จำนวนงานวิจัย ( 261 )
การบูรณาการนวัตกรรมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรม สำหรับส่งเสริมอาชีพและยกระดับรายได้ของกลุ่มผู้สูงอายุ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะในการพัฒนาผลิต ภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรมของกลุ่มผู้สูงอายุ 2) เพื่อสิ่งทอทางวัฒนธรรม ประเภทของที่ระลึกและประดับ ตกแต่งบ้าน ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์ 3) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากการพัฒนางานออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรม ด้วยนวัตกรรมทางด้านรูปแบบ สีสัน ลวดลาย วัสดุและด้านกระบวนการผลิต สำหรับส่งเสริมอาชีพและยกระดับรายได้ของกลุ่มผู้สูงอายุ โดยใช้เครื่องมือในงานวิจัยรูปแบบผสมผสาน ใช้วิธีดำเนินการวิจัย เป็นการศึกษาค้นคว้าข้อมูล การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มย่อยแบบสอบถาม โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ผล เพื่อกำหนดแนวคิดนำสู่กระบวนการออกแบบ การพัฒนา การสร้างและผลิตต้นแบบผลงาน และประเมินผลความพึงพอใจต่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และความพึงพอใจต่อรูปแบบใหม่ของผลิตภัณฑ์ จากกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนและนักท่องเที่ยวภายใน อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 50 คน ผลการวิจัย พบว่า อัตลักษณ์ท้องถิ่น คือ ผ้าขาวม้า มี 2 ลักษณะ ได้แก่ ผ้าขาวม้าลายตารางหมากรุกแบบดั้งเดิม และผ้าขาวม้าลายนํ้าไหล ที่นำมาพัฒนาต่อด้วยนวัตกรรมทางด้านรูปแบบ สีสัน ลวดลาย วัสดุและกระบวนการผลิตทางการออกแบบผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าขาวม้าบ้านหนองเครือบุญ ตำบลหนองนํ้าใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 13 ต้นแบบผลิตภัณฑ์ โดยภาพรวมของประเมินความพึงพอใจต่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ จากกลุ่มตัวอย่าง 20 คน โดยภาพรวมกิจกรรม อยู่ระดับความพึงพอใจที่ระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.32 และการประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบใหม่ของการบูรณาการนวัตกรรมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอทางวัฒนธรรม สำหรับส่งเสริมอาชีพและยกระดับรายได้ของกลุ่มผู้สูงอายุ จากกลุ่มตัวอย่าง 50 คน โดยภาพรวม อยู่ระดับความพึงพอใจที่ระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.20 ซึ่งพึ่งพอใจมากในการนำวัตถุดิบ คือ “ผ้าขาวม้า” มาสร้างสรรค์งานได้หลากหลาย สวยงามได้ดี
การบูรณาการท่องเที่ยวจากฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การยกระดับมูลค่าเพิ่มของ ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า OTOP นวัตวิถีจากการใช้นวัตกรรมใหม่
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อหาอัตลักษณ์ท้องถิ่นของพื้นที่การวิจัย 2) เพื่อสร้างและผลิตต้นแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า OTOP นวัตวิถี 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจต่อการพัฒนาและยกระดับมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า OTOP นวัตวิถี โดยใช้เครื่องมือในงานวิจัยรูปแบบผสมผสาน ใช้วิธีดำเนินการวิจัย เป็นการศึกษาค้นคว้าข้อมูล การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มย่อย แบบสอบถาม โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ผล เพื่อกำหนดแนวความคิดนำสู่กระบวนการออกแบบ การพัฒนา การสร้างและผลิตต้นแบบผลงาน และประเมินผลความพึงพอใจต่อรูปแบบใหม่ของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า OTOP นวัตวิถี จากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวภายในจังหวัดสระบุรี จำนวน 50 คน ผลการวิจัย พบว่า อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรีและพื้นที่วิจัย คือ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โคกหนองนาโมเดล “หอชาวนา โคกนาศัย” อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เป็นพื้นที่เกษตรกรรม คือ การทำนาข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ และมีการปลูกต้นมะม่วงมันหนองแซง ซึ่งถือที่เป็นสินค้าเกษตรตามสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดสระบุรี และมี “ฟางข้าว” เป็นวัสดุที่เหลือทิ้งจากการทำนา ดังนั้นชุมชนจึงต้องการให้นำฟางข้าวและใบมะม่วงมันหนองแซงมาใช้ประโยชน์ มาทำการสกัดสี ย้อมสีจากธรรมชาติแล้วสร้างลวดลายมัดย้อมลงบนผืนผ้า แล้วนำมาต่อยอดสู่กระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ อาทิ ชุดผลิตภัณฑ์บนโต๊ะรับประทานอาหาร ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก เพื่อใช้จำหน่ายและรับรองแขกผู้มาเยือนของการท่องเที่ยวจากฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่นของกลุ่ม และมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารและขนมจากอัตลักษณ์ท้องถิ่น ได้แก่ ข้าวผัดข้าวเจ๊กเชย, ขนมดอกจอก, ขนมข้าวแต๋น เป็นลักษณะของฉลากสติกเกอร์ ป้ายแขวนสินค้า และกล่องอาหารเบรก สำหรับการวางจำหน่ายแบบปลีก (รายหน่วย) เพื่อให้เกิดการยกระดับมูลค่าเพิ่มของสินค้า โดยภาพรวมของการประเมินผลต่อรูปแบบใหม่ของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า OTOP นวัตวิถี มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.08 โดยแยกเป็นรายด้านของการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีความพึงพอใจระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.12 และด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์มีความพึงพอใจระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.05
โครงการศึกษาแนวทางการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ตามอัตลักษณ์ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย
ชุมชนลาวเวียงตำบลม่วงงาม อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์การกวาดต้อนเชลยศึกจากเวียงจันทน์ในช่วงความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรสยามกับอาณาจักรล้านช้าง การอพยพเกิดขึ้นส่งผลให้ชาวลาวเวียงจำนวนมากตั้งถิ่นฐานในพื้นที่จังหวัดสระบุรี โดยเฉพาะที่ตำบลม่วงงาม ปัจจุบันชุมชนโคกนาศัย ในตำบลม่วงงามได้พัฒนาแนวทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่เน้นอัตลักษณ์วัฒนธรรมผ่านวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิมลาวเวียงนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์ตรง อาทิ การทำนาแบบดั้งเดิม การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ศักยภาพของชุมชนโคกนาศัยมิได้จำกัดอยู่ที่การท่องเที่ยว แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการธำรงและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม โครงการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์วิถีชีวิตชุมชน อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม รวมถึงรูปแบบพฤติกรรมการใช้พื้นที่ วิเคราะห์และสังเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย และเสนอแนะแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลาวเวียง โคกนาศัย ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ชุมชนและส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นตามวิถีชาติพันธุ์ลาวเวียงและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ผลการศึกษานี้นำเสนอต้นแบบสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ โดยจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้มีประสิทธิภาพและรองรับกิจกรรมชุมชนอย่างหลากหลาย อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้รับการประยุกต์ผ่านลวดลาย "เฉลว" ในการออกแบบช่องเปิดอาคาร เพื่อสร้างเอกลักษณ์และส่งเสริมการรับรู้ด้านการเข้าถึงอาคาร การเลือกใช้วัสดุพื้นถิ่น เช่น ไม้จริงและไม้ไผ่ สอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและบริบทแวดล้อม ผลลัพธ์จากกระบวนการมีส่วนร่วมได้นำไปสู่การประยุกต์ใช้ต้นแบบในการปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้ของวิสาหกิจชุมชนโคกหนองนาโมเดลตำบลม่วงงาม การบูรณาการอัตลักษณ์ชุมชนและวัสดุพื้นถิ่นในการออกแบบ ไม่เพียงสะท้อนความเคารพต่อภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ยังส่งเสริมความยั่งยืนและการสืบทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมของชุมชนลาวเวียงในเชิงกายภาพ
การศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารและความต้องการภาชนะใส่อาหารของผู้บริโภคสูงอายุไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาชนะใส่อาหารนอกจากทำหน้าที่รองรับอาหารแล้วยังมีบทบาทในการเพิ่มความสะดวกสบายต่อการจัดเตรียมและการจัดเก็บอาหาร อย่างไรก็ตาม ภาชนะทั่วไปยังมิได้ออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีแบบผสานวิธี มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาและหาความสัมพันธ์ต่อปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารและความต้องการเลือกใช้ภาชนะใส่อาหารของผู้บริโภคสูงอายุไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) เพื่อวิเคราะห์รูปแบบและออกแบบภาชนะใส่อาหารของผู้บริโภคสูงอายุไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์และแบบสังเกตพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยใช้เทคนิคในการเก็บข้อมูลผ่านการสังเกต บันทึกภาพและการบันทึกเสียง ทั้งนี้ การออกแบบภาชนะใส่อาหารพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านกายภาพ การออกแรง การเคลื่อนไหวและความคล่องแคล่วของมือและนิ้วมือ (2) ด้านหน้าที่ใช้สอยและความสะดวกสบาย การถือ การเคลื่อนย้าย การทำความสะอาดและความง่ายในการใช้งาน และ (3) ด้านรูปแบบ ขนาด สีสัน ความปลอดภัย ความง่ายในการใช้งานและความกลมกลืนกับภาชนะอื่น ๆ ผลการวิจัยพบว่า ภาชนะที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุควรมีลักษณะด้านกายภาพที่ตอบสนองต่อการใช้งานจริง โดยเฉพาะที่จับซึ่งสอดคล้องกับขนาดมือ ช่วยเพิ่มความมั่นคงและความกระชับ วัสดุที่ผู้สูงอายุให้ความพึงพอใจมากที่สุดคือเมลามีน สำหรับความพึงพอใจด้านการออกแบบพบว่า ผู้สูงอายุให้คะแนนสูงในสองด้าน ได้แก่ (1) ด้านหน้าที่ใช้สอยและความสะดวกสบาย ที่จับถือสะดวก น้ำหนักพอเหมาะ ไม่ร้อนมือเมื่อตักอาหารร้อน รองรับการเกลี่ยและการตักได้ดี ใช้งานได้ทั้งมือซ้ายและขวา เคลื่อนย้ายและทำความสะอาดได้ง่าย และ (2) ด้านรูปแบบ ความเป็นเอกภาพของชุดภาชนะ ไม่สร้างความรู้สึกแปลกแยกในการใช้งาน สื่อสารหน้าที่ได้อย่างชัดเจนและมีความสวยงามชวนให้น่าใช้
ส่งเสริมวัฒนธรรมผสมผสานเทคโนโลยีท้องถิ่น สู่การออกแบบเฟอร์นิเจอร์จักสานร่วมสมัย
โครงการวิจัยเรื่อง “ส่งเสริมวัฒนธรรมผสมผสานเทคโนโลยีท้องถิ่น สู่การออกแบบเฟอร์นิเจอร์จักสานร่วมสมัย” มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาลวดลายวิจิตรสถาปัตยกรรมศาสนสถาน ศิลปะสมัยอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งศึกษาเทคโนโลยีและเทคนิคหัตถกรรมจักสานท้องถิ่น นำไปสู่การออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยสำหรับพื้นที่จำกัด จากนั้นวิเคราะห์และประเมินผลผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยสำหรับพื้นที่จำกัด วิธีการดำเนินการวิจัย ใช้รูปแบบการวิจัยใช้วิธีการแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ศึกษาข้อมูลจากเอกสาร ตำราและงานวิจัย การทบทวนวรรณกรรม การศึกษาลวดลายวิจิตรจากวัฒนธรรมภายในสถาปัตยกรรมศาสนสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เกิดเทคโนโลยีและเทคนิคการถัก ทอ ผูก มัด ย้อม ดัดวัสดุ เกิดแนวคิดวัฒนธรรมจักสานร่วมสมัย ก่อนการประเมินผลผลิตภัณฑ์ และนำรูปแบบไปสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นการลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามประกอบการสัมภาษณ์จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน และประเมินความพึงพอใจของกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบและสนใจเฟอร์นิเจอร์จักสาน จำนวน 80 คน ด้วยเทคนิคมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ผลการวิจัยพบว่า จากแบบร่าง 15 ต้นแบบ คัดเหลือ 3 ชุด และนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินรูปแบบเฟอร์นิเจอร์พบว่า รูปแบบเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนั่งเล่น มีความเหมาะสมมากที่สุด จากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จำนวน 3 คน ตามหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย [*สมการคณิตศาสตร์] และผลการประเมินความพึงพอใจของคนทั่วไปที่มีต่อเฟอร์นิเจอร์จักสานร่วมสมัย จำนวน 80 คน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย [*สมการคณิตศาสตร์] *สามารถดูสมการคณิตศาสตร์ได้ที่ไฟล์ฉบับเต็ม