จำนวนงานวิจัย ( 114 )
โครงการพัฒนาศักยภาพกรรมวิธีการผลิตสีธรรมชาติแบบครบวงจรเพื่องานอาหารและขนมไทยในระดับชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรลาดบัวขาว บ้านโป่ง ราชบุรีเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ศึกษาผลของอัตราส่วนน้ำปูนใสต่อน้ำ 4 ระดับ และระยะเวลาในการตกตะกอนแบบเย็น 3 ระดับ ในการสกัดสีเขียวต่อเคมีฟิสิกส์ของใบเตย การใช้น้ำปูนใสในการสกัดสีเขียวในใบเตยแบบสกัดเย็นเพิ่มสีเขียว a* ลดสีเหลือง b* และค่า pH และค่าคลอโรฟิลล์ a และ b (ระยะเวลาในการตกตะกอน 3 วัน) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (P≤0.05) ส่วนระยะเวลาในการตกตะกอนแบบเย็นเพิ่มขึ้น ในการสกัดสีเขียวจากใบเตย พบว่าสีเขียว a* เพิ่มขึ้นอยู่ที่ -7.11 ถึง-7.24 แต่ค่าสีเหลือง b* ลดลงอยู่ในช่วง 5.88-5.23 และค่าคลอโรฟิลล์ a และ b มีปริมาณสูงสุดอยู่ที่ 6.8–6.41และ 0.23-0.29 ตามลำดับ ผลจากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการดัดแปรทางเคมีฟิสิกส์โดยการใช้น้ำปูนใสทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของในการสกัดสีเขียวในใบเตย ผลการทดลองสีของสีสกัดแก่นฝางจะให้สีแดงเข้มสด ต่างจากสีสกัดบีทรูทจะให้สีแดงเข้มออกคล้ำ ส่วนสีสกัดว่านหอมแดงแห้งให้สีแดงมากกว่าแบบสด แต่สีว่านหอมแดงแห้งออกสีแดงคล้ำไปทางน้ำตาลแดง ซึ่งแบบสดให้สีแดงสว่างสูงสุดทางด้านค่าสี ความสว่าง (L*) ค่าสีแดง (a*) และค่าสีเหลือง (b*) ทั้ง 4 ชนิด มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p≤0.05) โดยค่าสีแดงของแก่นฝางสูงที่สุด รองมาบีทรูท ว่านหอมแดงแห้ง และว่านหอมแดงสดตามลำดับ สีสกัดบีทรูทเมื่อคืนรูปกับน้ำที่มีสภาวะจำลองของสารละลายกรดด่าง (1-14) มีการเปลี่ยนแปลง โดยสารละลายกรดด่างที่มีค่าความเป็นกรด กลาง และด่างอ่อนๆ สีสกัดบีทรูทยังมีสีโทนแดง ส่วนสารละลายที่มีความเป็นด่างที่มีค่าpH 10 สีเริ่มเปลี่ยนเป็นแดงอมม่วง พอสารละลายด่างที่มีค่าpH 11 สีเปลี่ยนเป็นสีม่วงอย่างชัดเจน เมื่อสารละลายด่างสูงขึ้นที่มีค่าpH 12 สีเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และสารละลายด่างเข้มข้นที่มีค่าpH 13-14 สีเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมเขียวอมเหลืองจากการศึกษาการนำสีโทนแดงไปใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร พบว่า สีสกัดบีทรูทเหมาะสมกับการทำเมนูอาหารประเภทซอสที่ใช้กระบวนการต้ม และเมนูอาหารประเภท ผลการทดลองการศึกษาปริมาณผงกาบมะพร้าวเผาเสริมในขนมลืมกลืน 3 ระดับ พบว่า ผู้ชิมให้การยอมรับที่ระดับ 7% ในด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ และความชอบโดยรวม โดยมีค่าเฉลี่ย 8.14 8.04 8.00 7.98 และ 8.08 ตามลำดับ อยู่ในระดับความชอบมาก และผู้ชิมให้การยอมรับที่ระดับ 5% ของน้ำหนักแป้งถั่วเขียว ในด้านเนื้อสัมผัส โดยมีค่าเฉลี่ย 8.04 อยู่ในระดับความชอบมาก เมื่อนำมาวิเคราะห์ความแปรปรวน และเปรียบเทียบความแตกต่างทางสถิติพบว่า คุณลักษณะในด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบโดยรวม ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เนื่องจากผงกาบมะพร้าวเผามีสีดำ และเสริมในขนมลืมกลืนในปริมาณที่ต่างกันน้อยมาก จึงทำให้ไม่มีผลอะไรกับขนมลืมกลืน ในขณะที่มีสีดำที่ได้จากผงกาบมะพร้าวเผา
การสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและกลุ่มแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมจังหวัดราชบุรี สู่การแข่งขันเชิงพานิชย์อย่างยั่งยืน
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและกลุ่มแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดราชบุรี เพื่อส่งเสริมการแข่งขันเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน โครงการมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ข้อ ได้แก่ (1) การสร้างระบบติดตาม รายงานข้อมูล และควบคุมกระบวนการเพาะปลูกมะพร้าวน้ำหอมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (IoT) (2) การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ดัดแปลงบรรยากาศ (MAP) เพื่อยืดอายุการเก็บรักษามะพร้าวน้ำหอมแบบปอกเปลือก และ (3) การสร้างนวัตกรรมทางการตลาดสำหรับมะพร้าวน้ำหอมและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวน้ำหอม ผลการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ข้อแรกพบว่า ระบบ IoT ที่พัฒนาขึ้นสามารถติดตามและควบคุมกระบวนการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านการจัดการน้ำและการควบคุมสภาพแวดล้อม ซึ่งช่วยลดการสูญเสียในกระบวนการเพาะปลูกลงได้ถึง 20% และเพิ่มผลผลิตได้ 15% เกษตรกรสามารถตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการเพาะปลูกผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย ส่งผลให้การเพาะปลูกมีความแม่นยำและประหยัดทรัพยากรมากขึ้น สำหรับวัตถุประสงค์ข้อที่สอง ผลการทดสอบบรรจุภัณฑ์ดัดแปลงบรรยากาศพบว่าสามารถยืดอายุการเก็บรักษามะพร้าวน้ำหอมแบบปอกเปลือกได้ถึง 3 เท่า หรือจาก 5 วัน เป็น 15 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบปกติ บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นช่วยรักษาความสดและคุณภาพของมะพร้าวน้ำหอมไว้ได้นานขึ้น ท้าให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจมากขึ้นในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และวัตถุประสงค์ข้อที่สาม โครงการได้พัฒนานวัตกรรมทางการตลาดใหม่ ๆ เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยและมีเอกลักษณ์ การใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ และการขยายช่องทางการจัดจ้าหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ การทดลองตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 25% ภายในช่วง 6 เดือนแรกหลังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอมของกลุ่มเกษตรกรมีศักยภาพในการแข่งขันเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืนผลสรุปของโครงการวิจัยนี้ได้แสดงให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยี IoT บรรจุภัณฑ์ดัดแปลงบรรยากาศ และนวัตกรรมทางการตลาดสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ยั่งยืนในระยะยาว
การสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและแปรรูปกล้วยของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านบางตาโฉม จังหวัดสิงห์บุรี สู่การแข่งขันเชิงพานิชย์อย่างยั่งยืน
โรคแอนแทรคโนสในกล้วยมีสาเหตุมาจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioidese สามารถระบาดและทำความเสียหายต่อกล้วยได้ทุกระยะโดยเฉพาะระยะหลังการเก็บเกี่ยว งานวิจัยนี้มีวัตุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการสกัดสารสำคัญจากกระเทียมเพื่อยับยั้งโรคแอนแทรคโนสในกล้วย เพื่อศึกษาความเข้มข้นของสารสำคัญที่เหมาะสมต่อการยับยั้งโรคแอนแทรคโนสในกล้วย และเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้ลงสู่เกษตรกรและกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านบางตาโฉม จังหวัดสิงห์บุรี จาการศึกษาพบว่าเมื่อใช้สารละลายเอทานอล 95% ต่อการสกัด ผงกระเทียม 250 กรัม ได้เปอร์เซ็นต์สารสกัดกระเทียมที่ 1.25 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นนำสารสกัดที่ได้ไปศึกษาความเข้มข้นที่เหมาะสมต่อการยับยั้งเชื้อ C. gloeosporioidese บนอาหารแข็ง PDA พบว่าที่ความเข้มข้น 40 และ 80 ppm สารสกัดกระเทียมสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราบนอาหาร PDA เมื่อบ่มจานเพาะเชื้อที่มีเชื้อราอุณหภูมิ 30 °C เป็นเวลา 5 วัน ได้โดยสามารถยับยั้งการเติบโตของเชื้อราอยู่ที่ 11.21 และ 11.59 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ อย่างไรก็ตามสารสกัดทั้ง 2 ความเข้มข้น ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติจึงเลือกความเข้มข้นที่ 40 ppm เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อราของสารสกัดกระเทียมในกล้วย โดยแช่ผลกล้วยในน้ำกลั่น (ชุดควบคุม) และแช่ในสารสกัด ร่วมกับการวางเชื้อราเป็นเวลา 7 วัน พบว่ากล้วยที่จุ่มด้วยสารสกัดกระเทียมมีค่าเฉลี่ยเส้นผ่านศูนย์กลางรอยโรคที่ 8.10 มิลลิเมตร ซึ่งน้อยกว่าชุดควบคุมที่มีค่า 10.57 มิลลิเมตร และทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดต่อการต้านทานการเกิดโรคตามธรรมชาติของกล้วย พบว่าสารสกัดกระเทียมมีผลลดการเกิดโรคตามธรรมชาติเมื่อเปรียบเทียบกับกล้วยที่ไม่แช่และกล้วยที่แช่ด้วยน้ำกลั่นโดยมีการเปลี่ยนแปลงของสีเปลือกน้อยกว่าและมีอัตราการสุกช้ากว่าชุดควบคุม โครงการวิจัยเรื่อง บรรจุภัณฑ์ดัดแปลงบรรยากาศเพื่อยืดอายุการเก็บรักษากล้วยสุกเพื่อกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านบางตาโฉมจังหวัดสิงห์บุรีสู่การแข่งขันเชิงพานิชย์อย่างยั่งยืน ทำการทดลองโดยนำกล้วยหอมตัดพร้อมเปลือกบรรจุในภาชนะที่มีการปรับอากาศ 3 สภาวะ คือ 1) สภาวะบรรยากาศปกติ 2) สภาวะ MAP โดยใช้แก๊สผสม CO2 20% และ N2 80% และ 3) สภาวะ MAP โดยใช้แก๊สผสม CO2 60% และ N2 40% ตามลำดับ ตัวอย่างเก็บที่อุณหภูมิ 14 ± 2 องศาเซลเซียส โดยทำการสุ่มตัวอย่างทุกสัปดาห์ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ โดยสุ่มสภาวะละ 6 ซ้ำซ้ำละ 4 ผล แล้วนำมาทดสอบคุณภาพทางเคมี ทางกายภาพ ทางจุลินทรีย์ และทางประสาทสัมผัส พบว่า กล้วยหอมตัดพร้อมเปลือกแล้วบรรจุในภาชนะที่มีการปรับอากาศสภาวะ MAP โดยใช้แก๊สผสม CO2 60% และ N2 40% เป็นสภาวะที่เหมาะที่สุด เนื่องจากผู้ทดสอบให้คะแนนความชอบคะแนน เฉลี่ยสูงสุดในทุกด้าน (p < 0.05) และมีความปลอดภัยในการบริโภค โครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากส่วนเหลือทิ้งในการปลูกและแปรรูป กล้วยของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านบางตาโฉม จังหวัดสิงห์บุรี สู่การแข่งขันเชิงพานิชย์อย่างยั่งยืน ได้ศึกษาการนำกาบมะพร้าวมาทำปลอกรักษาอุณหภูมิสำหรับเครื่องดื่ม โดยศึกษาคุณสมบัติทาง กายภาพ และทางเคมีของกาบกล้วย และกาบกล้วยอบแห้ง พบว่า มีค่าปริมาณน้ำอิสระ (aw) ไม่เกิน 0.6 และมีค่าปริมาณความชื้น, ค่าปริมาณเส้นใยหยาบ, และค่าปริมาณเถ้า มีความแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ (p≤0.05) และได้ศึกษารูปแบบของกาบกล้วยที่เหมาะสมในการทำปลอกรักษา อุณหภูมิเครื่องดื่ม พบว่า แบบหนาเหมาะสำหรับปลอกรักษาอุณหภูมิแบบหุ้มด้วยหนัง ทั้งแบบ เปเปอร์มาเช่และแบบหนามีการรักษาอุณหภูมิของเครื่องดื่มได้ดีใกล้เคียงกัน ปลอกรักษาอุณหภูมิ แบบเปเปอร์มาเช่ และกาบกล้วยแบบหนาเหมาะสำหรับปลอกรักษาอุณหภูมิแบบหุ้มด้วยหนังเพราะ ความหนาสามารถรักษาอุณหภูมิได้ดีมากขั้น อีกทั้งยังช่วยขึ้นรูปได้ง่าย ดังนั้นด้านความพึงพอใจผู้ ทดสอบให้การยอมรับมากที่สุดผู้ บริโภคมีความพึงพอใจผลดีต่อการรักษาอุณหภูมิของปลอกแก้ว รักษาอุณหภูมิอยู่ในระดับชอบมาก ผลการศึกษาการยอมรับของผู้บริโภค (Consumer test) พบว่า ผู้บริโภคจำนวน 100 คน ให้การยอมรับผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 100 หากมีผลิตภัณฑ์ปลอกรักษาอุณหภูมิ แบบหุ้มด้วย และหนังปลอกรักษาอุณหภูมิแบบเปเปอร์มาเช่กาบกล้วยแบบหนาเหมาะสำหรับ วาง จำหน่าย คาดว่าจะซื้อ ร้อยละ 89 ได้คะแนนความชอบอยู่ในระดับที่ชอบมาก
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป จังหวัดพิจิตร
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้วอำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร จากแบบสอบถามกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คน พร้อมข้อเสนอแนะ จากการทำวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรรณา การศึกษาข้อมูลการผลิตเสื่อกกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เฉพาะตัว ลวดลายบนเสื่อกกมักใช้ศิลปะเรขาคณิตที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความงดงาม สีสันที่ใช้มักเป็นสีธรรมชาติ เป็นงานหัตถกรรมที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนบึงนาราง แต่สถานการณ์ปัจจุบัน เสื่อกกบึงนารางเผชิญกับปัญหาหลายประการ เช่น วัตถุดิบในการทอลดลง คนรุ่นใหม่ไม่สนใจเรียนรู้เทคนิคการทอเสื่อกก จึงมีแนวทางการพัฒนาส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้เทคนิคการทอเสื่อกก พัฒนาการออกแบบลวดลายให้มีความทันสมัย และสนับสนุนการตลาดและช่องทางจำหน่าย
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงสังขยาใบเตยกึ่งสำเร็จเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงสังขยาใบเตยกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลทรายในการผลิตผลิตภัณฑ์ผงสังขยาใบเตยกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ศึกษานมผงทดแทนส่วนผสมของไขมันในการผลิตผลิตภัณฑ์ผงสังขยาใบเตยกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ และศึกษาปริมาณคอลลาเจนที่เหมาะสมในการผลิตผลิตภัณฑ์ผงสังขยาใบเตยกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพสำหรับผูู้สูงอายุ โดยเริ่มจากการศึกษาสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลทรายในการผลิตผลิตภัณฑ์ พบว่า หญ้าหวาน:ซูคราโลส ในระดับที่ 50:50% ผู้ทดสอบชิมให้คะแนนความชอบระดับมากที่สุดในระดับชอบปานกลาง โดยมีคPาpH อยู่ที่ 7.11.0.12 และมีค่าTSS อยู่ที่ 31.00.0.00 oBrix จากการศึกษานมผงทดแทนส่วนผสมของไขมันในการผลิตผลิตภัณฑ์ผงสังขยาใบเตยกึ่งสำเร็จรูป โดยสามารถทดแทนนมผงได้ทั้งหมด 100% ซึ่งจากการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสมีคะแนนความชอบอยู่ในระดับชอบปานกลาง และมีการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของค่า pH อยู่ที่ 7.52.0.02 และมีค่าTSS อยู่ที่28.00.0.01oBrix จากนั้นศึกษาปริมาณคอลลาเจน พบว่า ปริมาณคอลลาเจนที่ 30% เหมาะสมที่สุดต่อการผลิตผงสังขยาใบเตยกึ่งสำเร็จรูป โดยมีการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของค่า pH อยูPที่ 7.44.0.08 และมีค่าTSS อยู่ที่ 32.00.0.01oBrix และทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงระหว่างการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ผง สังขยาใบเตยกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ พบว่า จากการสุ่มตรวจทุก 2 สัปดาห์ เป็นนเวลา16 สัปดาห์มีการเปลี่ยนแปลงของค่า aw และค่าความชื้น ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นผันแปรกับระยะเวลาการเก็บรักษาที่นานขึ้นตามลำดับ ตลอด 16 สัปดาห์ผลิตภัณฑ์มีค่า aw อยู่ในช่วง 0.31-0.40 และค่าความชื้น อยู่ในช่วง 5.30-7.22% โดยเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน 765/2548 ใบเตยผงสำเร็จรูป กำหนดคุณลักษณะที่ต้องการ aw ต้องไม่เกิน 0.5 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน 1529/2562 น้ำนมข้าวโพดผงสำเร็จรูป กำหนดคุณลักษณะที่ต้องการ aw ต้องไม่เกิน 0.6 ซึ่งผลิตภัณฑ์ผงสังขยาใบเตยกึ่งสำเร็จรูปมีค่าaw ไม่เกินมาตรฐานกำหนด ดังนั้นจากการสุ่มตรวจวิเคราะห์คุณภาพการเปลี่ยนแปลงระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องของผงสังขยาใบเตยกึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยังสามารถเก็บรักษาได้นานกว่า 16 สัปดาห์เนื่องจากยังมีค่า aw ไม่เกินมาตรฐานกำหนด