จำนวนงานวิจัย ( 253 )
โครงการศึกษาแนวทางการออกแบบศูนย์ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงอายุ ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) โดยจากข้อมูลการสำรวจประชากร พบว่าจำนวนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 6.8 ในปี พ.ศ. 2537 เป็นร้อยละ 20.0 ในปี พ.ศ. 2567 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรดังกล่าว และได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสถานภาพ บทบาท และกิจกรรมของผู้สูงอายุ การออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในการรองรับสังคมสูงวัย แนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) เป็นหลักการออกแบบที่คำนึงถึงความสะดวกและความสามารถในการเข้าถึงของผู้ใช้งานทุกกลุ่ม โดยการออกแบบนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย พื้นที่ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงอายุ เนื่องจากมีองค์ประกอบเชิงพื้นที่ที่เอื้อต่อการพัฒนา และการมีเครือข่ายทางสังคมที่เข้มแข็ง มีชมรมผู้สูงอายุตำบลบางงาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับประชากรกลุ่มนี้ โครงการศึกษาแนวทางการออกแบบศูนย์ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงอายุ ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและหาแนวทางในการออกแบบพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมภาวะที่เอื้อต่อการอยู่ในสังคมของผู้สูงอายุ ตลอดจนสุขภาวะจิตและกายของผู้สูงอายุ ที่มุ่งช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี และคุณภาพชีวิตที่ดีตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคนต่อไป ผลการศึกษานี้ได้นำเสนอต้นแบบสถาปัตยกรรมที่มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ตั้งที่มีข้อจำกัดด้านขนาดพื้นที่ โดยได้พัฒนาแนวทางการออกแบบที่ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของผู้สูงอายุ ควบคู่ไปกับการแก้ไขข้อจำกัดทางกายภาพของพื้นที่ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) ร่วมกับแนวคิดการประหยัดพลังงานและการใช้วัสดุท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์จากการออกแบบโดยใช้แนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบางงาม ได้นำต้นแบบดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงอาคารศูนย์ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงอายุต่อไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยกับการนำไปใช้ประโยชน์ในบริบทจริง
การบูรณาการเทคโนโลยีกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การสร้างสรรค์ถนนศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
การวิจัยเรื่องการบูรณาการเทคโนโลยีกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การสร้างสรรค์ถนนศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ถนนศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 2) เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ของถนนศิลปะ เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการต่อยอด สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยทำการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จำนวน 60 ชุด และการเก็บข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกลุ่มศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะถนน จำนวน 3 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ปัจจุบันผู้ใช้งานมีความพึงพอใจต่อศิลปะถนนที่มีในพื้นที่ ระดับปานกลาง และต้องการให้พื้นที่ตลาดน้ำอัมพวาและพื้นที่ใกล้เคียงหากมีภาพศิลปะถนน ศิลปินควรนำเสนอด้านศิลปวัฒนธรรมชุมชนของวิถีชีวิตชุมชน ระดับมากที่สุด และต้องการให้ศิลปะถนนเป็นแหล่งท่องเที่ยว ในระดับมากที่สุด จึงมีความสำคัญต่อการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมศิลปะวัฒนธรรมต่าง ๆ และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวตามแหล่งชุมชน ก่อให้เกิดอาชีพ รายได้เข้าสู่ชุมชนและประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
การบูรณาการนวัตกรรมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรม สำหรับส่งเสริมอาชีพและยกระดับรายได้ของกลุ่มผู้สูงอายุ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะในการพัฒนาผลิต ภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรมของกลุ่มผู้สูงอายุ 2) เพื่อสิ่งทอทางวัฒนธรรม ประเภทของที่ระลึกและประดับ ตกแต่งบ้าน ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์ 3) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากการพัฒนางานออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรม ด้วยนวัตกรรมทางด้านรูปแบบ สีสัน ลวดลาย วัสดุและด้านกระบวนการผลิต สำหรับส่งเสริมอาชีพและยกระดับรายได้ของกลุ่มผู้สูงอายุ โดยใช้เครื่องมือในงานวิจัยรูปแบบผสมผสาน ใช้วิธีดำเนินการวิจัย เป็นการศึกษาค้นคว้าข้อมูล การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มย่อยแบบสอบถาม โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ผล เพื่อกำหนดแนวคิดนำสู่กระบวนการออกแบบ การพัฒนา การสร้างและผลิตต้นแบบผลงาน และประเมินผลความพึงพอใจต่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และความพึงพอใจต่อรูปแบบใหม่ของผลิตภัณฑ์ จากกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนและนักท่องเที่ยวภายใน อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 50 คน ผลการวิจัย พบว่า อัตลักษณ์ท้องถิ่น คือ ผ้าขาวม้า มี 2 ลักษณะ ได้แก่ ผ้าขาวม้าลายตารางหมากรุกแบบดั้งเดิม และผ้าขาวม้าลายนํ้าไหล ที่นำมาพัฒนาต่อด้วยนวัตกรรมทางด้านรูปแบบ สีสัน ลวดลาย วัสดุและกระบวนการผลิตทางการออกแบบผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าขาวม้าบ้านหนองเครือบุญ ตำบลหนองนํ้าใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 13 ต้นแบบผลิตภัณฑ์ โดยภาพรวมของประเมินความพึงพอใจต่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ จากกลุ่มตัวอย่าง 20 คน โดยภาพรวมกิจกรรม อยู่ระดับความพึงพอใจที่ระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.32 และการประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบใหม่ของการบูรณาการนวัตกรรมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรม สำหรับส่งเสริมอาชีพและยกระดับรายได้ของกลุ่มผู้สูงอายุ จากกลุ่มตัวอย่าง 50 คน โดยภาพรวม อยู่ระดับความพึงพอใจที่ระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.20 ซึ่งพึ่งพอใจมากในการนำวัตถุดิบ คือ “ผ้าขาวม้า” มาสร้างสรรค์งานได้หลากหลาย สวยงามได้ดี
การบูรณาการท่องเที่ยวจากฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การยกระดับมูลค่าเพิ่มของ ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า OTOP นวัตวิถีจากการใช้นวัตกรรมใหม่
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อหาอัตลักษณ์ท้องถิ่นของพื้นที่การวิจัย 2) เพื่อสร้างและผลิตต้นแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า OTOP นวัตวิถี 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจต่อการพัฒนาและยกระดับมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า OTOP นวัตวิถี โดยใช้เครื่องมือในงานวิจัยรูปแบบผสมผสาน ใช้วิธีดำเนินการวิจัย เป็นการศึกษาค้นคว้าข้อมูล การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มย่อย แบบสอบถาม โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ผล เพื่อกำหนดแนวความคิดนำสู่กระบวนการออกแบบ การพัฒนา การสร้างและผลิตต้นแบบผลงาน และประเมินผลความพึงพอใจต่อรูปแบบใหม่ของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า OTOP นวัตวิถี จากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวภายในจังหวัดสระบุรี จำนวน 50 คน ผลการวิจัย พบว่า อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรีและพื้นที่วิจัย คือ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โคกหนองนาโมเดล “หอชาวนา โคกนาศัย” อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เป็นพื้นที่เกษตรกรรม คือ การทำนาข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ และมีการปลูกต้นมะม่วงมันหนองแซง ซึ่งถือที่เป็นสินค้าเกษตรตามสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดสระบุรี และมี “ฟางข้าว” เป็นวัสดุที่เหลือทิ้งจากการทำนา ดังนั้นชุมชนจึงต้องการให้นำฟางข้าวและใบมะม่วงมันหนองแซงมาใช้ประโยชน์ มาทำการสกัดสี ย้อมสีจากธรรมชาติแล้วสร้างลวดลายมัดย้อมลงบนผืนผ้า แล้วนำมาต่อยอดสู่กระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ อาทิ ชุดผลิตภัณฑ์บนโต๊ะรับประทานอาหาร ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก เพื่อใช้จำหน่ายและรับรองแขกผู้มาเยือนของการท่องเที่ยวจากฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่นของกลุ่ม และมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารและขนมจากอัตลักษณ์ท้องถิ่น ได้แก่ ข้าวผัดข้าวเจ๊กเชย, ขนมดอกจอก, ขนมข้าวแต๋น เป็นลักษณะของฉลากสติกเกอร์ ป้ายแขวนสินค้า และกล่องอาหารเบรก สำหรับการวางจำหน่ายแบบปลีก (รายหน่วย) เพื่อให้เกิดการยกระดับมูลค่าเพิ่มของสินค้า โดยภาพรวมของการประเมินผลต่อรูปแบบใหม่ของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า OTOP นวัตวิถี มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.08 โดยแยกเป็นรายด้านของการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีความพึงพอใจระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.12 และด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์มีความพึงพอใจระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.05
โครงการศึกษาแนวทางการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ตามอัตลักษณ์ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย
ชุมชนลาวเวียงตำบลม่วงงาม อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์การกวาดต้อนเชลยศึกจากเวียงจันทน์ในช่วงความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรสยามกับอาณาจักรล้านช้าง การอพยพเกิดขึ้นส่งผลให้ชาวลาวเวียงจำนวนมากตั้งถิ่นฐานในพื้นที่จังหวัดสระบุรี โดยเฉพาะที่ตำบลม่วงงาม ปัจจุบันชุมชนโคกนาศัย ในตำบลม่วงงามได้พัฒนาแนวทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่เน้นอัตลักษณ์วัฒนธรรมผ่านวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิมลาวเวียงนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์ตรง อาทิ การทำนาแบบดั้งเดิม การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ศักยภาพของชุมชนโคกนาศัยมิได้จำกัดอยู่ที่การท่องเที่ยว แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการธำรงและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม โครงการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์วิถีชีวิตชุมชน อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม รวมถึงรูปแบบพฤติกรรมการใช้พื้นที่ วิเคราะห์และสังเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย และเสนอแนะแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ชุมชนและส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นตามวิถีชาติพันธุ์ลาวเวียงและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ผลการศึกษานี้นำเสนอต้นแบบสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ โดยจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้มีประสิทธิภาพและรองรับกิจกรรมชุมชนอย่างหลากหลาย อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้รับการประยุกต์ผ่านลวดลาย "เฉลว" ในการออกแบบช่องเปิดอาคาร เพื่อสร้างเอกลักษณ์และส่งเสริมการรับรู้ด้านการเข้าถึงอาคาร การเลือกใช้วัสดุพื้นถิ่น เช่น ไม้จริงและไม้ไผ่ สอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและบริบทแวดล้อม ผลลัพธ์จากกระบวนการมีส่วนร่วมได้นำไปสู่การประยุกต์ใช้ต้นแบบในการปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้ของวิสาหกิจชุมชนโคกหนองนาโมเดลตำบลม่วงงาม การบูรณาการอัตลักษณ์ชุมชนและวัสดุพื้นถิ่นในการออกแบบ ไม่เพียงสะท้อนความเคารพต่อภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ยังส่งเสริมความยั่งยืนและการสืบทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมของชุมชนลาวเวียงในเชิงกายภาพ