จำนวนงานวิจัย ( 253 )

การเพิ่มทักษะทางภาษาไทยของนักศึกษาต่างชาติโดยการใช้โปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐาน
การเพิ่มทักษะทางภาษาไทยของนักศึกษาต่างชาติโดยการใช้โปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐาน

งานวิจัยเรื่อง การเพิ่มทักษะทางภาษาไทยของนักศึกษาต่างชาติโดยใช้โปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐาน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลการใช้โปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐานสําหรับนักศึกษาต่างชาติ โดยพิจารณาจากการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยทักษะภาษาไทยแต่ละด้านของนักศึกษาต่างชาติกลุ่มทดลองที่ใช้โปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐานระหว่างก่อนกับหลัง และเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยทักษะภาษาไทยระยะหลังการทดลองของนักศึกษาต่างชาติกลุ่มที่ใช้ และไม่ใช้โปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐาน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาต่างชาติ จํานวน60 คน กําลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดนักศึกษาเข้ากลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละเท่าๆ กัน โดยการสุ่ม อย่างง่าย (Random Simple Sampling) กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่ใช้โปรแกรมประยุกตฺฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐาน จํานวน 30 คน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ไม่ใช้โปรแกรมประยุกตฺฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐานจํานวน 30 คน เครื่องมือวิจัยเป็นโปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ สถิติทดสอบทีรายคู่ (Paired-t-test) และ สถิติ t-test ผลการวิจัยปรากฏว่า1) การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐาน มีความเหมาะสมที่จะใช้ฝึกสําหรับฝึกเพิ่มทักษะทางภาษาไทยขั้นพื้นฐานสําหรับนักศึกษาต่างชาติ 2) คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบของกลุ่มทดลองที่ฝึกโดยใช้โปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้น พื้นฐานของนักศึกษาต่างชาติพบกว่าหลังการฝึกสูงกว่าก่อนการฝึกอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 3) คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบของกลุ่มที่ฝึกโดยไม่ใช้โปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐานของนักศึกษาต่างชาติพบกว่าหลังการฝึกสูงกว่าก่อนการฝึกอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ0.05 4) คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ และเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยทักษะภาษาไทยระยะหลังการทดลองของกลุ่มที่ใช้โปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐาน สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ใช้โปรแกรมประยุกต์ฝึกทักษะภาษาไทยขั้นพื้นฐานอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

2567
ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาลักษณะการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อศึกษาปัจจัยในการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และเพื่อหาแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมนักศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ผลการวิจัย พบว่า ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 265 คน เพศชาย จำนวน 135 คน กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 มากที่สุด จำนวน 141 คน รองลงมา คือ ชั้นปีที่ 1 จำนวน 122 คน ชั้นปีที่ 2 จำนวน 82 คน และชั้นปีที่ 4 จำนวน 55 คน ตามลำดับ และศึกษาในสาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล มากที่สุด จำนวน 153 คน รองลงมา คือ สาขาวิชาการโรงแรม จำนวน 102 คน สาขาวิชาการท่องเที่ยว จำนวน 91 คน และสาขาวิชาภาษาไทยประยุกต์ จำนวน 54 คน ตามลำดับ มีความต้องการการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร ทั้ง 5 ด้าน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อเรียงลำดับความต้องการการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านสุขภาพร่างกาย และทัศนคติจิต ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความรับผิดชอบ ด้านทักษะทางปัญญา และด้านคุณธรรม จริยธรรม ตามลำดับ

2567
การศึกษาปัญหาและกระบวนการในการพัฒนาการบริหารงานพัสดุ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การศึกษาปัญหาและกระบวนการในการพัฒนาการบริหารงานพัสดุ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การศึกษาปัญหาและกระบวนการในการพัฒนาการบริหารงานพัสดุ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อศึกษาปัญหาการบริหารงานพัสดุ เพื่อศึกษากระบวนการในการบริหารงานพัสดุ และเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานพัสดุ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร ผลการศึกษา พบว่า ด้านกระบวนการซื้อหรือจ้าง การมอบหมายภาระงานให้กับเจ้าหน้าที่พัสดุมีความชัดเจน เจ้าหน้าที่พัสดุมีความรู้ ความเข้าใจ ในการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่พัสดุมีความรู้ ความเข้าใจ ในการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ การจัดซื้อจัดจ้างมีการปฏิบัติตามระเบียบ การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ (Specification) เป็นไปตามที่กำหนด และมีความชัดเจน เจ้าหน้าที่พัสดุมีการปฏิบัติตามขั้นตอนการจัดหาพัสดุ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับงานพัสดุมีระเบียบ ไม่ล่าช้า และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครบถ้วน อีกทั้งเจ้าหน้าที่พัสดุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ในด้านกระบวนการซื้อหรือจ้าง การจัดหาพัสดุมีการปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนด และเจ้าหน้าที่พัสดุมีการติดตามผลการปฏิบัติงานตามแผนการจัดหาพัสดุ ด้านการบริหารพัสดุ คือ เจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบสถิติการใช้เพื่อกำหนดความต้องการในจัดหาพัสดุ การตรวจสอบพัสดุประจำปีไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ระเบียบกำหนด เจ้าหน้าที่พัสดุมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ในด้านการบริหารพัสดุ เจ้าหน้าที่มีการลงบัญชีวัสดุและทะเบียนคุมทรัพย์สินถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบ เจ้าหน้าที่มีการลงบัญชีวัสดุและทะเบียนคุมทรัพย์สินเป็นปัจจุบัน เจ้าหน้าที่มีการลงรหัสทะเบียนคุมทรัพย์สินถูกต้องเป็นปัจจุบัน เจ้าหน้าที่มีการกำหนดแนวปฏิบัติการเบิกจ่ายพัสดุได้ถูกต้องเหมาะสม และเจ้าหน้าที่มีการเบิกจ่ายพัสดุให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีหลักฐานเบิกจ่ายเป็นปัจจุบัน ด้านการบำรุงรักษา เจ้าหน้าที่ไม่มีการวางแผนงบประมาณในการขอซ่อมบำรุงรักษาพัสดุ เจ้าหน้าที่ไม่มีการจัดทำบันทึประวัติพัสดุเพื่อประโยชน์ในการใช้งานและซ่อมบำรุง เจ้าหน้าที่ไม่มีการจัดทำคู่มือการใช้พัสดุ และวิธีการบำรุงรักษา เจ้าหน้าที่ไม่มีการวางแผนบำรุงรักษาพัสดุโดยมีช่วงเวลาที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ไม่มีการดูแลรักษาพัสดุให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีตลอดเวลา และเจ้าหน้าที่พัสดุไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ในด้านการบำรุงรักษา การตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่พัสดุไม่ให้ความสะดวกรวดเร็วในการจัดหาผู้ซ่อมแซมพัสดุที่ชำรุด และเจ้าหน้าที่ไม่มีการจัดอบรมเพื่อให้มีความรู้ในการซ่อมแซมพัสดุเบื้องต้นและเจ้าหน้าที่ไม่มีการติดตามและรายงานผลการบำรุงรักษาพัสดุ และด้านการจำหน่ายพัสดุ เจ้าหน้าที่มีการจำหน่ายพัสดุตรงกับสภาพความเป็นจริง เจ้าหน้าที่พัสดุมีการแปรสภาพพัสดุที่ชำรุดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เจ้าหน้าที่พัสดุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ในด้านการจำหน่ายพัสดุ เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจในการจำหน่ายพัสดุ เจ้าหน้าที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปี เจ้าหน้าที่มีการดำเนินการตามขั้นตอนจำหน่ายพัสดุประจำปี เจ้าหน้าที่มีการจำหน่ายพัสดุเป็นสูญ กรณีพัสดุสูญหายโดยไม่ปรากฏตัวผู้รับผิดชอบ และเจ้าหน้าที่มีการดำเนินการจำหน่ายพัสดุที่ชำรุดปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง

2567
ความสัมพันธ์ระหว่างการทุจริตในงบการเงินกับการถือครองเงินสด : กรณีศึกษาตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
ความสัมพันธ์ระหว่างการทุจริตในงบการเงินกับการถือครองเงินสด : กรณีศึกษาตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการทุจริตในงบการเงินกับการถือครองเงินสดของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยมีตัวแปรอิสระคือการทุจริตในงบการเงินซึ่งใช้การคำนวณค่า M-Score ตามแบบจำลองของ Beniesh ตัวแปรตามคือการถือครองเงินสดคำนวณจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดหารสินทรัพย์รวม และตัวแปรควบคุม ประกอบด้วย ขนาดของกิจการ สินทรัพย์สภาพคล่องสูง และค่าใช้จ่ายในการลงทุน ข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 614 ข้อมูล ระหว่างปี พ.ศ.2561 ถึง พ.ศ.2565 ซึ่งผลการวิจัยพบว่า การทุจริตในงบการเงินไม่มีอิทธิพลต่อการถือครองเงินสด ในขณะที่ขนาดของกิจการ และสินทรัพย์สภาพคล่องสูงมีอิทธิพลต่อการถือครองเงินสด

2567
การประยุกต์ใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสำหรับสร้างแผนผังการวางสินค้าในตลาดชุมชน
การประยุกต์ใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสำหรับสร้างแผนผังการวางสินค้าในตลาดชุมชน

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อสินค้าในตลาดชุมชน โดยใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์ (Association rule) อัลกอริทึม Apriori ในการสร้างกฎความสัมพันธ์ของการซื้อสินค้า จากนั้นนำกฎความสัมพันธ์ที่ได้มาออกแบบแผนผังการวางสินค้า เพื่อเสนอแนวทางการจัดวางสินค้าในตลาดชุมชน โดยใช้พื้นที่ตลาดน้ำดอนหวาย ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นพื้นที่ในการเก็บข้อมูล ใช้กลุ่มตัวอย่างคือลูกค้าที่มาซื้อของในตลาดจำนวน 1,000 คน โดยการสุ่มตัวอย่างตามความสะดวก (Convenience Sampling) โดยใช้เครื่องมือแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลประเภทสินค้าที่มีโอกาสซื้อร่วมกัน สำหรับผู้เก็บข้อมูลการวิจัยดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการ Cross-Industry Standard Process for Data Mining หรือ CRISP-DM ใช้เทคนิคกฎความสัมพันธ์ อัลกอริทึม Apriori วิเคราะห์ด้วยโปรแกรม RapidMiner ผลการวิจัยพบว่า กฎความสัมพันธ์ที่ได้จากอัลกอริทึมดังกล่าว มีค่าความเชื่อมั่นมากกว่า 80% สามารถอาศัยกฎความสัมพันธ์ดังกล่าว ออกแบบแผนผังแนวทางการจัดวางสินค้าในตลาดชุมชนได้ 5 แบบ ได้แก่ แผนผังแบบกริดเลย์เอาท์ (Grid Layout) แผนผังแบบเฮอริงโบนเลย์เอาท์ (Herringbone Layout) แผนผังแบบลูปออแรคแทรคเลย์เอาท์ (Loop or Racetrack Layout) แผนผังแบบฟรีโฟลว์เลย์เอาท์ (Free-Flow Layout) และ แผนผังแบบมิกซ์ มัลติเพิล เลย์เอาท์ (Mixed / Multiple Layout)

2567