการการออกกำลังกาย ด้านค่าใช้จ่ายในการออกกำลังกาย คือ มีเจ้าหน้าที่ดูแล รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำการใช้บริการ ให้ความรู้ในการออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬาโดยเฉพาะด้าน และมีเจ้าหน้าที่ด้านการพยาบาลประจำสถานที่ออกกำลังกาย 4. ความต้องการการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ ด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการออกกำลังกาย คือ มีกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ในการใช้สถานที่ออกกำลังกายอย่างชัดเจน มีการจัดการจราจรและลานจอดรถที่ดี มีการจัดการด้านความสะอาดที่ดี มีความสะดวกในการติดต่อประสานงาน และมีการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการที่ดีเพื่อความปลอดภัย และเมื่อจำแนกตามเพศ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน พบว่า ผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี ที่มีเพศที่ต่างกันมีความต้องการออกกำลังกายแตกต่าง ผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีที่มีอายุที่ต่างกันมีความต้องการในการออกกำลังกายแตกต่างกัน จำนวน 2 ด้าน คือ ด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก และด้านค่าใช้จ่ายในการออกกำลังกาย

2566
การพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดเพชรบุรี
การพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดเพชรบุรี

โครงการวิจัย การพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดเพชรบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร เป็นการวิจัยและพัฒนา โดยใช้การวิจัยแบบผสานวิธี คือ เป็นการรวบรวมการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Method) และเชิงปริมาณ (Quantitative Method) เข้าด้วยกัน โดยใช้การวิจัยแบบขั้นตอนเชิงอธิบาย (Explanatory Sequential Design) เป็นการวิจัยที่แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ช่วงแรกจะเป็นการวิจัยเชิงปริมาณก่อนเพื่อตอบปัญหาการวิจัย และต่อด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อช่วยในการอธิบายผลให้กระจ่างยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์หลักของโครงการวิจัย การพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดเพชรบุรี มีด้วยกัน 3 ข้อ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัดเพชรบุรี 2) เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการและให้บริการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดเพชรบุรี และ 3) เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนากระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดเพชรบุรี โดยเป้าหมายของการศึกษาวิจัย คือ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงรูปแบบเส้นทางการท่องเที่ยว กิจกรรมนันทนาการเพื่อการท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการบริหารจัดการธุรกิจที่พักเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ผลการวิจัย พบว่า ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัดเพชรบุรี ในภาพรวมอยู่ในระดับดี และสามารถพัฒนาได้อีก แต่ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลาย อย่างเพิ่มเติม ทั้งในเรื่องของงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน การประชาสัมพันธ์ การมีส่วนร่วม และนโยบายต่าง ๆ ที่ภาครัฐเสนอเพื่อที่จะนำมาพัฒนา ปรับปรุง และยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้มีความเหมาะสมกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากมีอัตราการเกิดน้อยลง เพราะเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจ สังคม และปัญหาที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพ ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดแนวทางและโยบายที่จะเข้าพัฒนาและยกระดับศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้มีมาตรฐาน และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรี ในส่วนของรูปแบบการจัดการและให้บริการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดเพชรบุรี ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนในแต่ละพื้นที่ โดยมีการจัดประชุม วางแผนการดำเนินงานตามขั้นตอนต่าง ๆ และยังมีบางกลุ่มที่มีความสนใจในการเข้าร่วมและมีจิตอาสาที่จะเข้าช่วยเหลือและพร้อมที่จะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงรูปแบบการจัดการและการให้บริการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากขึ้น และสุดท้ายแนวทางในการสร้างและพัฒนากระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดเพชรบุรีการมีส่วนร่วมของคนในจังหวัดเพชรบุรีในเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุนั้น คนในชุมชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการช่วยกันพัฒนาและเสนอแนวคิดในการสร้างสรรค์กระบวนการในการจัดการในเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ถึงแม้ว่าในบางชุมชนจะไม่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพก็ตาม แต่ในภาพรวมของจังหวัดถือว่าเพชรบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่นักท่องเที่ยวทั้ง ชาวไทยและชาวต่างชาติทุกช่วงวัยเดินทางไปท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางไปท่องเที่ยวนั้นจะคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวกสบายในการเดินทาง มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีที่พักแรมไว้คอยบริการและเพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยว อีกทั้งคนในชุมชนเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน และพร้อมที่จะยอมรับในการเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาชุมชนของตัวเองให้ดีขึ้น

2566
การใช้ทฤษฎีพหุปัญญาในการจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การใช้ทฤษฎีพหุปัญญาในการจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาโดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อศึกษาความสามารถในการเรียนวิชาพลศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเรียนการสอนวิชาพลศึกษากับความสามารถในการเรียนวิชา พลศึกษาโดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครโดยดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2564 เป็นการวิจัยเชิงสำรวจที่ใช้เครื่องมือแบบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วย 4 ส่วน คือ 1) ข้อมูลทั่วไปของนักศึกษาซึ่งเป็นลักษณะทางประชากรศาสตร์ 2) ลักษณะองค์ประกอบของการสอนแบบการใช้ทฤษฎีพหุปัญญา 3) ขั้นตอนการสอนพลศึกษาด้วยการสอนแบบการใช้ทฤษฎีพหุปัญญาเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย และ 4) ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเรียนการสอนวิชาพลศึกษากับความพึงพอใจที่นักศึกษามีต่อการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาโดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญา โดยมีกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 357 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนาสำหรับข้อมูลลักษณะทางประชากรศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่า ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร พบว่า ส่วนใหญ่กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิง อายุ 19 ปี เป็นนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มีความคิดเห็นที่มีต่อการสอนวิชาการพลศึกษาด้วยการสอนแบบการใช้ทฤษฎีพหุปัญญา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เพราะนักศึกษาทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ต้องรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง มีการเคลื่อนไหวร่างกาย มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ได้ใช้ประสบการณ์เดิมเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ และขั้นตอนการสอนพลศึกษาด้วยการสอนแบบการใช้ทฤษฎีพหุปัญญา เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด และนักศึกษาที่มีเพศ อายุ ที่แตกต่างกันมีความ พึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาโดยใช้ทฤษฎี พหุปัญญาไม่แตกต่างกัน แต่นักศึกษาที่เรียนคณะต่างกันจะมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาโดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาแตกต่างกัน 3 ขั้น ดังนี้1. ขั้นสอน / สาธิต 2. ขั้นปฏิบัติ และ 3. ขั้นปรับปรุง

2565
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูพลศึกษาในมุมมองของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูพลศึกษาในมุมมองของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

งานวิจัยนี้มีเพื่อศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูพลศึกษาในมุมมองของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อศึกษาแนวทางคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูพลศึกษาในมุมมองของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ.2563 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2564 เป็นการวิจัยเชิงสำรวจที่ใช้เครื่องมือแบบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1) ข้อมูลทั่วไปของนักศึกษาซึ่งเป็นลักษณะทางประชากรศาสตร์ 2) คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูพลศึกษาในมุมมองของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร ทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการและการสอน ด้านคุณธรรมและความประพฤติ ด้านบุคลิกภาพและมนุษยสัมพันธ์ ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม 3) ความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะของครูพลศึกษาเพิ่มเติมในมุมมองของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการและการสอน ด้านคุณธรรมและความประพฤติ ด้านบุคลิกภาพและมนุษยสัมพันธ์ ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม โดยมีกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร จำนวน 382 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนาสำหรับข้อมูลลักษณะทางประชากรศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่า ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 20 ปี กำลังศึกษาอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างมีระดับความคิดเห็นในเรื่องของคุณลักษณะที่เป็นจริงของครูพลศึกษา โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ คุณลักษณะที่เป็นจริงของครูพลศึกษาด้านคุณธรรมและความประพฤติ มากที่สุด รองลงมา คือ ด้านวิชาการและการสอน และในเรื่องของคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูพลศึกษาในความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูพลศึกษาด้านบุคลิกภาพและมนุษยสัมพันธ์ มากที่สุด รองลงมา คือ ด้านคุณธรรมและความประพฤติ มุมมองของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ที่มีต่อคุณลักษณะของครูพลศึกษาทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการและการสอน ด้านคุณธรรมและความประพฤติ ด้านบุคลิกภาพและมนุษยสัมพันธ์ ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม แสดงให้เห็นว่าในภาพรวมครูพลศึกษา ควรมีทักษะทางด้านกีฬา และนันทนาการ มีมนุษยสัมพันธ์ดี สร้างบรรยากาศที่ดีน่าเรียนไม่ตึงเครียดจนเกินไป มีคุณธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักศึกษา รับฟังความคิดเห็น มีความรับผิดชอบ จริงใจ มีทัศนคติที่ดีกับนักศึกษาทุกคน อัธยาศัยดี เป็นกันเอง แต่งตัวเหมาะสม พูดจาดี เข้าถึงได้ง่าย มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีน้ำใจ มีการแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับกีฬาให้นักศึกษาได้ทราบ มีอุปกรณ์กีฬาให้นักศึกษาได้ยืมใช้นอกเหนือจากเวลาเรียน มีความเข้าใจและเข้าถึงนักศึกษา สนับสนุน แนะแนวทางการศึกษาให้กับนักศึกษา ให้คำปรึกษา และ/หรือคำแนะนำที่ดีให้กับนักศึกษา ตั้งใจสอน ส่งเสริมนักศึกษาในทางที่ดี มีความเป็นผู้นำ

2565