จำนวนงานวิจัย ( 25 )
โครงการศึกษาแนวทางการออกแบบศูนย์ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงอายุ ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) โดยจากข้อมูลการสำรวจประชากร พบว่าจำนวนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 6.8 ในปี พ.ศ. 2537 เป็นร้อยละ 20.0 ในปี พ.ศ. 2567 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรดังกล่าว และได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสถานภาพ บทบาท และกิจกรรมของผู้สูงอายุ การออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในการรองรับสังคมสูงวัย แนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) เป็นหลักการออกแบบที่คำนึงถึงความสะดวกและความสามารถในการเข้าถึงของผู้ใช้งานทุกกลุ่ม โดยการออกแบบนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย พื้นที่ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงอายุ เนื่องจากมีองค์ประกอบเชิงพื้นที่ที่เอื้อต่อการพัฒนา และการมีเครือข่ายทางสังคมที่เข้มแข็ง มีชมรมผู้สูงอายุตำบลบางงาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับประชากรกลุ่มนี้ โครงการศึกษาแนวทางการออกแบบศูนย์ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงอายุ ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและหาแนวทางในการออกแบบพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมภาวะที่เอื้อต่อการอยู่ในสังคมของผู้สูงอายุ ตลอดจนสุขภาวะจิตและกายของผู้สูงอายุ ที่มุ่งช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี และคุณภาพชีวิตที่ดีตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคนต่อไป ผลการศึกษานี้ได้นำเสนอต้นแบบสถาปัตยกรรมที่มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ตั้งที่มีข้อจำกัดด้านขนาดพื้นที่ โดยได้พัฒนาแนวทางการออกแบบที่ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของผู้สูงอายุ ควบคู่ไปกับการแก้ไขข้อจำกัดทางกายภาพของพื้นที่ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) ร่วมกับแนวคิดการประหยัดพลังงานและการใช้วัสดุท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์จากการออกแบบโดยใช้แนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบางงาม ได้นำต้นแบบดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงอาคารศูนย์ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงอายุต่อไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยกับการนำไปใช้ประโยชน์ในบริบทจริง
โครงการศึกษาแนวทางการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ตามอัตลักษณ์ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย
ชุมชนลาวเวียงตำบลม่วงงาม อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์การกวาดต้อนเชลยศึกจากเวียงจันทน์ในช่วงความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรสยามกับอาณาจักรล้านช้าง การอพยพเกิดขึ้นส่งผลให้ชาวลาวเวียงจำนวนมากตั้งถิ่นฐานในพื้นที่จังหวัดสระบุรี โดยเฉพาะที่ตำบลม่วงงาม ปัจจุบันชุมชนโคกนาศัย ในตำบลม่วงงามได้พัฒนาแนวทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่เน้นอัตลักษณ์วัฒนธรรมผ่านวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิมลาวเวียงนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์ตรง อาทิ การทำนาแบบดั้งเดิม การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ศักยภาพของชุมชนโคกนาศัยมิได้จำกัดอยู่ที่การท่องเที่ยว แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการธำรงและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม โครงการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์วิถีชีวิตชุมชน อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม รวมถึงรูปแบบพฤติกรรมการใช้พื้นที่ วิเคราะห์และสังเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย และเสนอแนะแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ชุมชนและส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นตามวิถีชาติพันธุ์ลาวเวียงและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ผลการศึกษานี้นำเสนอต้นแบบสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ โดยจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้มีประสิทธิภาพและรองรับกิจกรรมชุมชนอย่างหลากหลาย อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้รับการประยุกต์ผ่านลวดลาย "เฉลว" ในการออกแบบช่องเปิดอาคาร เพื่อสร้างเอกลักษณ์และส่งเสริมการรับรู้ด้านการเข้าถึงอาคาร การเลือกใช้วัสดุพื้นถิ่น เช่น ไม้จริงและไม้ไผ่ สอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและบริบทแวดล้อม ผลลัพธ์จากกระบวนการมีส่วนร่วมได้นำไปสู่การประยุกต์ใช้ต้นแบบในการปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้ของวิสาหกิจชุมชนโคกหนองนาโมเดลตำบลม่วงงาม การบูรณาการอัตลักษณ์ชุมชนและวัสดุพื้นถิ่นในการออกแบบ ไม่เพียงสะท้อนความเคารพต่อภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ยังส่งเสริมความยั่งยืนและการสืบทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมของชุมชนลาวเวียงในเชิงกายภาพ
ส่งเสริมวัฒนธรรมผสมผสานเทคโนโลยีท้องถิ่น สู่การออกแบบเฟอร์นิเจอร์จักสานร่วมสมัย
โครงการวิจัยเรื่อง “ส่งเสริมวัฒนธรรมผสมผสานเทคโนโลยีท้องถิ่น สู่การออกแบบเฟอร์นิเจอร์จักสานร่วมสมัย” มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาลวดลายวิจิตรสถาปัตยกรรมศาสนสถาน ศิลปะสมัยอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งศึกษาเทคโนโลยีและเทคนิคหัตถกรรมจักสานท้องถิ่น นำไปสู่การออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยสำหรับพื้นที่จำกัด จากนั้นวิเคราะห์และประเมินผลผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยสำหรับพื้นที่จำกัด วิธีการดำเนินการวิจัย ใช้รูปแบบการวิจัยใช้วิธีการแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ศึกษาข้อมูลจากเอกสาร ตำราและงานวิจัย การทบทวนวรรณกรรม การศึกษาลวดลายวิจิตรจากวัฒนธรรมภายในสถาปัตยกรรมศาสนสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เกิดเทคโนโลยีและเทคนิคการถัก ทอ ผูก มัด ย้อม ดัดวัสดุ เกิดแนวคิดวัฒนธรรมจักสานร่วมสมัย ก่อนการประเมินผลผลิตภัณฑ์ และนำรูปแบบไปสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นการลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามประกอบการสัมภาษณ์จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน และประเมินความพึงพอใจของกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบและสนใจเฟอร์นิเจอร์จักสาน จำนวน 80 คน ด้วยเทคนิคมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ผลการวิจัยพบว่า จากแบบร่าง 15 ต้นแบบ คัดเหลือ 3 ชุด และนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินรูปแบบเฟอร์นิเจอร์พบว่า รูปแบบเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนั่งเล่น มีความเหมาะสมมากที่สุด จากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จำนวน 3 คน ตามหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย [*สมการคณิตศาสตร์] และผลการประเมินความพึงพอใจของคนทั่วไปที่มีต่อเฟอร์นิเจอร์จักสานร่วมสมัย จำนวน 80 คน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย [*สมการคณิตศาสตร์] *สามารถดูสมการคณิตศาสตร์ได้ที่ไฟล์ฉบับเต็ม
การออกแบบเครื่องประดับเศษเส้นไหมเหลือใช้จากการทอผ้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านอ่างเตย อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา
การออกแบบเครื่องประดับเศษเส้นไหมเหลือใช้จากการทอผ้า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านอ่างเตย อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการเพิ่มมูลให้กับเครื่องประดับจากเส้นไหมเหลือใช้จาการทอผ้า และเพื่อออกแบบเครื่องประดับจากเส้นไหมเหลือใช้จากการทอผ้า โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมและวิถีวิชิตของกลุ่มชุมชนบ้านอ่างเตย อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่อศัยอยู่ร่วมกับช้างป่าได้อย่างดี จึงนำเศษเส้นไหมเหลือใช้จากการทอผ้า มีการตัดหัวผ้าและปลายผ้าทอทิ้ง นำเส้นไหมจำนวน 5-9 เส้น ต่างสีบางหรือสีเดียวกันนำมาปั่นเกลียวด้วยอุปกรณ์ปั่นเกลียวแบบพื้นบ้านให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ใช้เทคนิคหัตถกรรมพื้นบ้านการถัก การทอ และการสาน ผสมเส้นไหมดิ้นทอเพิ่มความหรูหรา ใช้ด้วยวัสดุธรรมชาติ วัสดุแต่งเครื่องประดับให้มีความทันสมัย และตกแต่งด้วยนวัตกรรมสารสะท้อนน้ำเคลือบเส้นใยไหม นำสัญลักษณ์รูปช้างมาประกอบตกแต่งบนชิ้นงานเพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านอ่างเตย อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณาวิเคราะห์ร่วมกับการใช้ข้อมูลเชิงสถิติ ในการวิเคราะห์การออกแบบเศษเส้นไหมเหลือใช้จากการทอผ้า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านอ่างเตย อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับการสำรวจความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างซึ่งประกอบด้วย ผู้ประกอบการ/นักออกแบบแนการออกแบบแฟชั่น จำนวน 5 คน ผู้บริโภคในชุมชนบ้านอ่างเตย อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา และผู้บริโภคทางสื่อเทคโนยี จำนวน 100 คน ที่มีต่อรูปแบบการเครื่องประดับเครื่องประดับเศษเส้นไหมเหลือใช้จาการทอผ้า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านอ่างเตย อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ผลการศึกษา พบว่า การออกแบบเครื่องประดับเศษเส้นไหมเหลือใช้จาการทอผ้า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านอ่างเตย อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องประดับเศษเส้นไหมเหลือใช้จากการทอผ้า และการออกแบบเครื่องประดับมี 2 ประเภท ได้แก่ กลุ่มเครื่องประดับต่างหู จำนวน 3 รูปแบบ และกลุ่มเครื่องประดับสร้อยคอ จำนวน 3 รูปแบบ จากการสำรวจความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า กลุ่มตัวอย่างซึ่งประกอบด้วย ผู้ประกอบการ/นักออกแบบด้านการออกแบบแฟชั่นมีความพึงพอใจภาพรวมเฉลี่ย 4.29 และ กลุ่มผู้บริโภคความพึงพอใจในภาพรวมเฉลี่ย 4.27 โดยกลุ่ม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านอ่างเตย สามารถต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องประดับเศษเส้นไหมเหลือใช้จากการทอผ้าของชุมชน และส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้มีการต่อยอดผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่การผลิตเป็นสินค้าในกลุ่มของที่ระลึก เพื่อช่วยให้ชุมชนรักษาสิ่งแวดล้อมในการลดการทิ้งขยะและช่วยให้ชุมชนมีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น
การพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัติวิถีแบบบูรณาการเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน : ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันทต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
ชุดโครงการวิจัยตามแผนงาน เรื่อง “การพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัติวิถีแบบบูรณาการเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน : ตำบบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี” โดยจุดมุ่งหมายเพื่อการออกแบบและพัฒนาและยกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์, บรรจุภัณฑ์, แหล่งจัดจำหน่ายสินค้าและการออกแบบแผนที่ท่องเที่ยวและภูมิทัศน์ สำหรับการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีแบบบูณณาการเชิงพื้นที่ ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรีและประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบใหม่ชุดโครงการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย จะใช้วิธีการศึกษาเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพร่วมกัน มีศึกษาค้นคว้าข้อมูลการรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งทางวิชาการและการลงพื้นที่ภาคสนาม การสัมภาษณ์ การสำรวจ ทำการวิเคราะห์ผล ก่อนเข้าสู่กระบวนการออกแบบและการพัฒนารูปแบบใหม่ มีเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เป็นแบบสอบถาม การจดบันทึก การถ่ายภาพและแบบประเมินผลความพึงพอใจต่อรูปแบบใหม่ และนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ผล และนำเสนอการประเมินผลความพึงพอใจด้วยวิธีการเขียนเรียงความเชิงพรรณา ผลการวิจัย พบว่า ในการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัตวิถีแบบบูรณาการเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน : ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นการสร้างการรับรู้ให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นภายในชุมชน ที่ได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของอัตลักษณ์พื้นที่ชุมชน ด้วยการนำวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา อาหารการกินและความคิดสร้างสรรค์มาใช้ ผ่านการออบแบบผลิตภัณฑ์, บรรจุภัณฑ์, แหล่งจัดจำหน่ายสิ้นค้าและการออกแบบแผนที่ท่องเที่ยวและภูมิทัศน์ ซึ่งก่อให้เกิดการจัดคู่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนฟื้นฟูเศรษฐกิจในชุมชนจากภูมิปัญญาจากทุนทางวัฒนธรรมเดิม นำมาพัฒนาในการเพิ่มมูลค่า สร้างงาน สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนของรูปแบบการท่องเที่ยวชุมชน โดยมีผลประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบใหม่ตามชุดโครงการวิจัย ที่ความพึงพอใจระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.44