จำนวนงานวิจัย ( 114 )

การพัฒนาคู่มือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี
การพัฒนาคู่มือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาคู่มือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สำหรับสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจและประสิทธิภาพที่มีต่อการใช้คู่มือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สำหรับสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี กลุ่มประชากร คือผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ชุมชนย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 30 คน โดยไม่แยกเพศอายุและระดับการศึกษา โดยวิธีเลือกแบบสุ่มโดยสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบความพึงพอใจที่มีต่อคู่มือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับผู้ประกอบการ ประกอบด้วยการประเมิน 2 ด้าน คือ ด้านรูปเล่ม ด้านเนื้อหา ใช้มาตรวัดระดับความพึงพอใจตามแบบวิธีลิเคอร์ทสเกล (Likert Scale) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t-test โดยใช้โปรแกรม SPSS/PC ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับที่พักอาศัย ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกและด้านวัฒนธรรมตามดำดับ โดยมีภูมิหลังการศึกษาในระดับปริญญาตรีและประกาศนียบัตร และมีประเมินทักษะภาษาอังกฤษด้านการฟังและพูดของตนเองได้ระดับที่ดี ตามด้วยทักษะด้านการอ่านและการเขียน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ความคิดเห็นที่มีต่อคู่มือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.47) เนื้อหาของคู่มืออ่านเข้าใจง่าย มีค่าเฉลี่ย 4.60 และเนื้อหาตรงต่อความต้องการและมีความทันสมัย มีค่าเฉลี่ย 4.55 ตามลำดับ ขณะความคิดเห็นที่มีต่อความคิดเห็นที่มีต่อคู่มือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้านประโยชน์การนำไปใช้อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.28) นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามยังให้ความคิดเห็นควรมีเนื้อหาในรูปแบบ QR Code ที่สามารถสแกนฟังเสียงคำศัพท์และรูปประโยค เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจในการออกเสียงและการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการให้บริการ

2566
การยกระดับจังหวัดกาญจนบุรีสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ
การยกระดับจังหวัดกาญจนบุรีสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

การวิจัยเรื่อง การยกระดับจังหวัดกาญจนบุรีสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำของจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ”กาญจนบุรี: เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” และเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีไปสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ การวิจัยนี้เป็นแบบปริมาณ การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบคุณภาพ ผู้วิจัยได้กำหนดกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ และกลุ่มผู้บริหารระดับสูงภาครัฐที่มีความเกี่ยวเนื่องในระดับการกำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว ผลการวิจัย พบข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีไปสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ 4 แนวทางคือ 1) แนวทางการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมแบบคาร์บอนต่ำ 2) แนวทางการสร้างความรู้ทางการเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง 3) แนวทางการกำหนดมาตรการด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ 4) แนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ “กาญจนบุรี: เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ”

2566
ความต้องการ สภาพ และปัญหาการจัดกิจกรรมของนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ความต้องการ สภาพ และปัญหาการจัดกิจกรรมของนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัยเรื่องความต้องการ สภาพและปัญหาการจัดกิจกรรมของนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อศึกษาความต้องการในการเข้าร่วมกิจกรรม สภาพการจัดกิจกรรมนักศึกษา และปัญหาการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครชั้นปี่ที่ 1- 4 ทั้ง 9 คณะ ปีการศึกษา 2566 โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล กำหนดกลุ่มตัวอย่างมี 400 คน ในการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบผสมผสาน (Mixed Sampling) คือการเลือกตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็น (Probability Sampling) และไม่ใช้ความน่าจะเป็น(Non-Probability Sampling) ซึ่งสามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ ผลการวิจัยลักษณะประชากรพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง และเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 มากที่สุด ในส่วนของความต้องการการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 พบว่าด้านกิจกรรมบังคับแกน และ ด้านกิจกรรมพัฒนานักศึกษาสู่บัณฑิตพึงประสงค์ อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนความต้องการด้านรูปแบบการจัดกิจกรรมหลังยุคโควิด-19 อยู่ในระดับมาก นักศึกษาส่วนมากมีความต้องการกิจกรรมพัฒนานักศึกษาสู่การเป็นบัณฑิตพึงประสงค์ด้วยตนเองอย่างอิสระแบบออนไลน์ สภาพการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลัง โควิด-19 ภาพรวมอยู่ในระดับมาก และปัญหาการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 อยู่ในระดับมาก โดยพบว่าการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมนักศึกษาเป็นปัญหามากที่สุด การทดสอบสมมติฐานพบว่าลักษณะทางประชากรของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร ไม่มีความสัมพันธ์กับความต้องการการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 สภาพของการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19 และปัญหาการจัดกิจกรรมนักศึกษาในยุคหลังโควิด-19

2566
บทบาทของบทวิพากษ์วิจารณ์จากลูกค้าบนสื่อสังคมต่อการสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย: เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่
บทบาทของบทวิพากษ์วิจารณ์จากลูกค้าบนสื่อสังคมต่อการสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย: เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

งานวิจัยนี้มุ่งเน้นเพื่อจะหาขัดมูลสำหรับการพื้นฟูการท่องเที่ยวในประทศไทยภายหลังสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากประเทศไทยมีรายได้หลักส่วนหนึ่งจากการท่องเที่ยว การปิดประเทศเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดทำให้ประเทศขาดรายได้เป็นจำนวนมหาศาล และส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว การทำแผนฟื้นฟูควรต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลความเป็นจริงและมีการวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำ นักวิจัยจึงมีความติดที่จะนำข้อมูลที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวมาวิเคราะห์ให้เห็นภาพจุดแข็งและข้อจำกัดของการท่องเที่ยวในประเทศไทยผ่านมุมมองของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยข้อมูลนี้ถูกนำมาจากบทวิพากษ์วิจารณ์ของนักท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมซึ่งมีข้อดีคือ เป็นข้อมูลเปิด (open-source data),ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และมีจำนวนที่มากพอที่จะทำให้ผลของการวิเคราะห์ข้อมูลได้สะท้อนความเป็นจริงเกี่ยวกับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวในแง่มุมต่าง ๆ ในแง่ของเทศนิดที่ใช้เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล งาบวิจัยนี้ใช้ Retrievel - Augmented Generation (RAG) เพื่อเพิ่มความสามารถของแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (Large Lanquage Models: LLMs) โดย RAG นี้สร้างขึ้นจาก Llama2 ซึ่งเป็น LLM ที่พัฒนาโดย Meta AI และข้อมูลมูลที่นำมาวิเคราะห์นี้มาจากบทวิพากษ์วิจารณ์ของนักท่องเที่ยวบน TripAdvisor ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยว งานวิจัยนี้จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ RAG ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่า LLMS ได้แก่ ChatGPT, Perplexity, Gemini และ Copilot ในแง่ของการให้ผลการวิเคราะห์เป็นข้อมูลเชิงลึกที่ LLMs ดังกล่าวไม่เคยวิเคราะห์ได้มาก่อน ท้ายที่สุด งานวิจัยนี้ใช้ผลลัพธ์จาก RAG มาใช้เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาการท่องเที่ยวรวมถึงได้แนะนำแนวทางการปฏิบัติที่ใช้ในแต่ละสถานที่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไป

2566
การยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวน้ำหอม กรณีศึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะพร้าวน้ำหอมบ้านตาคลองตาปลั่ง อ. บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
การยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวน้ำหอม กรณีศึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะพร้าวน้ำหอมบ้านตาคลองตาปลั่ง อ. บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

อายุการเก็บรักษาของมะพร้าวควั่นปอกเปลือก (Trimmed coconut) ที่ปอกเปลือกมักจะยืดออกด้วยการใช้สารต่อต้านการเกิดสีน้ำตาล เช่น กรดหรือคลอรีน อย่างไรก็ตามการใช้สารดังกล่าวถูกจำกัดสำหรับสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสด วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาของมะพร้าวออร์แกนิกที่ปอกเปลือกโดยใช้กรดซิตริก (CA), โซเดียมคลอไรด์ (NaCl) และกรดเปอร์ออกซีอะซิติก (PAA) มะพร้าวปอกเปลือกถูกแช่ใน CA (10% และ 20%), NaCl (10% และ 20%) และ PAA (80 ppm) เป็นเวลา 5 นาทีก่อนบรรจุ ทุกตัวอย่างถูกเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่แช่ในสารยับการเกิดสีน้ำตาล ในช่วง 15 วันของการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 5°C คุณภาพของมะพร้าวที่ผ่านการบำบัดรวมถึงคุณภาพทางสายตา ค่าสี (L*, a*, b*) และปริมาณเชื่อจุลินทรีย์รวม (TPC) บนพื้นผิวของตัวอย่างถูกประเมิน คุณภาพทางเคมี (ความเป็นกรดที่สามารถไทเทรตได้ (TA), pH และของแข็งที่ละลายทั้งหมด) ของน้ำมะพร้าวก็ถูกตรวจสอบเช่นกัน ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่ามะพร้าวที่ผ่านการบำบัดด้วยสารละลาย CA 20% และ NaCl 20% เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาคุณภาพทางสายตาและสี รวมทั้งควบคุมการเติบโตของจุลินทรีย์ (P<0.05) นอกจากนี้การแช่มะพร้าวในสารละลาย PAA ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในเพลทที่ใช้ออกซิเจนได้สูงสุดเพียง 6 วันของการเก็บรักษาและทำให้เกิดสีเหลืองหลังจากการแช่ทันที ดังนั้น CA 20% และ NaCl 20% อาจเป็นทางเลือกในการบำบัดด้วยสารเคมีเพื่อควบคุมการเสื่อมสภาพหลังการเก็บเกี่ยวของมะพร้าวควั่นปอกเปลือก มะพร้าวเจียรไร้เปลือก (Polished coconut) เป็นผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่มีสัดส่วนทางการตลาดสูง แต่เน่าเสียได้ง่ายที่เกิดจากจุลินทรีย์และการเกิดสีน้ำตาลที่เปลือกในระหว่างด้านเนินการกระจายแบบแช่เย็น มะพร้าวเจียรไร้เปลือกถูกจุ่มในสารละลายเกลือ/กรด (SA; โซเดียมคลอไรด์ 10% และกรดซิตริก 10%) และเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 2 °C เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ในสภาพบรรยากาศควบคุม (CA) ที่แตกต่างกันสามแบบ โดยมีสภาพบรรยากาศปกติเป็นการควบคุม คุณภาพทางกายภาพ เคมี และจุลชีววิทยามะพร้าวเจียรไร้เปลือกถูกตรวจสอบ โดยมะพร้าวเจียรไร้เปลือกที่ผ่านการแช่สารละลาย SA+CA ร่วมกับสภาพบรรยากาศควบคุม 5% O2 + 7.5% CO2 แสดงให้เห็นว่าค่าดัชนีการเกิดสีน้ำตาลต่ำสุดที่ 29.13 ความเป็นกรดทั้งหมดไทเทรตได้ ปริมาณของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด และค่าความเป็นกรด-ด่าง อยู่ในช่วง 0.026–0.071%, 6.86–8.96 °Brix และ 5.38–6.51 ตามลำดับ การนับจำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมดและจำนวนของยีสต์และราอยู่ต่ำกว่า 4 log CFU/พื้นที่ของผลมะพร้าวเจียรไร้เปลือก จากผลการวิจัยนี้พบว่าการแช่มะพร้าวเจียรไร้เปลือกในสารละลาย SA+CA และเก็บในสภาวะที่มี 5% O2 + 7.5% CO2 เป็นแนวทางแบบเทคโนโลยีเฮอเดิลในการยืดอายุการเก็บรักษาของของผลิตภัณฑ์ อายุการเก็บรักษาของมะพร้าวไร้กะลาที่ไม่ได้ห่อ ห่อด้วยฟิล์มพีวีซี และบรรจุสุญญากาศ ถูกศึกษาที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียสและความชื้นสัมพัทธ์ 80–90% ไม่ว่าจะเป็นการบรรจุแบบใดการสูญเสียน้ำหนักของมะพร้าวไร้กะลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามระยะเวลาการเก็บรักษา ค่าการส่องผ่านแสงและค่าความสว่าง (L*) ของน้ามะพร้าวลดลง (P<0.05) เมื่อระยะเวลาการเก็บรักษานานขึ น ค่า pH ของน้ามะพร้าวและเนื้อมะพร้าวจากการบรรจุสุญญากาศลดลงเมื่อระยะเวลาการเก็บรักษาเพิ่มขึ้น การวิเคราะห์ทางประสาทสัมผัสแสดงให้เห็นว่าสำหรับการบรรจุทุกวิธี ความเข้มของสีเหลืองของน้ามะพร้าวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ความใสลดลงตามเวลา ความเปรี้ยวของน้ำมะพร้าวที่บรรจุสุญญากาศเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายของการเก็บรักษา มะพร้าวที่ห่อด้วยฟิล์ม ซึ่งมีอายุการเก็บรักษาสันที่สุด พบว่ามีเชื้อราบนเปลือกและกาบที่สิ้นสุดการเก็บรักษา การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่ามะพร้าวไร้กะลาที่ไม่ได้ห่อ ห่อด้วยฟิล์ม และบรรจุสุญญากาศ สามารถเก็บรักษาได้ถึง 9, 12 และ 15 วัน ตามล้าดับ ภายใต้สภาวะที่ใช้ในการศึกษานี้

2566