จำนวนงานวิจัย ( 253 )

ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคีเฟอร์เพื่อสุขภาพจากสมุนไพรไทย
ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคีเฟอร์เพื่อสุขภาพจากสมุนไพรไทย

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคีเฟอร์เพื่อสุขภาพจากสมุนไพรไทย ได้ทำการคัดเลือกสมุนไพร 3 ชนิด สำหรับผลิตคีเฟอร์น้ำ ได้แก่ คีเฟอร์ขิง คีเฟอร์กระชาย และคีเฟอร์มะขามป้อม ผลการศึกษาพบว่าการใช้สมุนไพรรูปแบบสด เหมาะมากกว่าสมุนไพรแบบแห้งและแบบเชื่อมแห้ง การใช้หัวเชื้อจากเม็ดคีเฟอร์น้ำแบบสดมีประสิทธิภาพในการหมักได้ดีกว่าหัวเชื้อคีเฟอร์แบบแห้ง โดยเกิดกระบวนการหมักได้เร็วกว่าและเชื้อมีการเจริญเติบโตที่ดี ผลการศึกษาสูตรและกรรมวิธีในการผลิตคีเฟอร์จากสมุนไพรที่ใช้ระยะเวลาในการหมัก 21 และ 24 ชั่วโมง เหมาะสมสำหรับการหมัก คีเฟอร์ ทั้ง 3 ชนิด ผลการศึกษาค่าความเป็นกรด-ด่างและปริมาณน้ำตาลเริ่มต้นในสูตรการหมัก คีเฟอร์ที่ร้อยละ 15 ช่วยให้คีเฟอร์มีรสชาติที่เหมาะสมมากขึ้น ระดับ pH เริ่มต้นที่เหมาะสมในการหมักคีเฟอร์จากสมุนไพรอยู่ที่ pH 2.5 ปริมาณแอลกอฮอล์ร้อยละ 0.45 ปริมาณกรดแลคติก ร้อยละ0.13 ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) เท่ากับ 2.35 ของแข็งที่ละลายในน้ำ เท่ากับ 10.83 องศาบริกซ์ และปริมาณแอนโทไซยานิน เท่ากับ 2.36±0.03 mg/L ผลการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคีเฟอร์จากสมุนไพร ที่เก็บเป็นระยะเวลา 12 วัน 4 องศาเซลเซียส พบว่าค่าสีมีแนวโน้มเข้มขึ้น โดยค่าความสว่าง (L*), ปริมาณกรดทั้งหมด ปริมาณแอลกอฮอล์ และปริมาณแอนโทไซยานินมีแนวโน้มลดลงตามลำดับ ค่าของแข็งที่ละลายในน้ำมีค่าคงที่ ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ไม่มีความแตกต่างกัน ปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดของวันที่ 0 และ 12 มีค่าเท่ากันคือ 6.70x106 CFU/g ปริมาณยีสต์-ราในวันที่ 0 มีค่ามากกว่าวันที่ 12 คือ 2.33x106 CFU/g และ 2.00x106 CFU/g ตามลำดับ และปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์ม มีค่าน้อยกว่า 3 MPN/g ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานของประกาศกระทรวงสาธารณสุข

2567
ผลิตภัณฑ์อาหารเช้าพร้อมบริโภคในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิทสำหรับผู้สูงอายุ
ผลิตภัณฑ์อาหารเช้าพร้อมบริโภคในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิทสำหรับผู้สูงอายุ

การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเช้าพร้อมบริโภคในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิทสำหรับผู้สูงอายุเพื่อพัฒนาสูตรอาหารเช้าที่มีไข่ขาวเป็นองค์ประกอบหลักให้มีรสชาติและลักษณะที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โจ๊กไข่ขาว ซุปไข่ขาวอกไก่ และซุปไข่ขาวผัก ผลการพัฒนาแต่ละผลิตภัณฑ์มีไข่ขาวร้อยละ 30 ร้อยละ 14 และร้อยละ 13 ตามลำดับ เพื่อให้ทุกผลิตภัณฑ์มีโปรตีนคุณภาพจากไข่ขาว ซุปไข่ขาวอกไก่เพิ่มโปรตีนจากอกไก่ที่มีไขมันต่ำ ซุปไข่ขาวผักมีโปรตีนจากไข่ขาวและใยอาหารจากผักเป็นสูตรที่ไม่มีเนื้อสัตว์และไขมันต่ำ ผลการศึกษากระบวนการฆ่าเชื้อที่เหมาะสมสำหรับอาหารเช้าพร้อมบริโภคที่บรรจุในถุงรีทอร์ทเพ้าช์แบบก้นตั้ง ขนาด 120 x 200 x 35 mm น้ำหนักบรรจุ 200 กรัม ฆ่าเชื้อที่ความร้อนสูงด้วยเครื่อง water spray retort ที่อุณหภูมิ 115 °ซ เป็นเวลา 35 นาที ผลการศึกษาการแทรกผ่านความร้อนของผลิตภัณฑ์ คำนวณค่า F0 มีค่าเท่ากับ 6.01 6.56 และ 6.22 นาที ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 355 (กระทรวงสาธารณสุข, 2556) ภายหลังการผ่านความร้อนสูง ค่าสีของทุกผลิตภัณฑ์มีสีเข้มขึ้น (ค่า L* ลดลง และมีค่า a* และb* สูงขึ้น) ความข้นหนืดลดลง ความคงตัวของทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ไหลได้เร็วขึ้น ผลการทดสอบทางประสาทสัมผัสของทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ มีแนวโน้มได้รับคะแนนความชอบสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ผ่านการให้ความร้อนสูง ยกเว้นด้านกลิ่นไข่และรสชาติไข่ของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านความร้อนสูงมีคะแนนความชอบลดลง (p<0.05) ผลการทดสอบคุณภาพทางจุลินทรีย์ (Sterility test) ได้แก่ ปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมด Flat sour bacteria ชนิด Thermophile และ Mesophile, Thermophilic anaerobes, mesophilic anaerobes ของทุกผลิตภัณฑ์ผ่านเกณฑ์ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท คุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์โจ๊กไข่ขาว ซุปไข่ขาวอกไก่ และซุปไข่ขาวผัก มีโปรตีนร้อยละ 22.3 22.0 และ 18.2 ตามลำดับ มีไขมันต่ำเพียงร้อยละ0.2 ซุปไข่ขาวผักมีใยอาหารร้อยละ 4.8 ซึ่งทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์มีโปรตีนสูงและไขมันต่ำ เป็นคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการทางโภชนาการของผู้สูงอายุ อีกทั้งมีลักษณะข้น ย่อยง่าย รับประทานง่าย สะดวกสำหรับผู้สูงอายุและยังเหมาะสมสำหรับผู้บริโภคทั่วไปที่รักสุขภาพอีกด้วย

2567
นวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติจากภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธุ์กระเหรี่ยง ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ จังหวัดเพชรบุรี
นวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติจากภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธุ์กระเหรี่ยง ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ จังหวัดเพชรบุรี

จากงานวิจัยเรื่องนวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติจากภูมิปัญญาท้องถิ่นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ จังหวัดเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภูมิปัญญาชาติพันธุ์กะเหรี่ยงสู่นวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติ 2) ย้อมผ้าสีธรรมชาติที่เหมาะสมจากภูมิปัญญาชาติพันธุ์กะเหรี่ยง มีวิธีการดำเนินงาน ดังนี้ ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธ์กะเหรี่ยงและวัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อนำไปสู่นวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติ ศึกษากระบวนการย้อมผ้า ทดลองการย้อมผ้าบนวัสดุ 2 ชนิด ๆ (เส้นด้ายและผืนผ้า) คัดเลือกเทคนิคการย้อมผ้า 3 สูตร ย้อมเส้นด้ายและผืนผ้าสำหรับผลิตภัณฑ์ผืนผ้า ออกแบบลายทอผ้าจากอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธ์กะเหรี่ยงจำนวน 10 แบบ คัดเลือกโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 แบบ ผลิตผืนผ้าจากนวัตกรรมการย้อมสีบนวัสดุ 2 ชนิดๆ คือ เส้นด้าย และผืนผ้า รวม 6 ชิ้นงาน สอบถามความพึงพอใจจากบุคคลทั่วไปจำนวน 100 คน ทั่วไป โดยใช้แบบสอบถามแบบออนไลน์วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละและค่าเฉลี่ย ผลการศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ ทั้ง 6 ชิ้นงานมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด โดยผลิตภัณฑ์จากเส้นด้าย กลุ่มที่ 3 ค่าเฉลี่ย 4.72 ผลิตภัณฑ์จากเส้นด้าย กลุ่มที่ 1 ค่าเฉลี่ย 4.69 และผลิตภัณฑ์จากเส้นด้ายกลุ่มที่ 2 ค่าเฉลี่ย 4.68 ตามลำดับ ส่วนผลิตภัณฑ์ จากผืนผ้า กลุ่มที่ 2 มีค่าเฉลี่ย 4.68 ผลิตภัณฑ์จากผืนผ้ากลุ่มที่ 1 มีค่าเฉลี่ย 4.64 และผลิตภัณฑ์จาก ผืนผ้ากลุ่มที่ 3 มีค่าเฉลี่ย 4.57 ผลความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ ทั้ง 6 ชิ้นงานมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยรวม 4.66

2567
ผงสีจากใบขลู่สำหรับผลิตภัณฑ์งานประดิษฐ์จากผ้า เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าหัตถกรรมชุมชน อ.ขลุง จ.จันทบุรี
ผงสีจากใบขลู่สำหรับผลิตภัณฑ์งานประดิษฐ์จากผ้า เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าหัตถกรรมชุมชน อ.ขลุง จ.จันทบุรี

งานวิจัยนี้ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตผงสีจากใบขลู่สำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์ผ้า เพื่อศึกษา คุณสมบัติการใช้ผงสีจากใบขลู่ในผลิตภัณฑ์ผ้า และเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผงสีจากใบขลู่ใน ผลิตภัณฑ์ผ้า ผลการวิจัยสรุป ดังนี้ จากการศึกษาการผลิตผงสีจากใบขลู่ พบว่าใบขลู่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผงสีธรรมชาติได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผ่านกระบวนการอบแห้งและบดให้ละเอียดจนได้ผงสีที่มีลักษณะเป็นผงเนื้อ ละเอียดสีน้ำตาล มีกลิ่นหอมอ่อนตามธรรมชาติของใบสมุนไพร จากการทดลองพบว่า ใบขลู่แห้ง สามารถให้ผลผลิตของผงสีได้เฉลี่ยประมาณร้อยละ 25-30 ของน้ำหนักวัตถุดิบเริ่มต้น ซึ่งถือว่าเป็น ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการผลิตในระดับเบื้องต้น ผงสีที่ได้เมื่อนำไปพิมพ์ลายบนผ้า พบว่า ผ้าพิมพ์ ที่ไม่ผ่านการซักล้าง สามารถติดบนพื้นผิว ได้ดีสีที่ได้มีความคงทนในระดับมาก และได้สีปกติของสีผง ขลู่ ผ้าพิมพ์ที่ไม่แช่สารมอร์แดนท์ สามารถติดบนพื้นผิวมีสีอ่อน ผ้าพิมพ์ที่แช่สารส้ม สามารถติดบน พื้นผิวมีสีอ่อน และสีออกสีเหลือง ผ้าพิมพ์ที่แช่สนิมเหล็ก สามารถติดบนพื้นผิวได้ดี สีที่ได้มีความ คงทนในระดับมาก และได้สีเข้มมากขึ้น เมื่อใช้สนิมเหล็ก หรือเหล็กซัลเฟต เฉดสีบนผ้าที่พิมพ์ด้วยสีผงจากใบขลู่จะมีสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเหล็กซัลเฟตไปเป็นรูปของเฟอริกโดยการทำปฏิกิริยากับ ออกซิเจนในอากาศ เหล็กในรูปเฟอรัสและเฟอริกมีอยู่ร่วมกันบนเส้นใยและสเปกตรัมของพวกมัน ซ้อนทับกัน ส่งผลให้เกิดการเลื่อนของค่า λmax และส่งผลให้สีเปลี่ยนไปเป็นเฉดสีที่เข้มขึ้น [1–2] นอกจากนี้ แทนนินในสารสกัดจากจากใบขลู่ [3-4] ยังรวมตัวกับเกลือของเหล็ก (เฟอร์รังซัลเฟต) เพื่อ สร้างสารประกอบเชิงซ้อน ซึ่งทำให้ผ้ามีเฉดสีเทาดำ และเข้มขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ สารส้ม กลับลดค่า ความเข้มของสีลง ดังนั้นการนำเฉดสีที่ได้มาทำผลิตภัณฑ์ผ้าสามารถเลือกเฉดสีได้ตามการใช้งาน การถ่ายทอดองค์ความรู้และอบรมเชิงปฏิบัติการผงสีจากใบขลูสำหรับผลิตภัณฑ์งานประดิษฐ์ จากผาเพื่อเพิ่มมูลคาสินคาหัตถกรรมชุมชน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที่ ระดับ ความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.90 ด้านวิทยากร ระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.88 ด้านกระบวนการ/ขั้นตอนการให้บริการระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.92 ด้านสิ่งอำนวย ความสะดวก ระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.91 ด้านประโยชน์จากการรับบริการ ระดับ ความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.90 ความพึงพอใจในภาพรวมของโครงการ ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.93 ดังนั้นความพึงพอใจการให้บริการในด้านต่าง ๆ ที่มีต่อการจัดโครงการวิจัย อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.90 คิดเป็นร้อยละ 98.00 ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้และ ต่อยอดองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผงสีจากใบขลู่มีข้อดี คือปลอดภัยต่อผู้ใช้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2567
การพัฒนาอาชีพงานประดิษฐ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผู้สูงอายุ  ชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
การพัฒนาอาชีพงานประดิษฐ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผู้สูงอายุ ชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการพัฒนาอาชีพด้านงานประดิษฐ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุ 2) ออกแบบผลิตภัณฑ์ด้านงานประดิษฐ์ให้กับผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และ3) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านงานประดิษฐ์ให้กับผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จำนวนทั้งสิ้น 30 คน ได้จากการสมัครใจในการ เข้าร่วมกิจกรรม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน แบบสอบถาม และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย มีผลการศึกษาดังนี้ ความต้องการพัฒนาอาชีพด้านงานประดิษฐ์ ได้แก่ งานมาลัย งานเครื่องหอม งานประดิษฐ์วัสดุท้องถิ่น และงานประดิษฐ์จากผ้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ เลือกงานมาลัยแบบที่ 2 มาลัยชำร่วย งานเครื่องหอมแบบที่ 1 พัดบุหงา งานประดิษฐ์วัสดุท้องถิ่นแบบที่ 2 กล่องจากใบตาลโตนด และงานประดิษฐ์จากผ้าแบบที่ 1 พวงกุญแจ การสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงาน และผลการปฏิบัติงานอยู่ในเกณฑ์ดี ความพึงพอใจที่มีต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านงานประดิษฐ์ให้กับผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เรื่องงานมาลัยโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.68 เรื่องงานเครื่องหอมโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.53 เรื่องงานประดิษฐ์ จากวัสดุธรรมชาติโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.74 และเรื่องงานประดิษฐ์จากผ้าโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.77

2567