จำนวนงานวิจัย ( 261 )
การศึกษาและพัฒนาการออกแบบนวัตกรรมสภาพแวดล้อมภายใน-ภายนอกที่เป็นมิตรต่อ ผู้สูงอายุ ให้มีคุณภาพความปลอดภัยสอดคล้องกับทฤษฎีการออกแบบเพื่อคนทุกคน : Universal Design สำหรับรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต กรณีศึกษา: ชุมชนตำบลวัดเพลง อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาแนวทางการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ โดยอ้างอิงแนวคิดและมาตรฐานด้านการออกแบบที่ครอบคลุมพื้นที่ภายในและภายนอก สิ่งอำนวยความสะดวก ที่พักอาศัย ทางลาด และพื้นที่ใช้สอย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและความเหมาะสมต่อการใช้งานของผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ได้ดำเนินการสำรวจและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่มีอยู่เดิม เพื่อพัฒนาแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมต้นแบบที่ตอบสนองพฤติกรรมการใช้งานของผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตประจำวันผลการศึกษาพบว่าการออกแบบและปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ ตลอดจนต้นแบบสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ ได้รับระดับความพึงพอใจในระดับสูง โดยมีค่าเฉลี่ยรวม 4.21 ซึ่งสะท้อนถึงความเหมาะสมของการออกแบบต่อการใช้งานของผู้สูงอายุ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านความปลอดภัยและการเข้าถึงตามหลักการออกแบบเพื่อคนทุกคน (Universal Design) มีค่าเฉลี่ย 4.24 ด้านสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงความสวยงามและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพมี ค่าเฉลี่ย 4.19 และด้านความคุ้มค่าของการลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกมีค่าเฉลี่ย 4.21 ผลการวิจัย ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการออกแบบที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในชุมชนผ่านพื้นที่สาธารณะและกิจกรรมทางสังคม นอกจากนี้ ผลการศึกษาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการออกแบบที่สามารถ
โครงการศึกษาเพื่อออกแบบสวนสาธารณะและลานกีฬาชุมชนที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ: กรณีศึกษา สวนสาธารณะและลานกีฬาชุมชน ตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
ประชากรไทยมีแนวโน้มที่กำลังจะลดลง สาเหตุมาจากภาวะการเจริญพันธุ์ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าอัตราทดแทน ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจจะลดต่ำลงไปอีก อัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดลงส่งผลให้จำนวนเด็กเกิดใหม่ในประเทศไทยลดลงนับตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2513 เป็นต้นมา นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางอายุและเพศของประชากรซึ่งภาพปิรามิดประชากรในช่วงเวลาต่างๆ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน ทั้งนี้สัดส่วนประชากรวัยเด็กเริ่มลดลงในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เป็นผลทำให้จำนวนการเกิดแต่ละปีลดลงด้วย จากยุทธศาสตร์องค์การบริหารส่วนตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี มีโครงการก่อสร้างสวนสาธารณะและลานกีฬาชุมชน ตำบลบางงาม ดังนั้นผู้วิจัยจึงเห็นถึงโอกาสที่จะศึกษาถึงทางการออกแบบสวนสาธารณะและลานกีฬาชุมชนที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เพื่อประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการและสอดคล้องกับหลักการเกี่ยวกับผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับพื้นที่ใหม่เพื่อรองรับความต้องการของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไปตามบริบทสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1. ศึกษาและวิเคราะห์กายภาพสวนสาธารณะและลานกีฬาชุมชนที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ 2. ศึกษาพฤติกรรมและปัจจัยในการใช้งาน และ 3. เสนอแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงสวนสาธารณะและลานกีฬาชุมชนของชุมชนตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการศึกษาพบว่าบริบทพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางงามเป็นพื้นที่มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของชุมชนในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ แต่ยังขาดการจัดการพื้นที่ที่เป็นสัดส่วน และยังไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องการที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนทั้งมวล จึงมีแนวคิดการพัฒนาจากพื้นที่เดิม โดยเน้นการใช้งานเป็นหลักสำหรับทุกเพศทุกวัย มีการออกแบบพื้นที่เป็นสัดส่วนแต่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ ทั้งในส่วนของสนามกีฬา พื้นที่นั่งชมและพักคอย พื้นที่ออกกำลังกายและพื้นที่สนามเด็กเล่น ทั้งนี้มีการใช้ทางสัญจรสำหรับแบ่งพื้นที่แต่ละส่วน โดยมีข้อเสนอแนะคือ ควรมีการใช้วัสดุให้คงทนแข็งแรงตามมาตรฐานเหมาะสม เพิ่มเติมจุดบริการต่าง ๆ ที่เป็นสาธารณะเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ และการจัดทำแบบก่อสร้างและการประมาณราคาค่าก่อสร้าง ตามราคากลางที่สามารถนำไปเสนอเพื่อของบประมาณจากหน่วยงานอื่น ๆ ในการพัฒนาต่อไป
โครงการศึกษาเพื่อออกแบบภูมิทัศน์และเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับ ผู้สูงอายุและคนทั้งมวล: กรณีศึกษา โครงการโคกนาศัย ตำบลม่วงงาม อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี
แนวคิดเรื่อง ภูมิทัศน์วัฒนธรรม ถือเป็นเครื่องมือในการจัดการพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่ช่วยส่งเสริมให้แหล่งท่องเที่ยวมีภาพลักษณ์ที่ดี และยังคงความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของท้องถิ่น ศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา หอชาวนาโคกนาศัย ยังต้องการการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการพัฒนาเชิงอนุรักษ์เพื่อรองรับการท่องเที่ยว โดยใช้วิธีการจัดกิจกรรมสร้างแรงกระตุ้นให้ชาวชุมชนหันมาให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูชุมชนของตนให้ดีขึ้น และหาแนวทางเพื่อจัดทำแผนการพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพวิถีชีวิตในปัจจุบันเพื่อรองรับการท่องเที่ยว โดยใช้วิธีการมีส่วนร่วมมาพัฒนาภูมิทัศน์วัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์จังหวัดสระบุรี มีประเด็นที่สร้างสุขผู้สูงอายุ และประเด็นที่ยกระดับขีดความสามารถในการผลิตภาคเกษตร การค้า การท่องเที่ยวและบริการมูลค่าสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยโครงการมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษาสภาพทางกายภาพ ภูมิทัศน์และเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อศึกษาพฤติกรรมและปัจจัยในการใช้ออกแบบภูมิทัศน์เละเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเพื่อเสนอแนะแนวทางการออกแบบภูมิทัศน์และเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนทั้งมวล ผลการศึกษาแนวคิดการออกแบบจะมุ่งเน้นเส้นทางสัญจรรอบพื้นที่โดยใช้พื้นทางเดินรอบโครงการ ผ่านจุดต่าง ๆ ของพื้นที่ ในรูปแบบภูมิทัศน์วัฒนธรรม โดยทำให้เกิดการให้คุณค่าของวัฒธรรมเดิมของพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้การออกแบบดังกล่าว คำนึงถึงเรื่องการสัญจรและเหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนทั้งมวลด้วยเช่นกัน โดยมีข้อเสนอแนะ คือ ควรมีการประยุกต์ใช้วัสดุให้เหมาะสมโดยคงความมาตรฐานของการออกแบบแต่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของวัฒนธรรมไว้ด้วย เพื่อลดมลทัศน์ และส่งเสริมทัศนียภาพที่ดีในพื้นที่ และการจัดทำแบบก่อสร้างและการประมาณราคาค่าก่อสร้าง ตามราคากลางที่สามารถช่วยให้ผู้ที่สนใจนำไปนำเสนอเพื่อของบประมาณจากหน่วยงานอื่น ๆ ในการพัฒนาต่อไป
การบูรณาการเทคโนโลยีนวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยทรงดำเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
การบูรณาการเทคโนโลยีนวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยทรงดำเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อออกแบบนวัตกรรมด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยทรงดำส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 2) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการออกแบบนวัตกรรมด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยทรงดำส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เก็บรวบรวม ข้อมูลจากการสำรวจ สัมภาษณ์กลุ่มชุมชนไทยทรงดำ บ้านหัวเขาจีน จังหวัดราชบุรี เพื่อเก็บข้อมูลด้านการออกแบบเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพื่อสร้างช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนไทยทรงดำ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ (1) ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมไทยทรงดำ จำนวน 15 ท่าน (2) กลุ่มนักท่องเที่ยวคือกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 50 คน สุ่มแบบเจาะจงสถานที่ ณ ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ บ้านหัวเขาจีน จ.ราชบุรี ผลการศึกษาได้ทำการศึกษาและสังเคราะห์แนวคิดการบูรณาการเทคโนโลยีนวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ พบว่า การออกแบบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยการสร้างอัตลักษณ์ให้กับตัวผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ คือ 1. ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกที่มีความหมายแฝงไว้ด้วยอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยทรงดำ เป็นรูปแบบตุ๊กตาของที่ระลึก 2. ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ผ้าทอไทยทรงดำผสมผสานด้วยผ้าปักไทยทรงดำ เป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์หมอนอิง และ 3. ผลิตภัณฑ์จักสานวัฒนธรรมไทยทรงดำ แรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์บ้านไทยทรงดำผสมสานลายผ้าปัก รูปแบบที่แขวนตกแต่งผนัง ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทยทรงดำ คือ รูปแบบที่ 1 ตุ๊กตาของที่ระลึกแสดงอัตลักษณ์การแต่งกายวัฒนธรรมไทยทรงดำ มีระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 และชุมชนไทยทรงดำได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปผลิตเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชน จากผลการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมของกลุ่มไทยทรงดำ ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น การออกแบบผลิตภัณฑ์เน้นไปที่การสร้างสรรค์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว และสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถรักษาและเผยแพร่วัฒนธรรมของไทยทรงดำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
ศึกษาวัสดุท้องถิ่นและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ของที่ระลึก ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีกับวัฒนธรรม สำหรับรองรับสังคมผู้สูงวัย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล
การวิจัยนี้ มุ่งเน้น [1] เพื่อศึกษาวัสดุท้องถิ่นและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเชิงวัฒนธรรม ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน 2] เพื่อออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเชิงวัฒนธรรม จากวัสดุท้องถิ่นที่สะท้อนเรื่องราววัฒนธรรมเพื่อรองรับนวัตกรรมด้านสังคมสูงวัย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล โดยการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติแบบมีส่วนร่วมใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยสะท้อนความจริงสอดคล้องกับการปฏิบัติในบริบทของกรอบแนวคิด ร่วมเสนอแนวความคิดในการสร้างกระบวนองค์ความรู้ใหม่ เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่และการทำงาน ของชุมชน แบ่งกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาวิจัยออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1] แบบสอบถามเชิงลึก จากตัวแทนของชุมชนและนักวิชาการท้องถิ่น จำนวน 5 คน เพื่อสมบัติของวัสดุและหาปัจจัยในการออกแบบ 2] แบบสอบถามสำหรับการออกแบบ เก็บข้อมูลสำหรับการออกแบบร่างผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกแบบเจาะจง จำนวน 30 คน สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักออกแบบ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและนักการตลาดสำหรับพัฒนาแผนการตลาดระดับชุมชน และ 3] แบบประเมินความพึงพอใจ หลังจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกด้วยกลุ่มตัวอย่าง 385 คน เป็นประชากรกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุตั้งแต่ 20 - 60 ปี (กลุ่มวัยใกล้เกษียณ) นักท่องเที่ยวภายในพื้นที่และนอกพื้นที่ ผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบ โดยมีการสรุปผลดังนี้ 1. วัสดุท้องถิ่นและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเชิงวัฒนธรรม เพื่อรองรับนวัตกรรมด้านสังคมสูงวัย ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน 1] ทรัพยากรทางธรรมชาติอะไรที่โดดเด่นมากที่สุดในจังหวัดสตูลเป็นลำดับที่ 1 คือ ปาล์มน้ำมัน 2] วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่สามารถใช้ประโยชน์หลังจากการเก็บเกี่ยวแปรรูป และสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกได้เป็นลำดับ 1 ปาล์มน้ำมัน ลำดับ 2 ยางพารา และ 3 กล้วยน้ำว้า โดยเกิดวัสดุใหม่เป็นกระดาษเส้นใยพืชที่สามารถขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกได้ 2. อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นเป็นฐานสำหรับออกแบบของที่ระลึก พบว่าพืชเศรษฐกิจที่แปรรูปใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากปาล์มน้ำมัน ทางใบปาล์มน้ำมัน ใบยางทะลายปาล์ม และกาบกล้วยได้ ผ้าบาติก หนัง ด้วยวิธีการเย็บอย่างง่ายคิดเป็นร้อยละ 64.66 มีการออกแบบร่างและพัฒนาเป็นต้นแบบจำลอง 8 ต้นแบบ และต้นแบบจริง 4 ต้นแบบ โดยผลการประเมินผลการออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก และการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนของการออกแบบ และการประเมินรูปแบบความพึงพอใจของงานผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก มีระดับความพึงพอใจระดับมากที่ค่าเฉลี่ย X" 4.43 (SD = 0.01) [3] การประเมินวัฏจักรของต้นแบบจำลองผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก 1] การเลือกวัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย 2] การใช้วัสดุ 3] ใช้กระบวนการผลิตที่เหมาะสม 4] อายุการใช้งานที่เหมาะสม 5] ลักษณะการออกแบบผลิตต้นแบบงานผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก 6] ระบบการจัดการหลังหมดอายุการใช้งานที่เหมาะสม 7] ความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตใช้และจำหน่ายได้จริง ผลสรุปรวมมีระดับความพึงพอใจระดับมากที่ค่าเฉลี่ย X" 4.40 (SD = 0.81) มีการพัฒนาผลิตภัณฑFของที่ระลึกสำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนใช้เทคนิคภูมิปัญญาที่ชุมชนสามารถฝึกทักษะได้ เมื่อมีระบบการผลิต การจำหน่าย และบริการ เพื่อสร้างรายได้สู่ครัวเรือนและชุมชนแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่ “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์” ที่ใช้การสร้างสรรค์ทุนทางปัญญาที่เป็นปัจจัยพื้นฐานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน