จำนวนงานวิจัย ( 3 )

มาตรการทางกฎหมายเพื่อส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุของมหาวิทยาลัยในสังกัดรัฐ
มาตรการทางกฎหมายเพื่อส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุของมหาวิทยาลัยในสังกัดรัฐ

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาปรากฏการณ์การจ้างงานของบุคลากรสูงอายุในมหาวิทยาลัยของประเทศไทยท่ามกลางบริบทของการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์โดยใช้กรอบทฤษฎี (Institutional Theory) ทฤษฎีทุนมนุษย์ (Human Capital Theory) แนวคิดพฤฒพลัง (Active Ageing Framework) และทฤษฎีการจัดการความรู้ (Knowledge Management Theory) เป็นฐานในการวิเคราะห์การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้บริหารระดับสูง เจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และบุคลากรสูงอายุรวมทั้งใช้เครื่องมือในการวิจัยคือ การวิเคราะห์เอกสารนโยบายที่เกี่ยวข้องโดยการใช้การวิเคราะห์เชิงแก่น (Thematic Analysis) และการวิเคราะห์เชิงกรณีศึกษา (Cross-case Analysis) ซึ่งผลการวิจัยพบว่าปัจจัยเชิงสถาบันเช่น กรอบกฎหมายและนโยบายภาครัฐ เป็นข้อจำกัดในการจ้างงาน ในขณะที่ปัจจัยเชิงทุนมนุษย์และการจัดการความรู้สะท้อนถึงคุณค่าของบุคลากรสูงอายุในการถ่ายทอดความรู้และการเสริมสร้างศักยภาพของมหาวิทยาลัย จากข้อค้นพบดังกล่าวงานวิจัยนี้จึงเสนอว่า การออกแบบนโยบายเชิงบูรณาการที่ครอบคลุมทั้งด้านกฎหมาย สังคม และการบริหารทรัพยากรบุคคล จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนความท้าทายของสังคมสูงวัยให้เป็นโอกาสในเชิงยุทธศาสตร์สำหรับระบบอุดมศึกษาไทย

2567
มาตรการทางกฎหมายเพื่อการส่งออกกัญชาไทยในตลาดสากล
มาตรการทางกฎหมายเพื่อการส่งออกกัญชาไทยในตลาดสากล

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากฎหมายและมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกกัญชาไทยในตลาดสากล 2) วิเคราะห์ผลกระทบจากมาตรการทางกฎหมายต่อการส่งออกกัญชาไทย การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยอาศัยการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) และใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กับผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 17 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่ายงานภาครัฐ 10 และผู้ประกอบการหรือวิสาหกิจชุมชน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1)กฎหมายไทยยังคงอยู่ภายใต้กรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติ ค.ศ.1961 และกฎหมายภายในประเทศ เช่น พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2568 ที่กำหนดให้ “ช่อดอกกัญชา” เป็ฯสมุนไพรควบคุม ส่งผลให้การส่งออกต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเข้มงวด ต้องมีใบรับรองการนำเข้าจากประเทศปลายทาง (Import Certificate) และใบอนุญาตส่งออก (Export Permit) รวมทั้งต้องรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกครั้ง 2) มาตรการทางกฎหมายแม้ช่วยสร้างมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ เช่น การบังคับใช้มาตรฐาน GACP และ GMP แต่ความยุ่งยากของขั้นตอนกฎหมายทำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายเล็กและวิสาหกิจชุมชน เข้าถึงได้ยาก เกิดต้นทุนสูง และไม่สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง เช่น แคนาดาและอิสราเอล ได้อย่างเต็มที อีกทั้งยังพบอุปสรร ได้แก่ ขั้นตอนการอนุญาตที่ซ้ำซ้อนและ ล่าช้า ภาษีนำเข้าและค่าขนส่งสูง รวมทั้งข้อกำหนดเข้มงวดของประเทศคู่ค้า เช่น มาตรฐาน EU-GMP ของสหภาพยูโรป และ TGO 93 ของออสเตรเลีย ข้อเสนอแนะ ควรปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานลากล (EU-GMP, track-and-trace) จัดตั้ง One-stop Service เพื่อลดขั้นตอนซ้ำซ้อนและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงมาตรฐานคุณภาพ (GACP< GMP, EU-GMP) ผ่านกองทุน เงินทุนวิจัย และความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ด้วยคู่มือ/Infographic และพัฒนาหลักสูตรอบรมด้านกฎหมายและธุรกิจกัญชา

2567
การจัดหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตในประเทศไทยเพื่อรองรับการเปิดในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
การจัดหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตในประเทศไทยเพื่อรองรับการเปิดในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาการจัดหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตในประเทศไทยเพื่อรองรับการเปิดในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิเคราะห์โครงสร้างและรูปแบบของหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตในประเทศไทยสำหรับไปปรับใช้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 2)เพื่อศึกษาวิเคราะห์บริบทและกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการจัดทำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและให้เป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาและมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผสมผสานระหว่างการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) โดยเลือกกำหนดจากประชากรผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (key Informants) จำนวน 4 กลุ่มๆ ละ 5 คน จำนวน 20 คน สุดท้ายเป็นการสนทนากลุ่ม (Focus Group) จำนวน 8 คน ผลการวิจัยพบว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลต้องมีการจัดทำร่างหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตที่มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรีสาขาวิชานิติศาสตร์ พ.ศ. 2561 ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรีสาขาวิชานิติศาสตร์ พ.ศ. 2561 โดยจัดทำหลักสูตรให้มีเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ให้ชัดเจน เน้นกลไกตามยุทธศาสตร์การจัดการเรียนการสอน ซึ่งมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาที่ประกาศใช้ในปี พ.ศ. 2565 สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดทำหลักสูตรนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลได้ ส่งเสริมให้บัณฑิตศึกษาต่อในหลักสูตรเนติบัณฑิต และมีการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบคลังหน่วยกิต (NCBS) สำหรับการร่างหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสามารถนำภูมิหลังหรือพื้นฐาน คือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาประยุกต์หรือบูรณาการกับการสร้างรายวิชาทางด้านนิติศาสตร์ โดยมุ่งเน้นกฎหมายเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กฎหมายเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ กฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจ กฎหมายเกี่ยวกับวิศวกรรม เทคโนโลยี กฎหมายเกี่ยวกับนวัตกรรม เป็นต้น นอกจากนี้ควรจัดให้มีวิชาทักษะในการปฏิบัติงานด้านกฎหมาย หรือพัฒนาเป็นหลักสูตรพหุวิทยาการแบบผสมผสาน ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในทางปฏิบัติ

2565