จำนวนงานวิจัย ( 261 )

การสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและกลุ่มแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมจังหวัดราชบุรี สู่การแข่งขันเชิงพานิชย์อย่างยั่งยืน
การสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและกลุ่มแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมจังหวัดราชบุรี สู่การแข่งขันเชิงพานิชย์อย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและกลุ่มแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดราชบุรี เพื่อส่งเสริมการแข่งขันเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน โครงการมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ข้อ ได้แก่ (1) การสร้างระบบติดตาม รายงานข้อมูล และควบคุมกระบวนการเพาะปลูกมะพร้าวน้ำหอมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (IoT) (2) การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ดัดแปลงบรรยากาศ (MAP) เพื่อยืดอายุการเก็บรักษามะพร้าวน้ำหอมแบบปอกเปลือก และ (3) การสร้างนวัตกรรมทางการตลาดสำหรับมะพร้าวน้ำหอมและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวน้ำหอม ผลการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ข้อแรกพบว่า ระบบ IoT ที่พัฒนาขึ้นสามารถติดตามและควบคุมกระบวนการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านการจัดการน้ำและการควบคุมสภาพแวดล้อม ซึ่งช่วยลดการสูญเสียในกระบวนการเพาะปลูกลงได้ถึง 20% และเพิ่มผลผลิตได้ 15% เกษตรกรสามารถตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการเพาะปลูกผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย ส่งผลให้การเพาะปลูกมีความแม่นยำและประหยัดทรัพยากรมากขึ้น สำหรับวัตถุประสงค์ข้อที่สอง ผลการทดสอบบรรจุภัณฑ์ดัดแปลงบรรยากาศพบว่าสามารถยืดอายุการเก็บรักษามะพร้าวน้ำหอมแบบปอกเปลือกได้ถึง 3 เท่า หรือจาก 5 วัน เป็น 15 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบปกติ บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นช่วยรักษาความสดและคุณภาพของมะพร้าวน้ำหอมไว้ได้นานขึ้น ท้าให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจมากขึ้นในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และวัตถุประสงค์ข้อที่สาม โครงการได้พัฒนานวัตกรรมทางการตลาดใหม่ ๆ เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยและมีเอกลักษณ์ การใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ และการขยายช่องทางการจัดจ้าหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ การทดลองตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 25% ภายในช่วง 6 เดือนแรกหลังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอมของกลุ่มเกษตรกรมีศักยภาพในการแข่งขันเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืนผลสรุปของโครงการวิจัยนี้ได้แสดงให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยี IoT บรรจุภัณฑ์ดัดแปลงบรรยากาศ และนวัตกรรมทางการตลาดสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ยั่งยืนในระยะยาว

2566
การสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและแปรรูปกล้วยของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านบางตาโฉม จังหวัดสิงห์บุรี สู่การแข่งขันเชิงพานิชย์อย่างยั่งยืน
การสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและแปรรูปกล้วยของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านบางตาโฉม จังหวัดสิงห์บุรี สู่การแข่งขันเชิงพานิชย์อย่างยั่งยืน

โรคแอนแทรคโนสในกล้วยมีสาเหตุมาจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioidese สามารถระบาดและทำความเสียหายต่อกล้วยได้ทุกระยะโดยเฉพาะระยะหลังการเก็บเกี่ยว งานวิจัยนี้มีวัตุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการสกัดสารสำคัญจากกระเทียมเพื่อยับยั้งโรคแอนแทรคโนสในกล้วย เพื่อศึกษาความเข้มข้นของสารสำคัญที่เหมาะสมต่อการยับยั้งโรคแอนแทรคโนสในกล้วย และเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้ลงสู่เกษตรกรและกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านบางตาโฉม จังหวัดสิงห์บุรี จาการศึกษาพบว่าเมื่อใช้สารละลายเอทานอล 95% ต่อการสกัด ผงกระเทียม 250 กรัม ได้เปอร์เซ็นต์สารสกัดกระเทียมที่ 1.25 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นนำสารสกัดที่ได้ไปศึกษาความเข้มข้นที่เหมาะสมต่อการยับยั้งเชื้อ C. gloeosporioidese บนอาหารแข็ง PDA พบว่าที่ความเข้มข้น 40 และ 80 ppm สารสกัดกระเทียมสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราบนอาหาร PDA เมื่อบ่มจานเพาะเชื้อที่มีเชื้อราอุณหภูมิ 30 °C เป็นเวลา 5 วัน ได้โดยสามารถยับยั้งการเติบโตของเชื้อราอยู่ที่ 11.21 และ 11.59 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ อย่างไรก็ตามสารสกัดทั้ง 2 ความเข้มข้น ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติจึงเลือกความเข้มข้นที่ 40 ppm เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อราของสารสกัดกระเทียมในกล้วย โดยแช่ผลกล้วยในน้ำกลั่น (ชุดควบคุม) และแช่ในสารสกัด ร่วมกับการวางเชื้อราเป็นเวลา 7 วัน พบว่ากล้วยที่จุ่มด้วยสารสกัดกระเทียมมีค่าเฉลี่ยเส้นผ่านศูนย์กลางรอยโรคที่ 8.10 มิลลิเมตร ซึ่งน้อยกว่าชุดควบคุมที่มีค่า 10.57 มิลลิเมตร และทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดต่อการต้านทานการเกิดโรคตามธรรมชาติของกล้วย พบว่าสารสกัดกระเทียมมีผลลดการเกิดโรคตามธรรมชาติเมื่อเปรียบเทียบกับกล้วยที่ไม่แช่และกล้วยที่แช่ด้วยน้ำกลั่นโดยมีการเปลี่ยนแปลงของสีเปลือกน้อยกว่าและมีอัตราการสุกช้ากว่าชุดควบคุม โครงการวิจัยเรื่อง บรรจุภัณฑ์ดัดแปลงบรรยากาศเพื่อยืดอายุการเก็บรักษากล้วยสุกเพื่อกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านบางตาโฉมจังหวัดสิงห์บุรีสู่การแข่งขันเชิงพานิชย์อย่างยั่งยืน ทำการทดลองโดยนำกล้วยหอมตัดพร้อมเปลือกบรรจุในภาชนะที่มีการปรับอากาศ 3 สภาวะ คือ 1) สภาวะบรรยากาศปกติ 2) สภาวะ MAP โดยใช้แก๊สผสม CO2 20% และ N2 80% และ 3) สภาวะ MAP โดยใช้แก๊สผสม CO2 60% และ N2 40% ตามลำดับ ตัวอย่างเก็บที่อุณหภูมิ 14 ± 2 องศาเซลเซียส โดยทำการสุ่มตัวอย่างทุกสัปดาห์ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ โดยสุ่มสภาวะละ 6 ซ้ำซ้ำละ 4 ผล แล้วนำมาทดสอบคุณภาพทางเคมี ทางกายภาพ ทางจุลินทรีย์ และทางประสาทสัมผัส พบว่า กล้วยหอมตัดพร้อมเปลือกแล้วบรรจุในภาชนะที่มีการปรับอากาศสภาวะ MAP โดยใช้แก๊สผสม CO2 60% และ N2 40% เป็นสภาวะที่เหมาะที่สุด เนื่องจากผู้ทดสอบให้คะแนนความชอบคะแนน เฉลี่ยสูงสุดในทุกด้าน (p < 0.05) และมีความปลอดภัยในการบริโภค โครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากส่วนเหลือทิ้งในการปลูกและแปรรูป กล้วยของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านบางตาโฉม จังหวัดสิงห์บุรี สู่การแข่งขันเชิงพานิชย์อย่างยั่งยืน ได้ศึกษาการนำกาบมะพร้าวมาทำปลอกรักษาอุณหภูมิสำหรับเครื่องดื่ม โดยศึกษาคุณสมบัติทาง กายภาพ และทางเคมีของกาบกล้วย และกาบกล้วยอบแห้ง พบว่า มีค่าปริมาณน้ำอิสระ (aw) ไม่เกิน 0.6 และมีค่าปริมาณความชื้น, ค่าปริมาณเส้นใยหยาบ, และค่าปริมาณเถ้า มีความแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ (p≤0.05) และได้ศึกษารูปแบบของกาบกล้วยที่เหมาะสมในการทำปลอกรักษา อุณหภูมิเครื่องดื่ม พบว่า แบบหนาเหมาะสำหรับปลอกรักษาอุณหภูมิแบบหุ้มด้วยหนัง ทั้งแบบ เปเปอร์มาเช่และแบบหนามีการรักษาอุณหภูมิของเครื่องดื่มได้ดีใกล้เคียงกัน ปลอกรักษาอุณหภูมิ แบบเปเปอร์มาเช่ และกาบกล้วยแบบหนาเหมาะสำหรับปลอกรักษาอุณหภูมิแบบหุ้มด้วยหนังเพราะ ความหนาสามารถรักษาอุณหภูมิได้ดีมากขั้น อีกทั้งยังช่วยขึ้นรูปได้ง่าย ดังนั้นด้านความพึงพอใจผู้ ทดสอบให้การยอมรับมากที่สุดผู้ บริโภคมีความพึงพอใจผลดีต่อการรักษาอุณหภูมิของปลอกแก้ว รักษาอุณหภูมิอยู่ในระดับชอบมาก ผลการศึกษาการยอมรับของผู้บริโภค (Consumer test) พบว่า ผู้บริโภคจำนวน 100 คน ให้การยอมรับผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 100 หากมีผลิตภัณฑ์ปลอกรักษาอุณหภูมิ แบบหุ้มด้วย และหนังปลอกรักษาอุณหภูมิแบบเปเปอร์มาเช่กาบกล้วยแบบหนาเหมาะสำหรับ วาง จำหน่าย คาดว่าจะซื้อ ร้อยละ 89 ได้คะแนนความชอบอยู่ในระดับที่ชอบมาก

2566
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป จังหวัดพิจิตร
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป จังหวัดพิจิตร

เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้วอำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร จากแบบสอบถามกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คน พร้อมข้อเสนอแนะ จากการทำวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรรณา การศึกษาข้อมูลการผลิตเสื่อกกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เฉพาะตัว ลวดลายบนเสื่อกกมักใช้ศิลปะเรขาคณิตที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความงดงาม สีสันที่ใช้มักเป็นสีธรรมชาติ เป็นงานหัตถกรรมที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนบึงนาราง แต่สถานการณ์ปัจจุบัน เสื่อกกบึงนารางเผชิญกับปัญหาหลายประการ เช่น วัตถุดิบในการทอลดลง คนรุ่นใหม่ไม่สนใจเรียนรู้เทคนิคการทอเสื่อกก จึงมีแนวทางการพัฒนาส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้เทคนิคการทอเสื่อกก พัฒนาการออกแบบลวดลายให้มีความทันสมัย และสนับสนุนการตลาดและช่องทางจำหน่าย

2566
แนวทางการอนุรักษ์และการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนชาวประมง เพื่อส่งเสริมความสมดุลและยั่งยืนของทรัพยากรทาง ธรรมชาติ วิถีชีวิต และคุณค่าดั้งเดิมของท้องถิ่น
แนวทางการอนุรักษ์และการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนชาวประมง เพื่อส่งเสริมความสมดุลและยั่งยืนของทรัพยากรทาง ธรรมชาติ วิถีชีวิต และคุณค่าดั้งเดิมของท้องถิ่น

ชุมชนชาวประมงบ้านบางปู เป็นชุมชนชาวประมงขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลองบ้านบางปู ในเขตอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในปัจจุบันพบว่า มีจำนวนธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากมองในแง่ของเศรษฐกิจแล้วก็ นับได้ว่าเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เกิดการการสร้างงานและรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน แต่หากมองในแง่มุม ของการอนุรักษ์นั้นจะพบว่าการเกิดขึ้นของปรากฏการณ์ลักษณะนี้อาจจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ของสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียอัตลักษณ์และคุณค่าดั้งเดิมของท้องถิ่น ตลอดจนทรัพยากรทางธรรมชาติภายในพื้นที่ขึ้นในอนาคตได้ คณะผู้วิจัยจึงได้ จัดทำโครงการวิจัยนี้ขึ้นเพื่อเป็นการศึกษาถึงผลกระทบจากการท่องเที่ยวของชุมชนชาวประมงในประเทศไทย และเพื่อสร้างแนวทางในการอนุรักษ์และการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนชาวประมงที่มีความเหมาะสมกับทรัพยากรทางธรรมชาติ วิถีชีวิตและคุณค่าดั้งเดิมของท้องถิ่นที่จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการรองรับการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยอาศัยกระบวนการในการสกัดองค์ความรู้จากกรณีศึกษาของแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะเป็นชุมชนชาวประมงในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและเป็นไปตามหลักการเบื้องต้นของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนขององค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ แล้ว นำองค์ความรู้ที่ได้นั้นมาจัดระบบให้เป็นหมวดหมู่ และประยุกต์ใช้ในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งผลการดำเนินการวิจัยทำให้เกิดกระบวนการในการสร้างแนวทางของการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ผ่านปัจจัยด้านรูปแบบของกิจกรรมการท่องเที่ยว ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนการท่องเที่ยว และปัจจัยด้านการอนุรักษ์และการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 3 ปัจจัยดังกล่าวนั้นต้องทำงานสัมพันธ์กันภายใต้เงื่อนไขของการส่งเสริมกับศักยภาพที่มีอยู่เดิมของชุมชน

2566
การพัฒนาศักยภาพไร่หมุนเวียนและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่ชุมชนการท่องเที่ยวไร้คาร์บอน เชิงวัฒนธรรมเพื่อยกระดับรายได้การท่องเที่ยวเมืองรอง ชุมชนบ้านท่ามะขาม ตลาด โอ๊ะป่อย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
การพัฒนาศักยภาพไร่หมุนเวียนและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่ชุมชนการท่องเที่ยวไร้คาร์บอน เชิงวัฒนธรรมเพื่อยกระดับรายได้การท่องเที่ยวเมืองรอง ชุมชนบ้านท่ามะขาม ตลาด โอ๊ะป่อย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

งานวิจัยครั้งนี้มีโครงการย่อย 3 โครงการ คือโครงการสำรวจรูปแบบและพัฒนาผังกายภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อสร้างรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรม และแนวทางพัฒนารูปแบบที่พัก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์เรียนรู้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ชุมชน สะท้อน อัตลักษณ์ วัฒนธรรมและการยอมรับของชุมชนกะเหรี่ยง ในการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านรายได้และการกลับมาของนักท่องเที่ยวสู่การจัดการปัญหาเชิงพื้นที่และปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในชุมชน โครงการพัฒนา เทคนิคการผลิตและ รูปแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และช่องทางการจำหน่าย สร้างสรรค์สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมกะเหรี่ยง จากไม้ไผ่และวัสดุธรรมชาติในชุมชนรองรับความต้องการของตลาด Eco Product เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน บ้านท่ามะขาม ตลาดโอ๊ะป่อย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 3. โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการองค์ความรู้ สร้างสื่อใหม่ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายและการประชาสัมพันธ์ชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยว ไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรม ในการนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์พัฒนาพื้นที่ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้1. พัฒนาศักยภาพไร่หมุนเวียนและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ให้เกิดประโยชน์ สู่ การเป็นชุมชนการท่องเที่ยวไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรมเพื่อยกระดับรายได้การท่องเที่ยวเมืองรอง บน พื้นฐานของแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและ BCG Model ที่เน้นการพึ่งพาตนเองสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว ในการจัดการปัญหาเชิงพื้นที่และปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนชุมชนบ้านท่ามะขาม ตลาดโอ๊ะป่อย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 2. ส่งเสริมการสร้างทักษะใหม่ (Upskill)และพัฒนาทักษะเดิม (Reskill) ในการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยว การบริการและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สู่การพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ Eco Product ของชุมชน โดยใช้วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรมการออก 3. สร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 จากการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยว การบริการและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สู่รูปแบบการท่องเที่ยวไร้การท่องเที่ยวไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรมคาร์บอนเชิงวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ Eco Product ขอของชุมชนงชุมชน 4. ร้อยละของจังหวัดเมืองรองมีรายได้ของพื้นที่เป้าหมายเพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำเชิงวัฒนธรรม ที่ใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้เทคโนโลยีนวัตกรรม (ร้อยละ 100 ในปีพ.ศ.2570) การสำรวจรูปแบบและพัฒนาผังกายภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อสร้างรูปแบบกิจกรรมการ ท่องเที่ยวแบบไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรม และแนวทางพัฒนารูปแบบที่ พัก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์เรียนรู้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมและการยอมรับของชุมชนกะเหรี่ยง ในการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านรายได้และการกลับมาของนักท่องเที่ยวสู่การจัดการปัญหาเชิงพื้นที่และปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในชุมชน โดยการนำไม้ไผ่และวัสดุธรรมชาติมาใช้ในงานพัฒนาสถาปัตยกรรมในชุมชน เพราะเป็นวัสดุที่สามารถหาได้ง่าย และมีราคาถูก สามารถใช้งานได้หลากหลายประเภท จนไม้ไผ่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของชาวชนบท อีกทั้งสถาปัตยกรรมไม้ไผ่ยังเป็นสถาปัตยกรรมที่ใช้เป็นที่อยู่ที่อาศัยในอดีต ที่สะท้อนความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายสะท้อนอัตลักษณ์การประยุกต์ใช้วัสดุธรรมชาติในชุมชน เข้าใจในลักษณะของวัสดุและสภาพแวดล้อม โดยมีภูมิปัญญาการสร้างที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น มีออกแบบที่ตอบสนองประโยชน์ใช้สอยในทุกมิติ โดยมีการวิเคราะห์ผังพื้นที่อาคาร การจัดกการโซนนิ่ง การจัดการพื้นที่ใช้สอยใหม่ การจัดเส้นทางสัญจรการงาน การวิเคราะห์อาคารตัวอย่างที่ใช้ไม้ไผ่เป็นส่วนประกอบหลักทั้งในอดีตและสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ผลของการศึกษาและออกแบบ กระบวนการแนวคิดที่ใช้ลักษณะทางกายภาพของไผ่ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมโดยสะท้อนผ่านรูปทรงและการใช้งานอาคาร วิเคราะห์ลักษณะของโครงสร้าง พื้นผิวที่ห่อหุ้มอาคารและการเชื่อมต่อ ข้อต่อของโครงสร้าง ช่วยสร้างสถาปัตยกรรมไม้ไผ่ร่วมสมัยที่ผสานภูมิปัญญาของคนในอดีตให้มีการสืบสานต่อไปในอนาคตยังสะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมและการยอมรับของชุมชนกะเหรี่ยง ในด้านจัดการองค์ความรู้สร้างต้นแบบความร่วมมือระหว่างชุมชนกับภาครัฐในการแก้ปัญหาในการใช้ที่ดินทำกินให้เกิดประโยชน์และไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ต้นแบบรูปแบบการท่องเที่ยวแบบไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ชุมชนบ้านท่ามะขามและชุมชนใกล้เคียง ของตำบลตะนาวศรีและพัฒนารูปแบบการบริการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและยังสะท้อนอัตลักษณ์วิถีชุมชนกะเหรี่ยงตลอดจนสร้างช่องทางออนไลน์ในการเผยแพร่สินค้า ประชาสัมพันธ์ การจำหน่าย และบริการสู่ระดับประเทศและนานาประเทศ

2566