จำนวนงานวิจัย ( 261 )

การประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อเตรียมการจัดทำหลักสูตรครีเอทีฟอีเวนท์ดีไซน์ ดิจิตอลมีเดียโปรดักชันและนวัตกรรมการจัดประชุมนิทรรศการ อุตสาหกรรมไมซ์เพื่อการพัฒนายั่งยืน (สหวิทยาการ) คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มทร.พระนคร
การประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อเตรียมการจัดทำหลักสูตรครีเอทีฟอีเวนท์ดีไซน์ ดิจิตอลมีเดียโปรดักชันและนวัตกรรมการจัดประชุมนิทรรศการ อุตสาหกรรมไมซ์เพื่อการพัฒนายั่งยืน (สหวิทยาการ) คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มทร.พระนคร

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสารวจความต้องการจาเป็นหลักสูตรครีเอทีฟอีเวนท์ดีไซน์ดิจิตอล มีเดียโปรดักชัน และนวัตกรรมการจัดประชุมนิทรรศการอุตสาหกรรมไมซ์เพื่อการพัฒนายั่งยืน (สหวิทยาการ) คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มทร.พระนคร ในการศึกษาต่อของนักศึกษาด้านการสร้างสรรค์อีเวนท์ สื่อดิจิตอลคอนเทนต์ และการจัดการนวัตกรรมเพื่อการจัดนิทรรศการเพื่อตอบโจทย์การพัฒนายั่งยืนการวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จานวน 400 คน และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพโดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมไมซ์ จานวน 10 คน ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า เนื้อหาหลักสูตร (x ̅= 4.22, SD = 0.84) และความชอบและความสนใจส่วนตัว (x ̅ = 4.14, SD = 0.95) เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อมากที่สุดในระดับมาก ด้านความต้องการหลักสูตรโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅= 3.83, SD = 1.02) โดยกลุ่มตัวอย่างมีความต้องการสูงสุดในด้านการบริหารหลักสูตร (x ̅ = 3.97, SD = 0.03) และงบประมาณเพื่อการศึกษา (x ̅ = 3.97, SD = 0.01) เท่ากัน ในส่วนของโครงสร้างหลักสูตร ผู้เรียนมีความต้องการให้หลักสูตรเน้นด้านวิศวกรรมเป็นอันดับแรก (x ̅ = 3.82, SD = 0.99) รองลงมาคือ เน้นการตลาดและบริหารธุรกิจ (x ̅ = 3.79, SD = 1.02) นอกจากนี้ ความต้องการด้านงบประมาณ พบว่า ทุนการศึกษา เป็นสิ่งที่กลุ่มตัวอย่างต้องการมากที่สุด (x ̅= 4.21, SD = 0.91) สาหรับเวลาเรียน ส่วนใหญ่ต้องการให้จัดการศึกษาในเวลาราชการ (จันทร์-ศุกร์) ในระดับมาก (x ̅= 4.14, SD =0.91) และวิธีการคัดเลือกเข้าศึกษา กลุ่มตัวอย่างให้ความสาคัญมากที่สุดคือ การพิจารณาจากแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรม MICE มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหลักสูตรนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการประกอบอาชีพในอนาคต กลุ่มตัวอย่างมีความคาดหวังว่าหลักสูตรควรผลิตบัณฑิตที่พร้อมต่อการทางานได้ทันที และเน้นการบูรณาการองค์ความรู้หลากหลายด้าน ข้อเสนอแนะที่สำคัญที่สุดคือ ควรเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ หรือการจำลองสถานการณ์จริง รวมถึงการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากสายงานจริงมาถ่ายทอดความรู้ ทักษะสำคัญที่จำเป็นต่ออาชีพ MICE คือ ทักษะด้านภาษาและการสื่อสารการวางแผนและการจัดการ ความคิดสร้างสรรค์และดิจิทัล และทักษะการแก้ปัญหาและทำงานเป็นทีม

2567
ทัศนคติ และการรับรู้การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของบุคลากรคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ทัศนคติ และการรับรู้การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของบุคลากรคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัย เรื่อง ทัศนคติ และการรับรู้การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของบุคลากร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาทัศนคติต่อการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของบุคลากรคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร เพื่อศึกษาการรับรู้การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของบุคลากรคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อศึกษาทัศนคติที่ส่งผลต่อการรับรู้การใช้งานระบบ สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของบุคลากรคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ผลการศึกษา พบว่า ทัศนคติที่มีต่อการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของบุคลากร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระบบที่มีความปลอดภัยในการเก็บข้อมูล ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ทำให้การดูข้อมูลหนังสือรับ-ส่ง สะดวก รวดเร็วเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ด้านอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยเพิ่มมากขึ้น ทำให้ประหยัดทรัพยากรขององค์กร เช่น ประหยัดเวลา กำลังคน และกระดาษ ทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ในด้านของการรับรู้การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของบุคลากร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาใช้ปฏิบัติงานช่วยลดประมาณขยะและสร้างจิตสำนึกที่ดีในการรักษาสิ่งแวดล้อม ส่งหนังสือด้วยการแนบไฟล์ข้อมูลลงในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์สามารถนำส่งให้หน่วยงานปลายทางดำเนินการได้ทันที สามารถลดการสูญหายของหนังสือได้ ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็นลงได้ เช่น การเดินรับ – ส่งเอกสาร ลดความยุ่งยากและเพิ่มความโปร่งใสในการทำงาน

2567
วิเคราะห์ตัวละครในวรรณกรรมจีนสามก๊กที่ใช้ในการบริหารงานภายในองค์กร
วิเคราะห์ตัวละครในวรรณกรรมจีนสามก๊กที่ใช้ในการบริหารงานภายในองค์กร

งานวิจัยนี้มีเพื่อศึกษาหลักในการบริหารงานภายในองค์กรของวรรณกรรมสามก๊กภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อสังเคราะห์หลักในการบริหารงานภายในองค์กรของตัวละครวรรณกรรม เรื่อง สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน และเพื่อนำเสนอแนวทางการบริหารงานภายในองค์กรในสถานการณ์ปัจจุบันกับผู้บริหารในหน่วยงาน ผลการวิจัย พบว่า หลักในการบริหารงานภายในองค์กรของวรรณกรรมสามก๊ก ไม่ว่าจะเป็น โจโฉ ผู้นำของวุยก๊ก เล่าปี่ ผู้นำของจ๊กก๊ก ซุนกวน ผู้นำของง่อก๊ก หรือแม้กระทั่งขงเบ้ง กุนซือหรือที่ปรึกษาทางการปกครองของเล่าปี่ ตัวละครที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่าผู้นำทั้งสามก๊ก สามารถนำมาใช้บริหารงานและบริหารคนภายในองค์กร ได้โดยใช้หลักการของโจโฉ ในการไม่ถือยศถาบรรดาศักดิ์ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีน้ำใจไมตรี มีความเด็ดขาด มีความยุติธรรม ไม่เข้าข้างคนผิด ไม่คิดมุ่งร้าย ไม่สั่งงานโดยใช้อารมณ์ หากต้องการงานที่มีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมาย ควรใช้คนเก่งทุกคนในทุกรูปแบบ โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงว่าดีหรือไม่ อีกทั้งใช้ยังต้องใช้หลักการของเล่าปี่ ผู้ที่เป็นเหมือนนักการเมืองที่มีประสบการณ์โชกโชนในการบริหารงาน และบริหารคน ปกครองโดยใช้หลักคุณธรรมนิยม กระจายอำนาจ สร้างทีมงานที่มีคุณภาพ ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจลูกน้อง หรือผู้ใต้บังคับบัญชา อีกทั้งมีความฉลาดทางอารมณ์ ควบคุมอารมณ์เก่ง สามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ และค่อย ๆ สร้างบารมีด้วยคุณธรรม บริหารงานอย่างมีระบบ รวมถึงนำหลักการบริหารงาน และการบริหารคนของซุนกวน เน้นการบริหารทีมงานให้เกิดความสามัคคี วัดคนที่มีความสามารถ ส่งเสริมและพัฒนาลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชา และยังสามารถนำการบริหารงาน และการบริหารคนของขงเบ้งมาเลือกใช้คนให้เหมาะสมกับงาน ไม่ปกป้องคนผิด มีความยุติธรรม รักษาคำพูด และควรมีการมองการณ์ไกลและวางแผนอย่างรอบคอบ มีการให้รางวัลและการลงโทษอย่างชัดเจน โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ มีการกำหนดมาตรฐานการทำงานร่วมกันอย่างชัดเจน มีการติดตามตรวจสอบที่ดี มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน มีมาตรฐานเหมาะสม และหลักการสำคัญในการใช้คน คือ การใช้คนให้เหมาะสมกับงาน ใช้คนตามความสามารถ ซึ่งศิลปะการใช้คนนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง บางคนเก่งอีกด้านแต่ไม่เก่งอีกด้าน เราจึงต้องมีความจำเป็นที่จะต้องใช้คนให้เหมาะสมกับงาน ถึงจะเรียกได้ว่า ใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งพื้นฐานสำคัญของผู้บริหารในการเอาชนะใจผู้ใต้บังคับบัญชา คือ เวลาที่ผู้บริหารให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานก็จะได้ทำงานตามความสามารถตามความถนัด เมื่อคนเราได้ทำงานตามความสามารถ ตามความถนัด ผลงานย่อมจะออกมาดี เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชามีผลงานผู้บริหารจะตบรางวัล กล่าวชมเชย หรือจะมอบสิ่งของมีค่าแทนคำขอบคุณก็ย่อมจะทำได้ ทั้งยังทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีกำลังใจที่จะทำงานให้กับองค์กรอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเฉพาะผู้บริหารที่มีผู้ใต้บังคับบัญชาที่เก่งกว่า ผู้บริหารควรเปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้แสดงความสามารถได้เต็มที่ ไม่กีดกัน ไม่หวาดระแวง ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะเก่งกว่าเรา จะดีกว่าเรา จะเด่นกว่าเรา แต่ควรมองการณ์ไกล ใจกว้าง สร้างความเชื่อใจ และความไว้วางใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เชื่อมั่นในตัวผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บริหารควรจะต้องใช้คุณธรรม เมตตาธรรม มัดใจผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้งานที่ออกมามีประสิทธิภาพ องค์กรมีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้บริหารควรที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สรรเสริญยกย่องคนดีขึ้นมา เพื่อสร้างแบบอย่างที่ดีในองค์กรเพื่อให้ทุกคนมีต้นแบบที่ดีในการทำงาน

2567
การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานระบบบริหารลูกหนี้เงินยืมภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานระบบบริหารลูกหนี้เงินยืมภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาในการบริหารลูกหนี้เงินยืมทดรองราชการ และเสนอแนวทางการพัฒนาระบบบริหารลูกหนี้เงินยืมภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 164 คน ซึ่งเป็นบุคลากรของคณะฯ ที่เกี่ยวข้องกับการขอยืม การอนุมัติ หรือการควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินทดรองราชการ ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือการคืนเงินยืมล่าช้ากว่ากาหนด รองลงมาคือการไม่มีระบบติดตามลูกหนี้ที่ชัดเจนและความล่าช้าในการอนุมัติเงินยืมทดรองราชการ ซึ่งสะท้อนถึงข้อจากัดของระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งในด้านกระบวนการ บุคลากร และการขาดเครื่องมือสนับสนุนทางเทคโนโลยี นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างยังเสนอแนวทางการพัฒนาระบบที่น่าสนใจ ได้แก่ การจัดทำระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านอีเมล การจัดทำระบบฐานข้อมูลลูกหนี้แบบออนไลน์ การจัดทำคู่มือแนวปฏิบัติการยืม–คืนเงิน และการอบรมความรู้เกี่ยวกับระเบียบราชการแก่ผู้ยืม และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติจากผลการวิจัย ได้แก่ การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อติดตามสถานะลูกหนี้ การสร้างกลไกควบคุมที่โปร่งใส และการส่งเสริมวินัยทางการเงินของบุคลากรผ่านมาตรการจูงใจและการมีส่วนร่วม ทั้งนี้ผลการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบในการปรับปรุงระบบบริหารลูกหนี้เงินยืมของหน่วยงานอื่นภายในมหาวิทยาลัย หรือในระดับมหาวิทยาลัยอื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกันได้อย่างเป็นรูปธรรม

2567
การออกแบบต้นแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ
การออกแบบต้นแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวทางการออกแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ คอมพิวเตอร์ที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ และ 2) ออกแบบต้นแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 25 คน โดยการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ ต้นแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ โดยผู้วิจัยได้ทำการออกแบบและพัฒนาต้นแบบแอปพลิเคชันสำหรับดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุบนโทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟน ตามหลักการออกแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้และแบบประเมินความสามารถในการใช้งานต้นแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ผลการวิเคราะห์ความต้องการของผู้สูงอายุ พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านการมองเห็น ซึ่งทำให้มีผลต่อการออกแบบขนาดของตัวอักษร สีตัวอักษร รูปร่างของตัวอักษร การจัดวางและการแสดงรายละเอียดข้อมูลที่เป็นตัวอักษร ดังนั้นจึงได้ออกแบบขนาดของ ตัวอักษร สีตัวอักษร รูปร่างของตัวอักษร การจัดวางตัวอักษร ให้มีขนาดที่เป็นมาตรฐานที่ผู้สูงอายุจะสามารถมองเห็นได้อย่างง่ายและสะดวก ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่อต้นแบบ แอปพลิเคชันสำหรับการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุบนโทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟน พบว่าความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับ มาก ( X = 4.39) ผลการประเมินความสามารถในการใช้งานได้ของแอปพลิเคชันสำหรับการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุบนโทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟน พบว่า ความสามารถในการใช้งานได้ของระบบในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X =4.41)

2567