จำนวนงานวิจัย ( 253 )
การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม เพื่อส่งเสริมอาชีพบนรากฐานการสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจต้นแบบอย่างยั่งยืน
การวิจัยนี้ มุ่งเน้น [1] เพื่อใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสู่การสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเชิงการท่องเที่ยวตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน จังหวัดเพชรบุรี [2] เพื่อออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ด้วยเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสะท้อนต้นทุนทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นเป็นฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนแบบพึ่งพาตนเอง และ [3] เพื่อออกแบบและพัฒนาธุรกิจในอุตสาหกรรมชุมชน การโฆษณาและประชาสัมพันธ์สู่การท่องเที่ยวนิเวศ ชุมชนบ้านถ้ำเสือ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติแบบมีส่วนร่วม สะท้อนความจริงให้สอดคล้องกับการ ปฏิบัติในบริบทของกรอบแนวคิดของชุมชน โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่าง 1) เก็บข้อมูลก่อนการออกแบบร่าง ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก บรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก และการตลาด จำนวน 150 คน และ 2) พัฒนารูปแบบและสำรวจประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจหลังการออกแบบ จากกลุ่มตัวอย่าง 340 คน ได้แก่ประชากรในชุมชนบ้านถ้ำเสือ นักท่องเที่ยว ผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบ และสรุปผลแบบการบรรยาย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พร้อมทั้งนำเสนอผลงานการออกแบบและจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ ณ ชุมชนบ้านถ้ำเสือ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยสรุปผลการวิจัยดังนี้ โครงการย่อยที่ 1 : [1] อัตลักษณ์มรดกภูมิปัญญา รวมถึงทุนทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นเป็นฐานสำหรับออกแบบการออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก พบว่าพืชเศรษฐกิจและทรัพยากรทางธรรมชาติที่แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก และมีเอกลักษณ์โดดเด่น คือ การใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ประเภทกล้วยน้ำหว้า “กาบกล้วย” โดยใช้เทคนิคภูมิปัญญาสะท้อนความเป็นอยู่และวัฒนธรรม รูปแบบลวดลายเรขาคณิต ใช้เศษวัสดุประเภทผ้า หนัง ด้วยวิธีการเย็บมือหรือจักเย็บผ้า อย่างง่าย [2] จากการเก็บเกี่ยวของพืชเศรษฐกิจของชุมชนที่สามารถสร้างสรรค์เป็นประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก จำนวน 97 คน คิดเป็นร้อยละ 64.66 มีการออกแบบร่าง 10 ต้นแบบ พัฒนาเป็นต้นแบบจำลอง 10 ต้นแบบ และต้นแบบจริง 6 ต้นแบบ โดยการประเมินในการสร้างสรรค์ผสมผสานเป็น วัสดุร่วมสมัย สีประจำท้องถิ่นที่สื่อถึงเอกลักษณ์ของชุมชน คือ สีน้ำตาล เขียว และเลือกการใช้คู่สีในการสร้างสรรค์ผลงาน [2] ผลการประเมินผลการออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก และการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนของการออกแบบ และการประเมินรูปแบบความพึงพอใจของงานผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅4.43 (SD = 0.01) [3] การประเมินวัฏจักรของต้นแบบจำลองผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก 1] การเลือกวัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม น้อย มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย× ̅ 4.46 (SD = 0.67) 2] การเลือกใช้วัสดุ มีระดับ ความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅4.38 (SD = 0.63) 3] ใช้กระบวนการผลิตที่เหมาะสม มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.38 (SD = 0.63) 4] อายุการใช้งานที่เหมาะสม มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅4.37 (SD = 0.07) 5] ลักษณะการออกแบบผลิตต้นแบบงานผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.44 (SD = 0.61) 6] ระบบการจัดการหลังหมดอายุการใช้งานที่เหมาะสม มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.37 (SD = 0.73) 7] ความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตใช้และจำหน่ายได้จริง มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.43 (SD = 0.77) โครงการย่อยที่ 2 : [1] อัตลักษณ์มรดกภูมิปัญญา รวมถึงทุนทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นเป็นฐานสำหรับออกแบบการออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก พบว่าพืชเศรษฐกิจและทรัพยากรทางธรรมชาติที่แปรรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก และมีเอกลักษณ์โดดเด่น คือ การใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรประเภทกล้วยน้ำหว้า “กาบกล้วย” แปรรูปเป็นวัสดุใหม่เยื่อจากกาบกล้วยแปรรูปเป็นกระดาษ [2] จากการเก็บเกี่ยวของพืชเศรษฐกิจของชุมชนที่สามารถสร้างสรรค์เป็นประเภทของใช้ของตกแต่ง ของที่ระลึก จำนวน 97 คน คิดเป็นร้อยละ 64.66 [3] วัสดุต้นแบบในส่วนของโครงสร้างของบรรจุภัณฑ์สร้างมูลค่าด้วยการใช้เทคนิคพิมพ์สกรีนลวดลาย “ใบกล้วย” เพื่อสร้างอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์การใช้สีประจำท้องถิ่นที่สื่อถึงเอกลักษณ์ของชุมชน คือ สีน้ำตาล เขียว และเลือกการใช้คู่สีในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ลักษณะการออกแบบพัฒนาเป็นแบบร่างลวดลาย 16 แบบ แบบจำลองบรรจุภัณฑ์ 8 ต้นแบบ และต้นแบบบรรจุภัณฑ์จริง 4 ต้นแบบ โดยแบ่งการออกแบบเป็น [4] ส่วนของกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์ใช้หลักในลักษณะภาพลายเส้น ใช้สี 1-3 สี เพื่อง่ายต่อการพิมพ์สกรีน และรูปแบบตัวหนังสือบนป้ายแสดงสินค้า (Tag) เน้นลักษณะให้อ่านง่าย สีที่ใช้แสดงถึงตัวผลิตภัณฑ์[5] ลักษณะโครงสร้างของบบรรจุภัณฑ์เป็นกระดาษเยื่อกล้วยขึ้นรูปเป็นกล่องจั่วปั่งขนาดตามตัวผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ถุงผ้าพิมพ์สกรีน ถุงกระดาษจากกระดาษเยื่อกล้วย บรรจุภัณฑ์จะสามารถปกป้องสินค้าและรักษาคุณภาพสินค้าได้ดี การออกแบบมุ่งประเด็นให้ชุมชนทำได้ตัวตนเองด้วยวิธีการผลิตอย่างง่าย ประหยัดต้นทุน คำนึงถึงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับคุณลักษณะเรื่องของต้นทุนเป็นหลัก โดยผลประเมินความพึงพอใจอยู่ใน แนวโน้มการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกที่ใช้วัสดุจากการประโยชน์หลังการออกแบบ [6] โครงสร้างรูปแบบบรรจุภัณฑ์ลักษณะใดที่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกได้โดยโครงสร้างที่ใช้ทำจากการใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรใน การผลิต แบบโครงสร้างที่ 6 มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.38 (SD = 0.88) ตราสินค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ภายใต้ ชื่อ “Handiwork” แบบตราสินค้าที่ 4 มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 3.73 (SD = 0.94) ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ภายใต้ ชื่อ “Handiwork” ที่ใช้เทคนิคระบบพิมพ์สกรีน บนวัสดุกระดาษจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร แบบร่างลวดลายสำหรับผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกที่ 2 มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.39 (SD = 0.04) [7] การประเมินวัฏจักรของต้นแบบจำลองผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก 1] การเลือกวัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅4.46 (SD = 0.67) 2] การเลือกใช้วัสดุมีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.38 (SD = 0.63) 3] ใช้กระบวนการผลิตที่เหมาะสม มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.38 (SD = 0.63) 4] อายุการใช้งานที่เหมาะสม มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.37 (SD = 0.07) 5] ลักษณะการออกแบบผลิตต้นแบบงานผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.44 (SD = 0.61) 6] ระบบการจัดการหลังหมดอายุการใช้งานที่เหมาะสม มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.37 (SD = 0.73) 7] ความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตใช้และจำหน่ายได้จริง มีระดับความพึงพอใจระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย × ̅ 4.43 (SD = 0.77) โครงการย่อยที่ 3 : “บ้านถ้ำเสือ” เป็นการบรูณาการองค์ความรู้แบบมีส่วนรวมด้วย 4 องค์หลัก โดยชุมชน สถาบันการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งความร่วมมือจะเกิดขึ้นได้ต้องมีความร่วมมือกันในหลายภาคส่วน โมเดลนี้จะเป็นต้นแบบในการสร้างเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ในฐาน การเรียนรู้ของโฮมสเตย์ชุมชนบ้านถ้ำเสือ และสามารถเป็นต้นแบบให้กับชุมชนใกล้เคียงเพื่อต่อยอด โดยใช้เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ แปลงเป็นรายได้ ไม่ต้องแข่งขันนำผลิตภัณฑ์ออกไปขายนอกชุมชน เป็นชุมชนท่องเที่ยวที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี ชวนกันคิด ชวนกันทำ ผลิตสินค้าและบริการสำหรับชุมชน ที่เรียกตนเองว่า “นวัตวิถีชุนชน” โดยมีแนวคิด ดังนี้ [1] “ชุมชน”ศักยภาพของชุมชนที่ดีเกิดจากการร่วมมือ ร่วมใจ และมีความสามัคคี พร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้น โดยผู้นำชุมชนที่นำโดย “พี่น้อย” ที่มีใจเกินร้อยในการร่วมมือนึกถึงส่วนรวมเป็นหลัก เป็นนักพัฒนาที่สามารถนำพาชุมชนของตนเองให้มีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองได้ อีกทั้งชุมชนบ้านถ้ำเสือมีทุนทางปัญญา ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความพร้อมสามารถต่อยอดพัฒนาสร้างนวัตกรรมใหม่แบบยั่งยืนได้ [2] การพัฒนานวัตกรรมก็จะมีในส่วนของ “สถาบันการศึกษา” เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาต่อยอดสำหรับการสร้างงานวิจัยพัฒนาเป็นนวัตกรรมใหม่เกิดการเรียนรู้ด้วยการบริการวิชาการสู่ชุมชน และ การนำองค์ความรู้บูรณาการสู่ห้องเรียน [3] หลักการนี้ยังตอบสนองนโยบาย “ภาครัฐ” ที่กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากยกระดับศักยภาพในด้านอาชีพ การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน มีแนวทางเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในเชิงธุรกิจของภาคบริการ เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยการมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง [4] “ภาคเอกชน” ถือเป็นองค์กรที่มีส่วนร่วมในส่วนของการตลาดที่สามารถสร้างกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นการจัดกิจกรรมที่มิได้แสวงหาผลประโยชน์เพื่อเป็นการพัฒนาชุมชน ด้วยความร่วมมือส่งเสริมการบริหารจัดการการตลาดสู่ชุมชนรองรับการขยายผลผลิตในเชิงพาณิชย์ซึ่งถือว่าภาคส่วนนี้ถ้าเกิดขึ้นได้ก็จะเป็นการส่งเสริมให้ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์(Win-win) รองรับเศรษฐกิจในยุค 5.0 ได้อย่างยั่งยืน ต้นแบบองค์ความรู้จะเกิดขึ้นมิได้ ถ้าขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง ซึ่งถือมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการมีส่วนร่วมพัฒนาให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
การใช้ประโยชน์อัตลักษณ์วัสดุพื้นถิ่นเพื่อการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์สู่การเพิ่ม ทักษะและรายได้ในชุมชนตามแนวคิดเศรษฐกิจฐานราก
การใช้ประโยชน์อัตลักษณ์วัสดุพื้นถิ่นเพื่อการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์สู่การเพิ่มทักษะและรายได้ในชุมชนตามแนวคิดเศรษฐกิจฐานราก เป็นโครงการที่มีวัตถุในการศึกษาและใช้ประโยชน์ หญ้าแฝก ต้นกก ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการจดสิทธิบัตรรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆจากโครงการวิจัย โดยในโครงการวิจัยซึ่งมีกระบวนการออกแบบและพัฒนา การใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างอัตลักษณ์จากวัสดุพื้นถิ่น ในชุมชน ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้ประเมินผลิตภัณฑ์ในด้านรูปแบบ การใช้งาน ความเหมาะสม ความคุ้มค่าทางด้านการตลาด ซึ่งผลการประเมินรายด้านอยู่ในระดับดีมาก โดยใช้ออกแบบพื้นที่ตำบลโคกปรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีวัสดุพื้นถิ่นประเภทหญ้าแฝก และต้นกก ที่ส่งเสริมจากผู้นำชุมชน โดยผู้วิจัยได้ ทำการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝก ผลิตภัณฑ์จากต้นกก และการพัฒนากระดาษหญ้าแฝกและกก ทดสอบการพิมพ์พื้นนูนบนกระดาษและนำไปพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นการพัฒนาต้นแบบต่างๆ ตั้งอยู่บนทักษะของชุมชน
การออกแบบรถขายอาหารเคลื่อนที่ประเภทลากจูงเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้งานเชิงพื้นที่และสนับสนุนสุขลักษณะที่ดีของสถานที่จำหน่ายอาหาร
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างภายนอกรถขายอาหาร 2) ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างภายในและอุปกรณ์รถขายอาหาร 3) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมสนับสนุนการใช้งานรถขายอาหารเคลื่อนที่ และ4) ทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานเชิงพื้นที่และประเมินด้านสุขลักษณะที่ดีของสถานที่จำหน่ายอาหารรถขายอาหารเคลื่อนที่ประเภทลากจูงที่ออกแบบในโครงการ วิธีการวิจัยออกแบบ1) รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล แนวคิดด้านโครงสร้างภายนอก ภายใน อุปกรณ์และเทคโนโลยี 2) ขั้นตอนการออกแบบ 3) สร้างต้นแบบรถขายอาหาร 4) ทดสอบและประเมินรถต้นแบบ 5) สรุปและอภิปรายผล กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มผู้ประกอบการรถขายอาหารเคลื่อนที่จำนวน 94 ราย การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหาข้อมูล ข้อมูลเชิงปริมาณ ใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่าด้านโครงสร้างภายนอกรถต้นแบบกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในภาพรวมในระดับมากที่ (𝑥̅ 5.87 s.d. 1.03) ด้านโครงสร้างภายในและอุปกรณ์ความพึงพอใจระดับมาก (𝑥̅ 5.99 s.d. 0.75) ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีความพึงพอใจในภาพรวมระดับมาก (𝑥̅ 6.01 s.d. 1.11) รถต้นแบบสร้างประสิทธิภาพการใช้งานเชิงพื้นที่และสนับสนุนสุขลักษณะที่ดีของสถานที่จำหน่ายอาหารและช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นภายในรถที่ส่งผลต่อสุขภาวะของผู้ใช้รถ
การพัฒนาอัตลักษณ์สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์และการสร้างสรรค์สื่อเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism) ของเมืองรอง กรณีศึกษาจังหวัดอุทัยธานี
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิด และองค์ประกอบของตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต 2) พัฒนาต้นแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต 3)ประเมินความพึงพอใจต่อตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต 4) พัฒนาสื่อเชิงโต้ตอบประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เมืองรอง 5) พัฒนาวีดิทัศน์ 360 องศา ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง 6) หาคุณภาพของสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง 7) หาความพึงพอใจของผู้รับชมสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง 8) การศึกษาเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) ที่เหมาะสม 9) พัฒนาระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.อุทัยธานี และ10) ศึกษาความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) มีกลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาท่องเที่ยว อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี จานวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) การศึกษาแนวคิด และองค์ประกอบของตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต ได้แนวคิดที่จะพัฒนาตราสินค้า และบรรจุภัณฑ์ศูนย์ทอผ้าพื้นเมืองลายโบราณผาทั่ง และพัฒนามัสคอตของตลาดซาวไฮ่ 2) การพัฒนาต้นแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต ศูนย์ทอผ้าพื้นเมืองลายโบราณผาทั่ง ควรสื่อถึงอัตลักษณ์ผ้าทอลาวครั่ง บรรจุภัณฑ์สินค้า ในโทนแดง ซึ่งเป็นโทนสีตามอัตลักษณ์ของผ้าทอลาวครั่งและยังเป็นสีมงคล ตลาดซาวไฮ่ ต้องการป้ายที่มีรูปตัวมาสคอตอยู่บนป้าย เพื่อให้คนสามารถเข้ามาถ่ายรูปได้ 3)การประเมินความพึงพอใจ ต่อตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต ในภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด 4) การพัฒนาสื่อเชิงโต้ตอบประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง ได้รูปแบบแผนที่เชิงโต้ตอบ เป็นภาพจากมุมมองแผนที่ เชื่อมต่อกับ Google map เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นหมายเลขทางหลวงได้ชัดเจน ประกอบด้วย สถานที่ท่องเที่ยวในอาเภอบ้านไร่ที่โดดเด่น 5)พัฒนาวีดิทัศน์ 360 องศา ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง ได้จัดทำวีดิทัศน์ จานวน 10 สถานที่ ดังนี้ วัดเขาถ้าประทุน น้าตกผาร่มเย็น ถ้าพุหวาย วัดถ้าเขาวง ต้นไม้ยักษ์ ตลาดซาวไฮ่ ศาลาไม้ร้อยปี วัดบ้านไร่ วัดผาทั่ง และศูนย์ผ้าทอโบราณบ้าน ผาทั่ง (แม่ทองลี้) 6) ผลการหาคุณภาพของสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรองอยู่ในระดับ มากที่สุด 7) ผลความพึงพอใจของผู้รับชมสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด 8) การศึกษาเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอระบบนาเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) ที่เหมาะสมโดยการออกแบบใช้หลักการ 3P คือ การกาหนดกลุ่มเป้าหมายและรูปแบบรายการ การเขียนบท และการวางแผนการถ่ายทา 9) ผลการพัฒนาระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.อุทัยธานี ในภาพรวมอยู่ในระดับดีมากและ 10) ผลความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) ในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก
เสียงในสื่อสังคมออนไลน์กับผลการเลือกตั้งไทย พ.ศ. 2566
การฟังเสียงทางสังคมมีบทบาทสำคัญในภูมิทัศน์สื่อดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาใช้เพื่อ ประเมินความรู้สึกของประชาชนต่อการเมืองไทยและการเลือกตั้ง ปี 2566 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบริบททางการเมืองและการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 2) เพื่อศึกษาเสียงในสื่อออนไลน์กับ ปรากฏการณ์ทางสังคมในด้านการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 และ 3) เพื่อพัฒนาแนวทางการใช้เสียงในสื่อ ออนไลน์กับการวางกลยุทธ์ทางการสื่อสาร การวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใช้การเก็บข้อมูลจากสื่อออนไลน์ที่ เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 2566 ได้แก่ จากทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ อินสตาแกรม และเว็บไซต์ จำนวน 1,333 ครั้ง เพื่อศึกษาข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยเก็บข้อมูลระหว่าง เดือน พฤษภาคม 2566 – กรกฎาคม 2566 ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้วิธีการวิจัยเอกสาร จาก เว็บไซต์ข่าว และเอกสารการวิจัยของไทยและต่างประเทศ รวมจำนวน 10 ชิ้น ผลการศึกษาพบว่า บริบททางการเมืองไทยการหลังรัฐประหารปี พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา ประชาชนไม่ไว้วางใจและกลัว การสืบทอดอำนาจของรัฐบาลทหาร จนถึงการเลือกตั้งปี 2566 แม้ว่าพรรคก้าวไก]จะได้รับคะแนน เสียงอย่างท่วมท้นแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เนื่องจากนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ทำให้ไม่ได้รับการ สนับสนุนจากวุฒิสภา สุดท้ายพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จแต่ก็ก่อให้เกิดข้อถกเถียงอย่าง กว้างขวางเกี่ยวกับความชอบธรรมและความศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย ผลการศึกษาด้านการฟัง เสียงในสื่อสังคมออนไลน์กับผลการเลือกตั้งไทย พ.ศ. 2566 พบว่า การแสดงความรู้สึก (Sentiment) เป็นไปในทางตรงกันข้ามกับผลการเลือกตั้ง แต่การมีส่วนร่วม (Engagement) ทางการเมืองกลับ เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับผลการเลือกตั้ง คือ พรรคก้าวไกลมีการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุด และได้คะแนนเลือกตั้งสูงที่สุดเช่นกัน ผลการศึกษาด้านการใช้เสียงในสื่อออนไลน์กับการวางกลยุทธ์ ทางการสื่อสารมี 8 ประการ คือ การทำความเข้าใจความคิดเห็นและทัศนคติของประชาชน การ วางแผนกลยุทธ์และปรับปรุงข้อความหาเสียง การเฝ้าระวังคู่แข่งทางการเมือง การจัดการชื่อเสียงและ รับมือกับข้อมูลเชิงลบ การปรับกลยุทธ์ตามลักษณะเฉพาะของแต่ละแพลตฟอร์ม การทำนายผลการ เลือกตั้งและความนิยมของพรรคการเมือง การออกแบบกลวิธีการสื่อสารในสื่อออนไลน์ที่ตรงกับผู้รับ สาร และการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและจริยธรรม