จำนวนงานวิจัย ( 261 )

การออกแบบรถขายอาหารเคลื่อนที่ประเภทลากจูงเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้งานเชิงพื้นที่และสนับสนุนสุขลักษณะที่ดีของสถานที่จำหน่ายอาหาร
การออกแบบรถขายอาหารเคลื่อนที่ประเภทลากจูงเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้งานเชิงพื้นที่และสนับสนุนสุขลักษณะที่ดีของสถานที่จำหน่ายอาหาร

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างภายนอกรถขายอาหาร 2) ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างภายในและอุปกรณ์รถขายอาหาร 3) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมสนับสนุนการใช้งานรถขายอาหารเคลื่อนที่ และ4) ทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานเชิงพื้นที่และประเมินด้านสุขลักษณะที่ดีของสถานที่จำหน่ายอาหารรถขายอาหารเคลื่อนที่ประเภทลากจูงที่ออกแบบในโครงการ วิธีการวิจัยออกแบบ1) รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล แนวคิดด้านโครงสร้างภายนอก ภายใน อุปกรณ์และเทคโนโลยี 2) ขั้นตอนการออกแบบ 3) สร้างต้นแบบรถขายอาหาร 4) ทดสอบและประเมินรถต้นแบบ 5) สรุปและอภิปรายผล กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มผู้ประกอบการรถขายอาหารเคลื่อนที่จำนวน 94 ราย การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหาข้อมูล ข้อมูลเชิงปริมาณ ใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่าด้านโครงสร้างภายนอกรถต้นแบบกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในภาพรวมในระดับมากที่ (𝑥̅ 5.87 s.d. 1.03) ด้านโครงสร้างภายในและอุปกรณ์ความพึงพอใจระดับมาก (𝑥̅ 5.99 s.d. 0.75) ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีความพึงพอใจในภาพรวมระดับมาก (𝑥̅ 6.01 s.d. 1.11) รถต้นแบบสร้างประสิทธิภาพการใช้งานเชิงพื้นที่และสนับสนุนสุขลักษณะที่ดีของสถานที่จำหน่ายอาหารและช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นภายในรถที่ส่งผลต่อสุขภาวะของผู้ใช้รถ

2566
การพัฒนาอัตลักษณ์สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์และการสร้างสรรค์สื่อเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism) ของเมืองรอง กรณีศึกษาจังหวัดอุทัยธานี
การพัฒนาอัตลักษณ์สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์และการสร้างสรรค์สื่อเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism) ของเมืองรอง กรณีศึกษาจังหวัดอุทัยธานี

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิด และองค์ประกอบของตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต 2) พัฒนาต้นแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต 3)ประเมินความพึงพอใจต่อตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต 4) พัฒนาสื่อเชิงโต้ตอบประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เมืองรอง 5) พัฒนาวีดิทัศน์ 360 องศา ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง 6) หาคุณภาพของสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง 7) หาความพึงพอใจของผู้รับชมสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง 8) การศึกษาเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) ที่เหมาะสม 9) พัฒนาระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.อุทัยธานี และ10) ศึกษาความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) มีกลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาท่องเที่ยว อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี จานวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) การศึกษาแนวคิด และองค์ประกอบของตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต ได้แนวคิดที่จะพัฒนาตราสินค้า และบรรจุภัณฑ์ศูนย์ทอผ้าพื้นเมืองลายโบราณผาทั่ง และพัฒนามัสคอตของตลาดซาวไฮ่ 2) การพัฒนาต้นแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต ศูนย์ทอผ้าพื้นเมืองลายโบราณผาทั่ง ควรสื่อถึงอัตลักษณ์ผ้าทอลาวครั่ง บรรจุภัณฑ์สินค้า ในโทนแดง ซึ่งเป็นโทนสีตามอัตลักษณ์ของผ้าทอลาวครั่งและยังเป็นสีมงคล ตลาดซาวไฮ่ ต้องการป้ายที่มีรูปตัวมาสคอตอยู่บนป้าย เพื่อให้คนสามารถเข้ามาถ่ายรูปได้ 3)การประเมินความพึงพอใจ ต่อตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมัสคอต ในภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด 4) การพัฒนาสื่อเชิงโต้ตอบประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง ได้รูปแบบแผนที่เชิงโต้ตอบ เป็นภาพจากมุมมองแผนที่ เชื่อมต่อกับ Google map เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นหมายเลขทางหลวงได้ชัดเจน ประกอบด้วย สถานที่ท่องเที่ยวในอาเภอบ้านไร่ที่โดดเด่น 5)พัฒนาวีดิทัศน์ 360 องศา ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง ได้จัดทำวีดิทัศน์ จานวน 10 สถานที่ ดังนี้ วัดเขาถ้าประทุน น้าตกผาร่มเย็น ถ้าพุหวาย วัดถ้าเขาวง ต้นไม้ยักษ์ ตลาดซาวไฮ่ ศาลาไม้ร้อยปี วัดบ้านไร่ วัดผาทั่ง และศูนย์ผ้าทอโบราณบ้าน ผาทั่ง (แม่ทองลี้) 6) ผลการหาคุณภาพของสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรองอยู่ในระดับ มากที่สุด 7) ผลความพึงพอใจของผู้รับชมสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด 8) การศึกษาเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอระบบนาเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) ที่เหมาะสมโดยการออกแบบใช้หลักการ 3P คือ การกาหนดกลุ่มเป้าหมายและรูปแบบรายการ การเขียนบท และการวางแผนการถ่ายทา 9) ผลการพัฒนาระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.อุทัยธานี ในภาพรวมอยู่ในระดับดีมากและ 10) ผลความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อระบบนำเที่ยวด้วยเสียงบรรยาย (Audio guide) ในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก

2566
เสียงในสื่อสังคมออนไลน์กับผลการเลือกตั้งไทย พ.ศ. 2566
เสียงในสื่อสังคมออนไลน์กับผลการเลือกตั้งไทย พ.ศ. 2566

การฟังเสียงทางสังคมมีบทบาทสำคัญในภูมิทัศน์สื่อดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาใช้เพื่อ ประเมินความรู้สึกของประชาชนต่อการเมืองไทยและการเลือกตั้ง ปี 2566 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบริบททางการเมืองและการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 2) เพื่อศึกษาเสียงในสื่อออนไลน์กับ ปรากฏการณ์ทางสังคมในด้านการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 และ 3) เพื่อพัฒนาแนวทางการใช้เสียงในสื่อ ออนไลน์กับการวางกลยุทธ์ทางการสื่อสาร การวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใช้การเก็บข้อมูลจากสื่อออนไลน์ที่ เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 2566 ได้แก่ จากทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ อินสตาแกรม และเว็บไซต์ จำนวน 1,333 ครั้ง เพื่อศึกษาข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยเก็บข้อมูลระหว่าง เดือน พฤษภาคม 2566 – กรกฎาคม 2566 ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้วิธีการวิจัยเอกสาร จาก เว็บไซต์ข่าว และเอกสารการวิจัยของไทยและต่างประเทศ รวมจำนวน 10 ชิ้น ผลการศึกษาพบว่า บริบททางการเมืองไทยการหลังรัฐประหารปี พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา ประชาชนไม่ไว้วางใจและกลัว การสืบทอดอำนาจของรัฐบาลทหาร จนถึงการเลือกตั้งปี 2566 แม้ว่าพรรคก้าวไก]จะได้รับคะแนน เสียงอย่างท่วมท้นแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เนื่องจากนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ทำให้ไม่ได้รับการ สนับสนุนจากวุฒิสภา สุดท้ายพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จแต่ก็ก่อให้เกิดข้อถกเถียงอย่าง กว้างขวางเกี่ยวกับความชอบธรรมและความศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย ผลการศึกษาด้านการฟัง เสียงในสื่อสังคมออนไลน์กับผลการเลือกตั้งไทย พ.ศ. 2566 พบว่า การแสดงความรู้สึก (Sentiment) เป็นไปในทางตรงกันข้ามกับผลการเลือกตั้ง แต่การมีส่วนร่วม (Engagement) ทางการเมืองกลับ เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับผลการเลือกตั้ง คือ พรรคก้าวไกลมีการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุด และได้คะแนนเลือกตั้งสูงที่สุดเช่นกัน ผลการศึกษาด้านการใช้เสียงในสื่อออนไลน์กับการวางกลยุทธ์ ทางการสื่อสารมี 8 ประการ คือ การทำความเข้าใจความคิดเห็นและทัศนคติของประชาชน การ วางแผนกลยุทธ์และปรับปรุงข้อความหาเสียง การเฝ้าระวังคู่แข่งทางการเมือง การจัดการชื่อเสียงและ รับมือกับข้อมูลเชิงลบ การปรับกลยุทธ์ตามลักษณะเฉพาะของแต่ละแพลตฟอร์ม การทำนายผลการ เลือกตั้งและความนิยมของพรรคการเมือง การออกแบบกลวิธีการสื่อสารในสื่อออนไลน์ที่ตรงกับผู้รับ สาร และการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและจริยธรรม

2566
การจัดการปัญหาเศรษฐกิจชุมชนด้วยต้นทุนภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งและยั่งยืนสำหรับวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยนาท
การจัดการปัญหาเศรษฐกิจชุมชนด้วยต้นทุนภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งและยั่งยืนสำหรับวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยนาท

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการปัญหาเศรษฐกิจชุมชนด้วยต้นทุนภูมิปัญญาและ ทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งและยั่งยืนสำหรับวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยนาท เพื่อเสริมสร้าง ศักยภาพชุมชนต้นทุนภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งและยั่งยืนสำหรับวิสาหกิจ ชุมชน จังหวัดชัยนาท ออกแบบและสร้างสรรค์สิ่งทอ พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อความเข้มแข็งและสร้าง ความยั่งยืนสำหรับวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยนาท และเพื่อสร้างเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วย เทคโนโลยีดิจิทัลและการสร้างภาพลักษณ์สินค้าชุมชน ชุดโครงการวิจัยนี้มีจำนวน 4 โครงการวิจัยย่อย ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน คือ วิจัยเชิงพื้นที่และวิจัยประยุกต์ สามารถสรุปผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ ได้ 4 ข้อดังนี้ 1. เพื่อจัดการปัญหาเศรษฐกิจชุมชนด้วยต้นทุนภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อความ เข้มแข็งและยั่งยืนสำหรับวิสาหกิจชุมชน ผู้วิจัยได้นําปัญหาเศรษฐกิจชุมชน ต้นทุนภูมิปัญญา และ ทรัพยากรท้องถิ่นของวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยนาท มาแก้ไขโดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มสิ่งทอ ด้วยต้นทุนชุมชน กลุ่มอัตลักษณ์และภูมิปัญญา กลุ่มบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มการตลาดดิจิทัล ใช้สัญลักษณ์ ของทุนวัฒนธรรมแสดงถึงความร่วมสมัยและเป็นอัตลักษณ์ชุมชน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพชุมชน 2. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพชุมชนต้นทุนภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งและ ยั่งยืนสำหรับวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยนาท สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน คิด วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย โดยยึดหลักต้นทุนภูมิปัญญาและ ทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ เพิ่มความเข้มแข็งและยั่งยืนสำหรับวิสาหกิจชุมชน จังหวัด ชัยนาท 3. ออกแบบและสร้างสรรค์สิ่งทอ พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อความเข้มแข็งและสร้างความยั่งยืน สำหรับวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยนาท พบว่า การออกแบบสิ่งทอและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สามารถสื่อ ถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยนาท ผลิตภัณฑ์ต้นแบบสามารถใช้เป็นต้นแบบให้กับกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนที่มีลวดลายและรูปแบบร่วมสมัย เพิ่มความหลากหลาย เป็นการช่วยส่งเสริมให้มีการนำ ลวดลายจากอัตลักษณ์ไปผลิตเป็นผืนผ้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อจำหน่าย ส่งผลให้สมาชิกในชุมชนมี อาชีพที่มั่นคง มีรายได้เลี้ยงครอบครัว สร้างคุณค่าให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง 4. เพื่อสร้างเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการสร้างภาพลักษณ์สินค้า ชุมชนในกระบวนการวิจัยนี้พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ 4 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านการ สร้างสรรค์หัตถศิลป์สิ่งทอด้วยต้นทุนวัฒนธรรม 2. นวัตกรรมทางศิลปะสิ่งทอและอัตลักษณ์ชุมชน 3. ด้านพัฒนาภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ชุมชน 4. พัฒนาตลาดดิจิทัลเพื่อเพิ่มศักยภาพผลิตภัณฑ์ ชุมชน ซึ่งทั้ง 4 ด้านสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ด้วยนวัตกรรมและ เทคโนโลยีดิจิทัล

2566
การยกระดับมูลค่าและส่งเสริมศักยภาพสินค้าและบริการด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้าจังหวัดเพชรบูรณ์
การยกระดับมูลค่าและส่งเสริมศักยภาพสินค้าและบริการด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้าจังหวัดเพชรบูรณ์

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ยกระดับมูลค่าสินค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม สำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น (2) ส่งเสริมศักยภาพการตลาดด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อขยายสเกลธุรกิจสำหรับกาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น และ (3) พัฒนากิจกรรมเพื่อส่งเสริมมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเพื่อการแข่งขันสำหรับพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงทดลอง การวิจัยและพัฒนา การวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยแบบมีส่วนร่วม โดยมีพื้นที่วิจัยที่วิสาหกิจชุมชน น้ำหนาวอาราบิก้า ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สมาชิก วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า ประชาชนในอำเภอน้ำหนาว และนักท่องเที่ยว สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) การยกระดับมูลค่าสินค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟและ ชาดอกกาแฟท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า 1.1) ความต้องการในการยกระดับมูลค่าสินค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น ได้แก่ (1) นวัตกรรมที่แปลกใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟ (2) นวัตกรรมที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ (3) นวัตกรรมที่ผลิตได้ด้วย คนเดียว (4) จำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟในราคาที่สูงขึ้น (5) นำไปต่อยอดได้ (6) นำไปเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวได้ (7) สร้างอาชีพให้กับสมาชิกได้ และ (8) จัดโปรแกรมการท่องเที่ยว โดยชุมชน 1.2) เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น ได้แก่ นวัตกรรมเครื่องอัดกาแฟบอลแบบฟันเฟืองใช้มือโยก 1.3) การสร้างโอกาสและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟ ท้องถิ่น ได้แก่ (1) นวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสำหรับผลิตภัณฑ์ กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น ได้แก่ นวัตกรรมกาแฟอัดแท่งรมควัน และมีผลการประเมิน การชิมกาแฟแบบไม่รมควันโดย Q-grader ได้แก่ Fragrance=7.4, Flavor=7.4, Acidity=7.3, Body=7.1, Uniformity=10.00, Clean cup=10.0, Overall=7.1, และ Total Score=81.1 (2) ผู้รับการฝึกอบรมมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมพัฒนาและถ่ายทอดองค์ ความรู้การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้วยการฝึกอบรมหลักสูตร การผลิตสื่อด้วย โปรแกรมออนไลน์สำหรับการโปรโมทสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅=4.53) (3) สร้างโอกาสและขยายตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่นด้วย การออกบูธ โดยผู้ร่วมงานมีความคิดเห็นต่อผลตภัณฑ์กาแฟ คือ มีกลิ่นหอม รสชาตไม่เข้มมาก และ รับรู้ว่าอำเภอน้ำหนาวมีผลิตภัณฑ์กาแฟ และมีเครือข่าววิชาการที่สนใจนำผลิตภัณฑ์ไปวิจัยต่อยอด 2) การส่งเสริมศักยภาพการตลาดด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายสเกลธุรกิจสำหรับกาแฟ และชาดอกกาแฟท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า จังหวัดเพชรบูรณ์ สรุปได้ว่า 2.1) สภาพปัจจุบันของการใช้งานเทคโนโลยีและนวัตกรรม พบว่า (1) อินเทอร์เน็ต มีสัญญาณ มีระดับดี (2) สมาร์ตโฟนมีคุณสมบัติ มีระดับพอใช้ (3) การใช้งานโซเชียลมีเดีย ได้แก่ เพจเฟชบุ๊ก มีระดับพอใช้ (4) ความพร้อมของสมาชิกในการใช้เทคโนโลยี ได้แก่ การใช้ช่องทาง การตลาดออนไลน์ มีระดับพอใช้ และ (5) การพัฒนาตนเองด้านการใช้เทคโนโลยีของสมาชิก ได้แก่ การผลิตสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ มีระดับพอใช้ 2.2) ความต้องการการใช้งานเทคโนโลยีและนวัตกรรม พบว่า (1) อินเทอร์เน็ตมี สัญญาณ มีระดับดี (2) สมาร์ตโฟนมีคุณสมบัติ มีระดับดี (3) การใช้งานโซเชียลมีเดีย ได้แก่ เพจเฟ ชบุ๊ก มีระดับดี (4) ความพร้อมของสมาชิกในการใช้เทคโนโลยี ได้แก่ การใช้ช่องทางการตลาด ออนไลน์ มีระดับดี และ (5) การพัฒนาตนเองด้านการใช้เทคโนโลยีของสมาชิก ได้แก่ การผลิตสื่อเพื่อ ประชาสัมพันธ์ มีระดับดี 2.3) การพัฒนารูปแบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการตลาดให้กับ วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า จังหวัดเพชรบูรณ์ มี 2 องค์ประกอบ ได้แก่ การตลาดดิจิทัล โดยใช้ เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการส่งเสริมการตลาดเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการตลาดให้กับ วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่องทาง ได้แก่ เพจเฟชบุ๊ก แอปพลิเคชันไล น์ และโทรศัพท์ และการตลาดกิจกรรม โดยการวิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า นำผลิตภัณฑ์กาแฟ และชาดอกกาแฟไปออกบูธในงานต่าง ๆ ได้แก่ งานประชุมวิชาการ งาน ททท. ห้างสรรพสินค้า และ กิจกรรมชุมชน 2.4) กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้เครื่องมือเพื่อส่งเสริมศักยภาพการตลาดด้วย เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายสเกลธุรกิจ ด้วยการฝึกอบรมหลักสูตร การทำคลิปเพื่อประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวในการส่งเสริมศักยภาพการตลาดด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายสเกล ธุรกิจ พบว่า ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅=4.60) 2.5) แนวทางการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อขยายสเกลธุรกิจด้วยผลิตภัณฑ์ชุมชนและ การท่องเที่ยวเพื่อการแข่งขันสำหรับพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อส่งเสริม มูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเพื่อการแข่งขันสำหรับพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอ น้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนำข้อมูลจากการสำรวจข้อมูล 5 ประเด็น ได้แก่ (1) แหล่งท่องเที่ยว ในตำบลโคกมน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญโดยรอบอำเภอน้ำหนาว (2) สถานที่ทำบุญและท่องเที่ยว (3) ที่พักและคาเฟ่ (4) อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ชุมชน และ (5) วิถีชีวิตและการประกอบอาชีพ 2.6) แผนที่เส้นทางท่องเที่ยวอนุรักษ์ ธรรมชาติในตำบลโคกมน และแหล่งท่องเที่ยว บริเวณใกล้เคียง อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย 1) ร้านกาแฟ และของฝาก 2) แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของตำบลโคกมน 3) แหล่งท่องเที่ยวและทำบุญ 4) ที่พักและคาเฟ่ และ แหล่งท่องเที่ยว โดยรอบในอำเภอน้ำหนาว 3) การพัฒนากิจกรรมเพื่อส่งเสริมมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเพื่อ การแข่งขันสำหรับพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ 3.1) บริบทและทรัพยากรเชิงพื้นที่ตำบลโคกมน และแหล่งท่องเที่ยวโดยรอบ อำเภอ น้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า ด้านทรัพยากรในพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัด เพชรบูรณ์ พบว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลโคกมนได้อนุรักษ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ วิธีการทำเครื่องจักสานใช้สำหรับในครัวเรือน ภาษาถิ่น ส่วนมากร้อยละ 90 พูดภาษาอีสาน ประเพณีเผาข้าวหลาม อำเภอน้ำหนาว ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล โคกมนได้ผลิตของใช้พื้นเมืองขึ้นใช้ในครัวเรือนและเหลือเอาไว้จำหน่วยบ้าง ได้แก่ เครื่องจักสาน ที่ทำจากไม้ไผ่ ป่าไม้ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลโคกมนอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาตินํ้าหนาว 3.2) กิจกรรมเพื่อส่งเสริมมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเพื่อ การแข่งขันสำหรับพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยจัดโปรแกรมท่องเที่ยวได้ ทั้งในรูปแบบ One-day Trip (เที่ยว 1 วัน) และรูปแบบ 2 Day Trip (เที่ยว 2 วัน 1 คืน) 3.3) พฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่มีต่อแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในตำบลโคกมน ผลการศึกษาพบว่า นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลโคกมนโดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อการพักผ่อน ร้อยละ 60.66 รองลงมาคือ เพื่อนชวนมา ร้อยละ 12.66 โดยลักษณะการท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ เดินทางเป็นกลุ่มหรือหมู่คณะ ร้อยละ 64.86 ซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวจะเดินทางโดยซื้อ โปรแกรมกิจกรรมของการท่องเที่ยว ร้อยละ 49.00 และมากับกลุ่มเพื่อน ร้อยละ 35.67 โดยเลือก แหล่งท่องเที่ยวในการเดินทางตามโปรแกรมที่ความสนใจ ร้อยละ 46.00 และเลือกเดินทางในช่วง วันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุด ร้อยละ 61.00 ระยะเวลาในการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เวลา 1-2 วัน ร้อยละ 60.00 3.4) ความคิดเห็นของส่วนประสมทางการตลาดนักท่องเที่ยว พบว่า กลุ่มตัวอย่าง มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅=3.66, S.D.=0.65) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่อยู่ในระดับมาก คือ ด้านบุคลากร (x ̅=4.12, S.D.=0.62) ด้านผลิตภัณฑ์ (x ̅=3.86, S.D.=0.63) ด้านราคา (x ̅=3.72, S.D.=0.52) ด้านกระบวนการ (x ̅=3.74, S.D.=0.54) ด้านสถานที่ทำเลที่ตั้ง (x ̅=3.52, S.D.=0.61) และด้านที่อยู่ในระดับปานกลาง คือ ด้านการส่งเสริมการตลาด (x ̅=3.48, S.D.=0.81) และด้านการสร้างและนำเสนอลักษณะทาง กายภาพ (x ̅=3.46, S.D.=0.64) 3.5) แนวทางการสื่อสารการตลาดสำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า (1) การสื่อสารการตลาดผ่านตัวบุคคล (2) การประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางต่าง ๆ (3) การโฆษณา (4) การตลาดผ่านสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นสื่อหลักสำคัญในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวเกิดความสะดวกในการค้นหาข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็ว (5) การตลาดทางตรง ซึ่งชุมชน การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ และสามารถนำมาเสนอ และส่งต่อรายละเอียด ให้นักท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวสนใจและเกิดความประทับใจ (6) กิจกรรมการส่งเสริมการขาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความช่วยเหลือ และแนะนำในการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายแก่ชุมชน และ (7) กิจกรรมการตลาดร่วมกับหน่วยงานอื่น

2566