จำนวนงานวิจัย ( 261 )
การพัฒนากระบวนการเบิกจ่ายเงินเดือนในระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (HRM) สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยและพนักงานราชการ กรณีศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการเบิกจ่ายเงินเดือนในระบบ HRM ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 2) วิเคราะห์ปัญหาและข้อจำกัดของระบบการเบิกจ่ายเงินเดือนเดิม และ 3) พัฒนากระบวนการใหม่ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความถูกต้อง และความพึงพอใจของผู้ใช้งาน งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงพัฒนา (Developmental Research) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร ระบบงานที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่บริหารงานบุคคล เจ้าหน้าที่การเงิน และผู้รับเงินเดือน จากนั้นนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ด้วยเทคนิค SWOT Analysis และพัฒนาแนวทางการปรับปรุงโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบ HRM ที่ทันสมัยมาเป็นเครื่องมือสนับสนุน ผลการวิจัยพบว่า ระบบเดิมมีขั้นตอนการดำเนินงานจำนวนมาก ทำให้เกิดความล่าช้าและข้อผิดพลาดจากการทำงานด้วยมือ ระบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นสามารถลดจำนวนขั้นตอนจาก 9 ขั้นตอน เหลือเพียง 5 ขั้นตอน ลดเวลาในการดำเนินการเฉลี่ยจาก 4 วัน เหลือเพียง 2 วันต่อรอบการจ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบข้อมูล และช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามสถานะการเบิกจ่ายได้แบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นร้อยละ 88.5 โดยเฉพาะในด้านความโปร่งใส ความรวดเร็ว และความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ผู้วิจัยเสนอว่าควรมีการนำระบบที่พัฒนาขึ้นนี้ไปประยุกต์ใช้ในระดับคณะหรือมหาวิทยาลัยอย่างกว้างขวาง พร้อมจัดทำคู่มือการใช้งานและอบรมผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน
การศึกษาการอบแห้งใบกระท่อมด้วยวิธีฟลูอิดไดซ์เบด
ใบกระท่อมเป็นพืชชนิดหนึ่งที่พบได้มากในเขตร้อนชื้นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในสมัยโบราณมีการใช้ใบกระท่อมในการรักษาอาการติดเชื้อในลำไส้ แก้ท้องเสีย ท้องร่วง บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดไข้ บรรเทาอาการไอ ทำให้นอนหลับ โดยใช้ใบสดหรือใบแห้งนำมาเคี้ยว สูบหรือชงเป็นน้ำชา ในปี 2565 หลังจากมีการยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ห้ามใช้พืชกระท่อมเป็นส่วนผสมของอาหาร ดังนั้นปัจจุบันจึงสามารถใช้พืชกระท่อมในการประกอบอาหารหรือต้มน้ำกระท่อมในเชิงอุตสาหกรรมได้ โดยนอกจากการซื้อขายใบสดแล้วนั้น ได้มีการแปรรูปใบกระท่อมนั้นมีด้วยกันหลายชนิดทั้งการใส่แคปซูลเป็นสารสกัดเข้มข้น รวมถึงประเภทใบแห้ง และ ชนิดผง ซึ่งนำไปใช้เป็นส่วนประกอบเช่นเครื่องดื่มผสมใบกระท่อม กระท่อมบรรจุถุงชาพร้อมชง เป็นต้น ดังนั้นโครงงานนี้จึงสนใจที่จะศึกษาการนำใบกระท่อมมาอบแห้งโดยใช้เครื่องอบแห้งแบบฟลูอิไดซ์เบดซึ่งเครื่องอบแห้งแบบฟลูอิดไดซ์เบดที่จะทำการศึกษาจะมีอุปกรณ์ประกอบด้วย ชุดพัดลมโบลเวอร์ เป่าลมผ่านฮีตเตอร์ทำความร้อน เกิดลมร้อนไปยังถังอบ ในการทดลองนี้ได้กำหนดน้ำหนักใบกระท่อมในการอบแห้ง 1 กิโลกรัม, 2 กิโลกรัม และ 3 กิโลกรัม ทดลองอบใบกระท่อมที่อุณหภูมิ 50 °C, 55 °C และ 60 °C จะบันทึกข้อมูลการทดลองทุก 10 นาที เพื่อหาความชื้นที่ลดลงในแต่ละช่วงเวลา ผลการทดลองพบว่าการอบแห้งใบกระท่อมที่อุณหภูมิ 55 °C ใช้เวลาในการอบแห้ง 150 นาที เป็นอุณหภูมิอบแห้งใบกระท่อมที่ดีที่สุด
การสร้างเครื่องกำเนิดก๊าซโอโซนด้วยหลักการโคโรน่าดิสชาร์จเพื่อนำมาใช้ในการยืดอายุการเก็บรักษาผักและผลไม้
สำหรับประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมส่งออกกล้วยไม้ขนาดใหญ่เพื่อเป็นทางเลือกในการไม่ใช้สารเคมีในการกำจัดแมลงศัตรูพืช โดยระบบที่สร้างนี้ต้องการนำไปประยุกต์ใช้ในขั้นตอนการรมสารเคมีก่อนส่งออกสินค้า ออกไปต่างประเทศจากเดิมที่ใช้สารเคมีชนิดเมทิลโบรไมด์ (Methyl Bromide) และฟอสฟิน (Phosphine) ในการรมแต่ปัจจุบันเมทิลโบรไมด์ถูกระบุว่าเป็นสารที่ทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศเป็นสาเหตุให้เกิดโลกร้อน และฟอสฟินเป็นสารเคมีที่ใช้ระยะเวลารมนานซึ่งไม่เหมาะที่จะใช้กับกล้วยไม้ ที่ผ่านมาได้มีผู้ ทำการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่ามีการนำโอโซน ไปกำจัดศัตรูพืชชนิดต่าง ๆ เพลี้ยไฟ และไรแดง ที่อาศัยอยู่ในกล้วยไม้ส่งออกแต่ระบบนั้นเป็นระบบขนาดเล็ก ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้นำเสนอเกี่ยวกับการนำโอโซนไปกำจัดแมลงในระบบขนาดใหญ่ ให้สามารถประยุกต์ใช้ในระบบอุตสาหกรรมได้โดยระบบผลิตโอโซนที่ออกแบบสร้างขึ้นนั้น สามารถสร้าง ความเข้มข้นโอโซนได้ 550 ในระยะเวลา 30 นาที ภายในห้องที่มีปริมาตร นำเทคโนโลยีเกี่ยวกับโอโซนมาประยุกต์ใช้สำหรับกำจัดศัตรูพืชที่อยู่ในอุตสาหกรรมส่งออกกล้วยไม้ในปัจจุบันและอนาคต งานวิจัยนี้นำเสนอการออกแบบสร้างเครื่องผลิตโอโซนความเข้มข้นสูง 30 ถึง 35 องศาเซลเซียส โดยระยะเวลาในการทำงานหมดของระบบ จะใช้เวลาอยู่ที่ 90 นาที ซึ่งใช้ กำลังไฟฟ้า 2,647 วัตต์ หลังจากการทดลองกล้วยไม้ไม่ได้รับผลกระทบจากการรมโอโซนและ ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างงานวิจัยนี้ จึงเป็นทางเลือกในการพัฒนา จากการทดลองนำแมลงศัตรูพืชในกล้วยไม้ชนิดเพลี้ยไฟและไรแดงไปทดลองรมโอโชนที่ระดับความเข้มข้น 550 ถึง 650 ppm ในระยะเวลา 60 นาที สามารถกำจัดแมลงศัตรูพืชทั้งสองชนิดนี้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยกำหนดค่าพารามิเตอร์ให้ระบบทำงาน ดังนี้กำหนดให้ใช้แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายไปยังท่อผลิตโอโซน 3,600โวลต์ อัตราการไหลของอากาศที่ 60 ลิตร/นาที อัตราการไหลของออกซิเจนบริสุทธิ์ ที่ 5 ลิตร/นาที อุณหภูมิภายในห้องอยู่ในช่วง
การศึกษาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้วเพื่อนำมาใช้เป็นแบตเตอรี่เก็บไฟฟ้าสำรองในครัวเรือนร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์
งานวิจัยเรื่องการศึกษาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้วเพื่อนำมาใช้เป็นแบตเตอรี่เก็บไฟฟ้าสำรองในครัวเรือนร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ข้อ คือ 1) เพื่อศึกษาการคลายประจุของแบตเตอรี่ และ 2) เพื่อศึกษาการสร้างระบบไฟฟ้าสำรองภายในครัวเรือนด้วยแผงพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบสำรองไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริงในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ จากแนวคิดดังกล่าว แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาดสูงสุดไม่เกิน 56 โวลท์ 46 แอมป์ ถูกเลือกมาใช้ในงานวิจัยนี้ด้วยเหตุผลด้านข้อจำกัดของงบประมาณ โดยทำงานร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าจาแผงพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 5 กิโลวัตต์ โดยสามารถสะสมพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 2.576 กิโลวัตต์ ผลการดำเนินงานพบว่าสามารถสะสมพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีสเถียรภาพ ประกอบกับมีการประจุไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอในเวลากลางวันจากการทำงานของแผงพลังงานแสงอาทิตย์ และการคายประจุไฟฟ้าจากการใช้งานในเวลากลางคืน อย่างไรก็ตามกลับพบข้อจำกัดในการทำงาน เนื่องจากขนาดของแบตเตอรี่มีขนาดเล็กเพียง 2.576 กิโลวัตต์ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานของแผงพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 5 กิโลวัตต์ ในการผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งวันโดยเฉลี่ย 6 ชั่วโมงทำงาน
การศึกษาความเป็นไปได้ของสถานีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ขนาดเล็กจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกรด
งานวิจัยเรื่องการศึกษาความเป็นไปได้ของสถานีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ขนาดเล็กจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกรด มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกรดในสถานีประจุไฟฟ้า และสร้างสถานีประจุไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนที่ได้ จากแนวคิดการออกแบบสถานีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ขนาดเล็กจากพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ กำหนดให้สถานีประจุไฟฟ้าสามารถเคลื่อนที่ได้สะดวกอีกทั้งสามารถผลิตและเก็บปริมาณไฟฟ้าได้มากกว่าความต้องการของรถจักรยานไฟฟ้า 1.5 เท่า หรือร้อยละ 150 ซึ่งในทางปฏิบัติสถานีดังกล่าวสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ย 1,233 Wh ต่อวัน ในช่วงเวลาระหว่าง 8.00 น. ถึง 17.00 น. เพียงพอต่อความต้องการของรถจักรยานไฟฟ้าที่ต้องการปริมาณไฟฟ้า 837 Wh คิดเป็นร้อยละ 124 นอกจากนี้ สถานีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่แบบย่อส่วนจากพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่แบบตะกั่วกรด ไม่สามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าได้เกินระยะเวลา 1 เดือน เนื่องจากระดับพลังงานไฟฟ้าลดต่ำลงน้อยกว่าร้อยละ 55 ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ถูกแนะนำไว้