จำนวนงานวิจัย ( 253 )
การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และนวัตกรรมการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิดเพื่อการส่งออก
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของผู้ประกอบธุรกิจต่อการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และนวัตกรรมการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิด และเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมลักษณะของบรรจุภัณฑ์และนวัตกรรมการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิดเพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศ โดยทำการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจภูมิปัญญาท้องถิ่น (OTOP) และผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นผู้ที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิด ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะหรือปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์และนวัตกรรมการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิด ประกอบด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ 1) ปัจจัยด้านการขนส่ง และ 2) ปัจจัยด้านการเก็บรักษา และพบว่า ลักษณะหรือปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์และนวัตกรรมการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาสลิด ประกอบด้วย 5 ลักษณะ ได้แก่ 1) ความปลอดภัย 2) ความทนทาน 3) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 4) ตอบสนองต่อความสนใจ 5) การใช้นวัตกรรมในการรักษาคุณภาพ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการของนักศึกษาภายในศูนย์พณิชยการพระนครหลังวิกฤตการณ์โควิด-19
งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาด้านประชากรศาสตร์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าร่วม กิจกรรมนันทนาการของนักศึกษาภายในศูนย์พณิชยการพระนครหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 และเพื่อศึกษา ปัจจัยส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการของนักศึกษาภายในศูนย์พนิชยการพระนคร หลังวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยมุ่งเน้นการศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์หลังการแพร่ระบาดโค วิด-19 ซึ่งบริบทการใช้ชีวิตของนักศึกษามีการเปลี่ยนเปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยประชากรวิจัย ได้แก่ ตัวอย่าง นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และกลุ่มตัวอย่างในการเก็บข้อมูล ได้แก่ นักศึกษาภายในศูนย์พณิชยการพระนคร จำนวน 375 คน ประกอบด้วย 3 คณะ ดังนี้ 1.คณะบริหารธุรกิจ 2.คณะศิลปศาสาตร์ และ 3.คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น ผลการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1.ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากที่ รองลงมาเป็น เพศชาย และเพศทางเลือกตามลำดับ 2.ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรม นันทนาการพบว่า ระดับปัจจัยแรงจูงใจด้านร่างกายและด้านสังคมอยู่ในระดับมาก โดยปัจจัยแรงจูงใจ ด้านร่างกายมากที่สุด รองลงมาเป็นปัจจัยแรงจูงใจด้านสังคม 3.ข้อมูลความต้องการในการเข้าร่วม กิจกรรมนันทนาการ 11 ประเภท พบว่าอยู่ในระดับมาก ในส่วนรายข้อพบว่า หัวข้อที่มีความสนใจมาก ที่สุดคือ กิจกรรมประเภท เกมส์ กีฬาและการละเล่น รองลงมาเป็นกิจกรรมพิเศษตามเทศกาลต่างๆ และ กิจกรรมกลางแจ้ง/นอกเมือง ตามลำดับ ในภาพรวมนักศึกษามีความต้องการในการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการไปในทิศทางเชิงบวก แต่มี ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมหรือโครงการต่างๆให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทในปัจจุบัน เพื่อให้การ เข้าร่วมกิจกรรมเกิดประสิทธิภาพและเป็นการพัฒนาศักยภาพผ่านกระบวนการการจัดกิจกรรมอย่างเป็น ระบบ มีวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมที่ชัดเจนสามารถที่จะตอบคำถามได้ว่ากิจกรรมต่างๆที่ทำนั้นทำ แล้วได้ประโยชน์อย่างไรอีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาทางด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคม และ จิตใจ ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
การเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ : กรณีศึกษาชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยคุณภาพเพื่อสร้างทฤษฎีฐานราก มีวัตถุประสงค์ คือ 1) ศึกษาการให้ความหมายและที่มาของความหมายของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน และ 2) กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 15 คน โดยเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต การจดบันทึก และศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง เก็บรวบรวมข้อมูลช่วงเดือน กรกฎาคม ถึงเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2566 ผลการวิจัยพบว่า การให้ความหมายและที่มาของความหมายของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน ผู้วิจัยสามารถตีความได้ 3 ความหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กัน ได้แก่ วัตถุประสงค์การใช้งาน ส่วนประกอบชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน และสิ่งสำคัญในการจัดตกแต่งชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน ส่วนกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน แบ่งได้ 3 ระยะ ได้แก่ แบบคลาสสิก แบบประณีตศิลป์ และแบบร่วมสมัย ปัจจัยที่ทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน ได้แก่ การศึกษา สังคม ประเพณีและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี
การศึกษาปริมาณการใช้เห็ดหูหนูเผือกในไส้กรอกรสกะเพรา
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสูตรพื้นฐานของไส้กรอกรสกะเพรา เพื่อศึกษาปริมาณที่เหมาะสมของเห็ดหูหนูเผือกในไส้กรอกรสกะเพรา เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ไส้กรอกรสกะเพราเสริมเห็ดหนูเผือก และเพื่อศึกษาการยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ไส้กรอกรสกะเพราเสริมเห็ดหนูเผือก ผลการวิจัยพบว่า สูตรพื้นฐานของไส้กรอกที่ได้รับการยอมรับมาเสริมรสกะเพราจำนวน 4 ระดับ คือ ร้อยละ 0 ร้อยละ 10 ร้อยละ 20 และร้อยละ 30 ของน้ำหนักเนื้อหมู พบว่าผู้ชิมให้การยอมรับในด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบโดยรวม ผู้ชิมให้การยอมรับที่ ร้อยละ 20 ของน้ำหนักเนื้อหมูทั้งหมด โดยมีคะแนนเฉลี่ยที่ 8.36 8.33 7.89 7.86 7.80 และ 8.15 ตามลำดับ อยู่ในระดับความชอบมาก การศึกษาปริมาณที่เหมาะสมในการผลิตไส้กรอกรสกะเพราเสริมเห็ดหูหนูเผือก จำนวน 4 สูตร คือ ร้อยละ0 ร้อยละ 10 ร้อยละ 20 และร้อยละ 30 ของน้ำหนักเนื้อหมูทั้งหมด พบว่าผู้ชิมให้การยอมรับในด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบโดยรวม ผู้ชิมให้การยอมรับคะแนนสูงสุดที่ ร้อยละ 20 ของน้ำหนักเนื้อหมูทั้งหมด โดยมีคะแนนเฉลี่ยที่ 8.49 8.29 8.19 8.38 8.38 และ 8.46 ตามลำดับ อยู่ในระดับความชอบมาก เมื่อนำผลิตภัณฑ์ไส้กรอกรสกะเพราสูตรพื้นฐาน และไส้กรอกรสกะเพราเสริมเห็ดหูหนูเผือกมาทดสอบคุณภาพทางเคมีและทางกายภาพ พบว่า การเสริมเห็ดหูหนูเผือกลงในไส้กรอก มีปริมาณความชื้น และปริมาณคาร์โบไฮเดรตเพิ่มขึ้น การศึกษาการยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ไส้กรอกรสกะเพราเสริมเห็ดหูหนูเผือก ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิง อายุของผู้ตอบ แบบสอบถามอยู่ในช่วง 21 – 30 ปี อาชีพของผู้ตอบแบบสอบถามคือ นักเรียน นักศึกษา รายได้ส่วนใหญ่จะอยู่ที่10,001 – 15,000 บาท ผู้บริโภคชอบคุณลักษณะของไส้กรอกรสกะเพราเสริมเห็ดหูหนูเผือก ในระดับชอบมากถึงชอบมากที่สุดและผู้บริโภคส่วนใหญ่ยอมรับไส้กรอกรสกะเพราเสริมเห็ดหูหนูเผือก ถ้าวางจำหน่ายผู้บริโภคส่วนใหญ่ซื้อ เพื่อเก็บไว้ทานเองรวมทั้งซื้อเป็นของฝาก ราคาผลิตภัณฑ์ไส้กรอกรสกะเพราเสริมเห็ดหูหนูเผือก ที่ผู้บริโภคยอมรับอยู่ที่ราคา 50 บาท
การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร บรรจุภัณฑ์ การตลาด ด้วยนวัตกรรมการจัดการภาพลักษณ์อาหารท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี
งานวิจัยเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุภัณฑ์การตลาดด้วยนวัตกรรมการจัดการภาพลักษณ์อาหารท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษานวัตกรรมการสร้างภาพลักษณ์อาหารท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน ของอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี 2) พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และ บรรจุภัณฑ์อาหารท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน และ 3) พัฒนานวัตกรรมการตลาด ตามแนวทางฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) โดยใช้การตลาดออนไลน์เป็นงานวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method Research) ระหว่างงานวิจัยเชิงคุณภาพ งานวิจัยเชิงทดลองในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ งานวิจัยเชิงปริมาณ ร่วมกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ผู้ให้ข้อมูล ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้นำท้องถิ่น ผู้ประกอบการ สมาชิกกลุ่มชุมชน 4 กลุ่ม และผู้บริโภคที่เข้าชมและซื้อผลิตภัณฑ์ของกลุ่มชุมชนเลือกใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ SWOT และการวิเคราะห์ TOWS Matrix ผลการวิจัยพบว่า อาหารท้องถิ่นในอำเภอหนองหญ้าปล้อง ส่วนใหญ่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนกันในชุมชน สำหรับการปรุงอาหารมีขั้นตอนการทำง่าย สามารถช่วยกัน ทำในครอบครัวได้ อาหารที่นิยมทำในชีวิตประจำวันประกอบด้วย อาหารคาวประเภท แกง ต้ม ผัด ทอด ยำ และเครื่องจิ้มประเภทน้ำพริก แจ่ว ที่นิยมจัดไว้ในสำรับ อ าหารโดยเฉพาะมื้อเย็นคลุกกินกับข้าว แนมกับผัก ปลา และอื่น ๆ เป็นการเพิ่มรสชาติให้อาหารได้ ภาพลักษณ์อาหารท้องถิ่นของอำเภอ หนองหญ้าปล้อง ได้มาจากความแตกต่างและหลากหลายจากกลุ่มชาติพันธุ์กระเหรี่ยง ซึ่งมีวัฒนธรรมการดำรงชิวิต และความเชื่อที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม และยังมีการสืบทอดหันมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีวัตถุดิบ วิธีการปรุง และการรับประทานที่แตกต่างกัน ผลการศึกษาอาหารท้องถิ่นเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ 1) กล้วย อบ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเยาวชนพัฒนาผลผลิตเกษตรบ้านห้วยสาริกา 2) มะม่วงกวนของวิสาหกิจชุมชนคนรักเกษตร 3) มะม่วงหาว มะนาวโห่เชื่อมของกลุ่มแม่บ้านหนองหญ้าปล้อง แปรรูปผลไม้และน้ำสมุนไพร สำหรับกลุ่มสัมมาชีพบ้านจะโปรงเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารชนิดใหม่ คือ ขนุนกรอบทรงเครื่อง โดยผลการทดลองกระบวนการผลิตขนุนทรงเครื่อง 3 วิธี พบว่า ผู้ทดสอบชิมให้การยอมรับวิธีที่ 1 (เครื่องปรุงผสมกับน้ำเชื่อมเคล้ากับส่วนผสมทอดทั้งหมด) มากที่สุด สำหรับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เป็นการออกแบบตราสัญลักษณ์ (โลโก้) และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์อาหาร 4 รายการ สำหรับผลประเมินความเหมาะสมของผู้บริโภคต่อตราสัญลักษณ์ และต้นแบบบรรจุภัณฑ์ ด้านข้อมูลผู้ตอบแบบประเมิน พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 59 อายุระหว่าง 51-60 ปี ร้อยละ 29 มีอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 37 อาศัยอยู่ในเขตอำเภอหนองหญ้าปล้อง ร้อยละ 79 ผลการประเมินต้นแบบบรรจุภัณฑ์ ด้านต้นแบบบรรจุภัณฑ์และสัญญาลักษณ์ (โลโก้) กล้วยม้วนอบ Organic มะม่วงซิ่ง และขนุนทรงเครื่อง JackFood มีความเหมาะสมในระดับมากทั้งในภาพรวม และรายด้าน ส่วนมะนาวโห่ Sweet & Sour รายด้านมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ผลการวิเคราะห์ SWOT พบว่า 1) จุดแข็ง ได้แก่ สมาชิกกลุ่มมีความเข้าใจและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการมุ่งมั่นทำงานเพื่อกลุ่ม มีภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทำอาหารซึ่งเป็น พื้นฐานที่ดีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้าง จุดขายได้ และ มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์โดยไม่ใช้วัตถุกันเสียซึ่งสอดคล้องกับกระแสความนิยมของ ผู้บริโภคในปัจจุบัน 2) จุดอ่อน ได้แก่ สมาชิกขาดความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ออกสู่ตลาด สมาชิกขาดความรู้และทักษะการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการตลาด ขาดแคลนวัตถุดิบบางฤดูกาล ส่งผลให้การแปรรูปขาดช่วง การใช้เทคโนโลยีชาวบ้านในการแปรรูปอาหารท าให้ผลิตภัณฑ์มีอายุ การเก็บสั้น ขาดรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละรายการ และมีช่องทางการจัดจำหน่ายน้อย 3) โอกาส ได้แก่ มีหน่วยงานการศึกษาให้การสนับสนุนความรู้ในการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการตลาด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุนงบประมาณ การจัดหาอุปกรณ์การแปรรูปอาหารหน่วยงานในพื้นที่ช่วยประชาสัมพันธ์ช่องทางการตลาดมีเทคโนโลยีใหม่จากการวิจัยของหน่วยงานการศึกษาที่ช่วยให้ยกระดับมาตรฐานการแปรรูป ผลิตภัณฑ์อาหาร และ ผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่นได้รับความนิยมจากผู้บริโภคควบคู่กับการท่องเที่ยว ทำให้สามารถขายได้อย่างสม่ำเสมอ และ 4) อุปสรรค ได้แก่ มีผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการทำไม่ซับซ้อน จึงเกิดการลอกเลียนแบบได้ง่าย เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคู่แข่งอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมากทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ตำบลหนองหญ้าปล้อง ผลิตภัณฑ์ยังไม่เป็นที่รู้จักของตลาดนอกพื้นที่ เนื่องจากยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภครับรู้เท่าที่ควร และขาดเครื่องมือและกระบวนการทำการตลาดออนไลน์ ผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix จากผลการวิเคราะห์ SWOT สรุปได้ว่า การพัฒนา นวัตกรรมการตลาดตามแนวทางฐานวิถีชีวิตใหม่ ( New Normal) โดยใช้การตลาดออนไลน์ ประกอบด้วย 7 กลยุทธ์ คือ 1) ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบท้องถิ่นตามหลักอาหารปลอดภัย 2) พัฒนาช่องทางการตลาดด้วยนวัตกรรมทางการตลาดออนไลน์ 3) เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม 4) จัดอบรมให้ความรู้และทักษะ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม 5) พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากวัตถุดิบท้องถิ่นฤดูกาลด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่เหมาะสม 6) วิเคราะห์ความต้องการของ กลุ่มเป้าหมายเพื่อพัฒนากลยุทธ์การผลิตให้สอดรับกับทิศทางของตลาดผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่นในปัจจุบัน และ 7) อบรมให้ความรู้และทักษะด้านการตลาดออนไลน์แก่สมาชิกชุมชน สุดท้ายในการประชุมกลุ่มกับสมาชิกชุมชนกลุ่มเป้าหมายแบบมีส่วนร่วม พบว่าสมาชิกให้ความเห็นและระบุสิ่งที่ต้องการพัฒนาเร่งด่วน 3 ลำดับ คือ 1) พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากวัตถุดิบท้องถิ่นฤดูกาลด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่เหมาะสม 2) จัดอบรมให้ความรู้และทักษะการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม และ 3) อบรมให้ความรู้และทักษะ ด้านการตลาดออนไลน์แก่สมาชิกชุมชนมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการตลาดตามแนวทางฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) โดยใช้การตลาดออนไลน์ งานวิจัยนี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านการจัดการเชิงนวัตกรรมด้านภาพลักษณ์อาหารท้องถิ่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และกลยุทธ์การตลาดในอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี