จำนวนงานวิจัย ( 137 )
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป จังหวัดพิจิตร
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้วอำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร จากแบบสอบถามกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คน พร้อมข้อเสนอแนะ จากการทำวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรรณา การศึกษาข้อมูลการผลิตเสื่อกกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เฉพาะตัว ลวดลายบนเสื่อกกมักใช้ศิลปะเรขาคณิตที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความงดงาม สีสันที่ใช้มักเป็นสีธรรมชาติ เป็นงานหัตถกรรมที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนบึงนาราง แต่สถานการณ์ปัจจุบัน เสื่อกกบึงนารางเผชิญกับปัญหาหลายประการ เช่น วัตถุดิบในการทอลดลง คนรุ่นใหม่ไม่สนใจเรียนรู้เทคนิคการทอเสื่อกก จึงมีแนวทางการพัฒนาส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้เทคนิคการทอเสื่อกก พัฒนาการออกแบบลวดลายให้มีความทันสมัย และสนับสนุนการตลาดและช่องทางจำหน่าย
แนวทางการอนุรักษ์และการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนชาวประมง เพื่อส่งเสริมความสมดุลและยั่งยืนของทรัพยากรทาง ธรรมชาติ วิถีชีวิต และคุณค่าดั้งเดิมของท้องถิ่น
ชุมชนชาวประมงบ้านบางปู เป็นชุมชนชาวประมงขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลองบ้านบางปู ในเขตอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในปัจจุบันพบว่า มีจำนวนธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากมองในแง่ของเศรษฐกิจแล้วก็ นับได้ว่าเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เกิดการการสร้างงานและรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน แต่หากมองในแง่มุม ของการอนุรักษ์นั้นจะพบว่าการเกิดขึ้นของปรากฏการณ์ลักษณะนี้อาจจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ของสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียอัตลักษณ์และคุณค่าดั้งเดิมของท้องถิ่น ตลอดจนทรัพยากรทางธรรมชาติภายในพื้นที่ขึ้นในอนาคตได้ คณะผู้วิจัยจึงได้ จัดทำโครงการวิจัยนี้ขึ้นเพื่อเป็นการศึกษาถึงผลกระทบจากการท่องเที่ยวของชุมชนชาวประมงในประเทศไทย และเพื่อสร้างแนวทางในการอนุรักษ์และการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนชาวประมงที่มีความเหมาะสมกับทรัพยากรทางธรรมชาติ วิถีชีวิตและคุณค่าดั้งเดิมของท้องถิ่นที่จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการรองรับการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยอาศัยกระบวนการในการสกัดองค์ความรู้จากกรณีศึกษาของแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะเป็นชุมชนชาวประมงในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและเป็นไปตามหลักการเบื้องต้นของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนขององค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ แล้ว นำองค์ความรู้ที่ได้นั้นมาจัดระบบให้เป็นหมวดหมู่ และประยุกต์ใช้ในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งผลการดำเนินการวิจัยทำให้เกิดกระบวนการในการสร้างแนวทางของการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ผ่านปัจจัยด้านรูปแบบของกิจกรรมการท่องเที่ยว ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนการท่องเที่ยว และปัจจัยด้านการอนุรักษ์และการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 3 ปัจจัยดังกล่าวนั้นต้องทำงานสัมพันธ์กันภายใต้เงื่อนไขของการส่งเสริมกับศักยภาพที่มีอยู่เดิมของชุมชน
การพัฒนาศักยภาพไร่หมุนเวียนและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่ชุมชนการท่องเที่ยวไร้คาร์บอน เชิงวัฒนธรรมเพื่อยกระดับรายได้การท่องเที่ยวเมืองรอง ชุมชนบ้านท่ามะขาม ตลาด โอ๊ะป่อย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
งานวิจัยครั้งนี้มีโครงการย่อย 3 โครงการ คือโครงการสำรวจรูปแบบและพัฒนาผังกายภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อสร้างรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรม และแนวทางพัฒนารูปแบบที่พัก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์เรียนรู้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ชุมชน สะท้อน อัตลักษณ์ วัฒนธรรมและการยอมรับของชุมชนกะเหรี่ยง ในการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านรายได้และการกลับมาของนักท่องเที่ยวสู่การจัดการปัญหาเชิงพื้นที่และปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในชุมชน โครงการพัฒนา เทคนิคการผลิตและ รูปแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และช่องทางการจำหน่าย สร้างสรรค์สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมกะเหรี่ยง จากไม้ไผ่และวัสดุธรรมชาติในชุมชนรองรับความต้องการของตลาด Eco Product เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน บ้านท่ามะขาม ตลาดโอ๊ะป่อย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 3. โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการองค์ความรู้ สร้างสื่อใหม่ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายและการประชาสัมพันธ์ชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยว ไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรม ในการนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์พัฒนาพื้นที่ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้1. พัฒนาศักยภาพไร่หมุนเวียนและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ให้เกิดประโยชน์ สู่ การเป็นชุมชนการท่องเที่ยวไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรมเพื่อยกระดับรายได้การท่องเที่ยวเมืองรอง บน พื้นฐานของแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและ BCG Model ที่เน้นการพึ่งพาตนเองสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว ในการจัดการปัญหาเชิงพื้นที่และปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนชุมชนบ้านท่ามะขาม ตลาดโอ๊ะป่อย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 2. ส่งเสริมการสร้างทักษะใหม่ (Upskill)และพัฒนาทักษะเดิม (Reskill) ในการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยว การบริการและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สู่การพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ Eco Product ของชุมชน โดยใช้วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรมการออก 3. สร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 จากการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยว การบริการและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สู่รูปแบบการท่องเที่ยวไร้การท่องเที่ยวไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรมคาร์บอนเชิงวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ Eco Product ขอของชุมชนงชุมชน 4. ร้อยละของจังหวัดเมืองรองมีรายได้ของพื้นที่เป้าหมายเพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำเชิงวัฒนธรรม ที่ใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้เทคโนโลยีนวัตกรรม (ร้อยละ 100 ในปีพ.ศ.2570) การสำรวจรูปแบบและพัฒนาผังกายภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อสร้างรูปแบบกิจกรรมการ ท่องเที่ยวแบบไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรม และแนวทางพัฒนารูปแบบที่ พัก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์เรียนรู้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมและการยอมรับของชุมชนกะเหรี่ยง ในการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านรายได้และการกลับมาของนักท่องเที่ยวสู่การจัดการปัญหาเชิงพื้นที่และปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในชุมชน โดยการนำไม้ไผ่และวัสดุธรรมชาติมาใช้ในงานพัฒนาสถาปัตยกรรมในชุมชน เพราะเป็นวัสดุที่สามารถหาได้ง่าย และมีราคาถูก สามารถใช้งานได้หลากหลายประเภท จนไม้ไผ่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของชาวชนบท อีกทั้งสถาปัตยกรรมไม้ไผ่ยังเป็นสถาปัตยกรรมที่ใช้เป็นที่อยู่ที่อาศัยในอดีต ที่สะท้อนความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายสะท้อนอัตลักษณ์การประยุกต์ใช้วัสดุธรรมชาติในชุมชน เข้าใจในลักษณะของวัสดุและสภาพแวดล้อม โดยมีภูมิปัญญาการสร้างที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น มีออกแบบที่ตอบสนองประโยชน์ใช้สอยในทุกมิติ โดยมีการวิเคราะห์ผังพื้นที่อาคาร การจัดกการโซนนิ่ง การจัดการพื้นที่ใช้สอยใหม่ การจัดเส้นทางสัญจรการงาน การวิเคราะห์อาคารตัวอย่างที่ใช้ไม้ไผ่เป็นส่วนประกอบหลักทั้งในอดีตและสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ผลของการศึกษาและออกแบบ กระบวนการแนวคิดที่ใช้ลักษณะทางกายภาพของไผ่ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมโดยสะท้อนผ่านรูปทรงและการใช้งานอาคาร วิเคราะห์ลักษณะของโครงสร้าง พื้นผิวที่ห่อหุ้มอาคารและการเชื่อมต่อ ข้อต่อของโครงสร้าง ช่วยสร้างสถาปัตยกรรมไม้ไผ่ร่วมสมัยที่ผสานภูมิปัญญาของคนในอดีตให้มีการสืบสานต่อไปในอนาคตยังสะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมและการยอมรับของชุมชนกะเหรี่ยง ในด้านจัดการองค์ความรู้สร้างต้นแบบความร่วมมือระหว่างชุมชนกับภาครัฐในการแก้ปัญหาในการใช้ที่ดินทำกินให้เกิดประโยชน์และไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ต้นแบบรูปแบบการท่องเที่ยวแบบไร้คาร์บอนเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ชุมชนบ้านท่ามะขามและชุมชนใกล้เคียง ของตำบลตะนาวศรีและพัฒนารูปแบบการบริการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและยังสะท้อนอัตลักษณ์วิถีชุมชนกะเหรี่ยงตลอดจนสร้างช่องทางออนไลน์ในการเผยแพร่สินค้า ประชาสัมพันธ์ การจำหน่าย และบริการสู่ระดับประเทศและนานาประเทศ
พฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบพฤติกรรมการรู้สารสนเทศ เพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำของนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยศึกษาจากลักษณะการเดินทาง ลักษณะการพักค้างคืน วัตถุประสงค์ในการเดินทาง และกิจกรรมที่ทำระหว่างท่องเที่ยว กลุ่มตัวอย่างคือ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี ในพ.ศ. 2566 จำนวน 400 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบสะดวก (Convenience Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ F-test ผลการวิจัยพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำมากที่สุดคือ ความสามารถในการรวบรวมและการใช้สารสนเทศ รองลงมาคือความสามารถในการรู้ถึงความต้องการสารสนเทศ และความสามารถในการเข้าถึงสารสนเทศ นักท่องเที่ยวที่มีลักษณะการเดินทางแตกต่างกันมีพฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียวมีพฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำสูงกว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นกลุ่ม นักท่องเที่ยวที่มีลักษณะการค้างคืนแตกต่างกันมีพฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักท่องเที่ยวที่ไม่ค้างคืนมีพฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำสูงกว่านักท่องเที่ยวที่ค้างคืน นักท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์ในการเดินทางแตกต่างกันมีพฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์เพื่อท่องเที่ยว/พักผ่อนมีพฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำสูงกว่านักท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรับประทานอาหาร นักท่องเที่ยวที่ทำกิจกรรมระหว่างท่องเที่ยวแตกต่างกันมีพฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมที่ทำระหว่างท่องเที่ยวเพื่อท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และท่องเที่ยวธรรมชาติ เชิงนิเวศ เชิงอนุรักษ์มีพฤติกรรมการรู้สารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำสูงกว่านักท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม
โครงการศึกษาต้นแบบความสำเร็จของการจัดการท่องเที่ยวชุมชน ณ ชุมชนบ้านบางพลับ จังหวัดสมุทรสาคร
เสน่ห์ของการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นการนำเสนอเรื่องเล่าของวิถีชุมชน และแลกเปลี่ยนกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ระหว่างชุมชนและนักท่องเที่ยว และนับเป็นการท่องเที่ยวประเภทหนึ่งที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี รายงานวิจัยเรื่อง โครงการศึกษาต้นแบบความสำเร็จของการจัดการท่องเที่ยวชุมชน ณ ชุมชนบ้านบางพลับ จังหวัดสมุทรสงคราม มีวัตถุประสงค์หลักในด้านการศึกษาต้นแบบความสำเร็จของระบบกลไกการจัดการท่องเที่ยวชุมชนบ้าน บางพลับ และถอดบทเรียนต้นแบบความสำเร็จ ในรูปแบบของสื่อ e-book เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่ผู้สนใจ วิจัยนี้เป็นงานวิจัยคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยการเข้าสังเกตการณ์พื้นที่ชุมชนสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เกี่ยวข้องในชุมชน และประชุมกลุ่มย่อย กับผู้ให้ข้อมูลหลัก 15 ท่าน วิเคราะห์ผลโดยวิธีการแบบแก่นสาระ ผลการวิจัยพบว่า ความสำเร็จของการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านบางพลับ มีการจัดการตามองค์ประกอบการประเมินการท่องเที่ยวโดยชุมชนดังนี้ 1) ด้านการบริหารจัดการ ชุมชนมีการแบ่งหน้าที่และมีส่วนรวมในการบริหารการท่องเที่ยวชุมชนร่วมกันอย่างชัดเจน มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน 2) ด้านการจัดการเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตที่ดี ชุมชนมีการกระจายรายได้แก่ทุกครัวเรือนผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว และมีระบบจัดการเงินรายได้อย่างเท่าเทียม มีการพัฒนาศักยภาพคนในชุมชนเรื่องการตลาดการท่องเที่ยวและพัฒนาเครือข่ายชุมชนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจร่วมกัน 3) ด้านการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมชุมชน มีการสร้างความเข้มแข็งระหว่างเครือข่ายชุมชน และ องค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และมีการส่งเสริมการถ่ายทอดภูมิปัญญาชุมชนจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเข้มแข็ง 4) ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ชุมชนมี เน้นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบ มีกฏ ระเบียบการท่องเที่ยวในชุมชนและ 5) คุณภาพการบริการการท่องเที่ยวโดยชุมชน มีนโยบายการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยว และมีนักสื่อความหมายในชุมชน ที่พร้อมให้บริการท่องเที่ยว ข้อเสนอแนะจากกงานวิจัย