จำนวนงานวิจัย ( 159 )

การวิเคราะห์การติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดบนหลังคา
การวิเคราะห์การติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดบนหลังคา

โครงการวิจัยนี้นำเสนอการวิเคราะห์การติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดบนหลังคา วัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อป้องกันระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดบนหลังคา โดยใช้การออกแบบระบบป้องกันฟ้าผ่าบนหลังคา ซึ่งระบบป้องกันฟ้าผ่าจะช่วยแก้ปัญหาความเสียหายเมื่อเกิดฟ้าผ่าบริเวณหลังคาที่ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ดังนั้นจึงเสนอการติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดบนหลังคา

2567
การผลิตโพสไบโอติกส์จากเปลือกกระเทียมจีนหมักด้วยโพรไบโอติกส์แลคโตบาซิลลัส เพื่อใช้ประโยชน์ต้านการปนเปื้อนจุลินทรีย์ในอาหาร
การผลิตโพสไบโอติกส์จากเปลือกกระเทียมจีนหมักด้วยโพรไบโอติกส์แลคโตบาซิลลัส เพื่อใช้ประโยชน์ต้านการปนเปื้อนจุลินทรีย์ในอาหาร

โพสไบโอติกส์ (Postbiotics) ซึ่งเป็นผลผลิตจากการหมักจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากมาย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และสามารถนำใช้ในการควบคุมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของการเน่าเสียในผักและผลไม้ระหว่างการเก็บเกี่ยวและขนส่งได้ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมของผลิตภัณฑ์สารชีวภาพเพื่อช่วยลดปัญหาการเน่าเสียของผักและผลไม้ จากการใช้สารละลายคอมบูชาสารสกัดเปลือกกระเทียมเพื่อยืดอายุมะเขือเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ประสบปัญหาเน่าและเสื่อมสภาพในช่วงการเก็บรักษาและขนส่ง จากการศึกษาพบว่า ผลิตภัณฑ์คอมบูชาหมักสารสกัดเปลือกกระเทียมสามารถยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรคทั่วไปและยับยั้งเชื้อก่อโรคเน่าในมะเขือเทศชนิด Pseudomonas sp. และ E. coli มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคเพราะมีความเป็นพิษต่อเซลล์เม็ดเลือดแดงหมูต่ำ (ความเข้มข้นต่ำกว่า200 มก./มล.) พบว่าไม่เปลี่ยนแปลงขนาดและรูปร่างของเซลล์เม็ดเลือดแดง มีคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระสูงด้วยค่าปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมด (TFC) และฟีนอลิกทั้งหมด (TPC) สูงกว่าคอมบูชาธรรมดาอย่างมีนัยสำคัญ (TPC สูงถึง 90.55 ± 10.1 มก. GAE/100 มล. และ TFC 55.97 ± 8.5 มก. RE/100 มล ตามลำดับ).และสามารถยืดอายุการเก็บรักษามะเขือเทศเมื่อฉีดพ่นสารละลายคอมบูชาหมักสารสกัดเปลือกกระเทียมบนผิวมะเขือเทศ ทั้งนี้การฉีดพ่นตัวอย่างสารละลายคอมบูชาหมักสารสกัดเปลือกกระเทียมสามารถช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักและชะลอกระบวนการสุกได้อย่างมีนัยสำคัญ สามารถในการคงคุณภาพของมะเขือเทศได้ดี เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ด้วยการลดความเป็นกรด (TA) และทำให้การเพิ่มปริมาณของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด (TSS) เมื่อมีการสุกช้า จากผลการศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า นวัตกรรมผลิตภัณฑ์คอมบูชาหมักสารสกัดเปลือกกระเทียมสามารถนำไปพัฒนาต่อเพื่อใช้ยืดอายุผลไม้ประเภทอื่น ๆ ได้ในอนาคต และเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคและต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

2567
การบูรณาการเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพจากใบชะพลูสำหรับผู้สูงวัยของวิสาหกิจชุมชนบางปลานวัตวิถี จังหวัดสมุทรปราการ
การบูรณาการเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพจากใบชะพลูสำหรับผู้สูงวัยของวิสาหกิจชุมชนบางปลานวัตวิถี จังหวัดสมุทรปราการ

การบูรณาการเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพจากใบชะพลูสำหรับผู้สูงวัยของวิสาหกิจชุมชนบางปลานวัตวิถี จังหวัดสมุทรปราการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสำรวจผลิตภัณฑ์อาหารที่เหมาะสมในการผลิตอาหารสุขภาพจากใบชะพลูสำหรับผู้สูงวัย ศึกษาพัฒนาสูตรและกรรมวิธีการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพจากใบชะพลูสำหรับผู้สูงวัย และศึกษาการเปลี่ยนแปลงระหว่างการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพจากใบชะพลูสำหรับผู้สูงวัย โดยเริ่มจากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม พบว่า แกงหอยขมใบชะพลูเหมาะสมในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพจากใบชะพลูสำหรับผู้สูงวัย จากนั้นทำการศึกษาพัฒนาสูตรพื้นฐานที่เหมาะสมในผลิตแกงหอยขมใบชะพลู พบว่า สูตรที่ 3 เป็นสูตรที่เหมาะสมในการผลิตแกงหอยขมใบชะพลูมากที่สุด โดยมีค่าสีที่ได้คือสีเหลืองอมแดงโทนเข้ม ค่า pH เป็นด่างอยู่ที่ "7.85±0.28" และค่าTSS อยู่ที่ "14.17±0.05" oBrix ส่วนค่าเกลือ ไม่สามารถวัดค่าเกลือได้ ศึกษาปริมาณนมทดแทนกะทิที่เหมาะสม ซึ่งทำการศึกษาปริมาณนมทดแทนกะทิ จำนวน 5 ระดับ คือ (นม:กะทิ) 0:100, 25:75, 50:50, 75:25 และ100:0 % พบว่า ระดับที่ 50:50 เป็นปริมาณนมทดแทนกะทิที่เหมาะสมในการผลิตแกงหอยขมใบชะพลู โดยมีค่าสีที่ได้คือสีเหลืองอมแดงโทนเข้ม ค่า pH เป็นด่างอยู่ที่ "7.70±0.12" และค่าTSS อยู่ที่" 12.50±0.05" oBrix ส่วนค่าเกลือ อยู่ที่ "10.33±0.00" ศึกษาชนิดของสารให้ความหวานที่เหมาะสมในผลิตแกงหอยขมใบชะพลูจำนวน 3 ชนิด คือ ซูคราโลส, หญ้าหวาน, อิริทริทอล และไม่ใส่สารให้ความหวาน และนำมาเปรียบเทียบกับสูตรควบคุม พบว่า สารให้ความหวานซูคราโลส เป็นสารให้ความที่เหมาะสมในการผลิตแกงหอยขมใบชะพลู จากนั้นศึกษาปริมาณใบชะพลูจำนวน 3 ระดับ คือ 6, 8 และ10%ของปริมาณส่วนผสม ต่อ 1 สูตร และนำมาเปรียบเทียบกับสูตรควบคุม พบว่า ระดับที่ 8% เป็นปริมาณใบชะพลูที่เหมาะสมในการผลิตแกงหอยขมใบชะพลู โดยมีค่าสีที่ได้คือสีเหลืองอมเขียวโทนเข้ม ค่า pH เป็นด่างใกล้ความเป็นกลางอยู่ที่ "7.01±0.24" และมีค่าTSS อยู่ที่" 11.00±0.00" oBrix ส่วนค่าเกลือ ไม่สามารถวัดค่าเกลือได้ และศึกษาการเปลี่ยนแปลงระหว่างการเก็บรักษาของแกงหอยขมใบชะพลูที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส สุ่มตรวจในวันที่ 1, 7, 14, 21 และ28 วัน พบว่า ด้านค่าสี ค่า pH และTSS (oBrix) มีค่าลดลงเรื่อยๆทีละน้อยเมื่อระยะเวลาการเก็บรักษานานขึ้น ส่วนผลการสุ่มตรวจวิเคราะห์คุณภาพทางจุลินทรีย์ทั้งหมด (TPC) ปริมาณยีสต์ และราของผลิตภัณฑ์แกงหอยขมใบชะพลู พบว่า มีปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดจำนวนน้อย และมีปริมาณยีสต์ รา ไม่พบ

2567
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างนวัตกรรมสำรับอาหารจากพืชสมุนไพร พื้นถิ่นเพื่อสุขภาพสำหรับรองรับการเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร ของจังหวัดเพชรบุรี: อำเภอบ้านลาด
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างนวัตกรรมสำรับอาหารจากพืชสมุนไพร พื้นถิ่นเพื่อสุขภาพสำหรับรองรับการเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร ของจังหวัดเพชรบุรี: อำเภอบ้านลาด

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาศักยภาพด้านอาหารจากพืชสมุนไพรพื้นถิ่น 2) พัฒนาตำรับอาหารจากพืชสมุนไพรพื้นถิ่นเพื่อสุขภาพด้านการต้านการอักเสบและรูปแบบการให้บริการสำรับอาหารจากพืชสมุนไพรพื้นถิ่นเพื่อสุขภาพด้านการต้านการอักเสบของอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ด้วยการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และ 3) บูรณาการตำรับอาหารและสำรับอาหารจากพืชสมุนไพรพื้นถิ่นเพื่อสุขภาพของอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรีกับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลกับผู้ให้ข้อมูลหลัก โดยการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และทำการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของการวิจัยใช้วิธีการตรวจสอบสามเส้าด้านข้อมูลที่ต่างกัน (Data Triangulation) ในจุดประสงค์ที่ 1 และการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม(Participation Action Research: PAR) ในจุดประสงค์ที่ 2 และ 3 ร่วมกับวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ ผลการศึกษา พบว่า อาหารพื้นถิ่นที่ใช้สมุนไพรเป็นส่วนประกอบในอำเภอบ้านลาด ได้แก่ แกง/ต้ม ผัด ยำ ทอด/ย่าง เครื่องจิ้ม เครื่องเคียง ขนมหวาน และเครื่องดื่ม มีค่าเฉลี่ยการรับรู้ศักยภาพอยู่ในระดับ มากที่สุด และสามารถเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผลการทดสอบกิจกรรมต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี FRAP, ABTS, DPPH และการวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวม พบว่า ทอดมันมะละกอ และน้ำพริกมะม่วง เป็นรายการอาหารที่มีค่าสูงที่สุดในเกือบทุกวิธีการทดสอบ ผลการบูรณาการชุดสำรับอาหารจากพืชสมุนไพรพื้นถิ่นเพื่อสุขภาพของอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรีด้วยรูปแบบการให้บริการแบบโต๊ะไทย (โต๊ะไทยบ้านลาด) กับการท่องเที่ยวเชิงอาหารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพบว่า ชุดสำรับอาหารจากพืชสมุนไพรพื้นถิ่นเพื่อสุขภาพและรูปแบบการบริการที่พัฒนาขึ้นมีศักยภาพในการรองรับการเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของอาหาร 2) รสชาติและการตอบสนองกลุ่มนักท่องเที่ยว 3) การเล่าเรื่องและการสร้างประสบการณ์ 4) วัตถุดิบและสุขภาพที่ดี และ 5) การจัดสำรับและการนำเสนอ และสามารถเป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำแก่นักท่องเที่ยว จำนวน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) อาหารพื้นถิ่นคือทุนทางวัฒนธรรมและความทรงจำ 2) อัตลักษณ์และจุดขายของเมนู 3) การเล่าเรื่องเพื่อสร้างความโดดเด่น และ 4) ความปลอดภัยของวัตถุดิบและวิถีชีวิตที่ยั่งยืน

2567
การพัฒนาข้าวสุกทนต่อการย่อยเอนไซม์เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารผู้สูงอายุของชุมชนเกษตรกรแม่บ้านลาดบัวขาว จังหวัดราชบุรี
การพัฒนาข้าวสุกทนต่อการย่อยเอนไซม์เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารผู้สูงอายุของชุมชนเกษตรกรแม่บ้านลาดบัวขาว จังหวัดราชบุรี

ข้าวเป็นอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ประชากรมากกว่าครึ่งโลกรับประทานเป็นอาหารหลัก ข้าวหอมมะลิเป็นข้าวที่มีค่าน้ำตาลสูงและวิธีการหุงข้าวเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อปริมาณคาร์โบไฮเดรตในข้าว ข้าวจึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนประกอบหลักใหญ่ๆ ของข้าว คือ สตาร์ซ ซึ่งประกอบด้วย อะไมโลส และอะไมโลเพกติน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อปริมาณน้ำตาลในเลือด จึงทำการศึกษากระบวนการหุงข้าวหอมมะลิเพื่อลดปริมาณน้ำตาล ด้วยวิธีการ DNS Method พบว่า การแช่ข้าวหอมมะลิเป็นเวลา 20 นาที ก่อนนำไปหุง จากการหุงข้าวหอมมะลิทั้ง 5 วิธี พบว่า การหุงข้าวหอมมะลิด้วยวิธีแช่ก่อนหุง ทำให้ปริมาณกลูโครสในข้าวหอมมะลิหุงสุกมีปริมาณน้อยที่สุดจากทั้งหมด 5 วิธี มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p≤0.05) พบว่า การหุงข้าวกรรมวิธี ที่ 2 แช่ก่อนหุงเป็นการหุงข้าวหอมมะลิที่ทำให้ปริมาณกลูโครสในข้าวหอมมะลิหุงสุกมีปริมาณน้อยที่สุดที่ 0.04 %จากทั้งหมด 5 วิธี เปรียบเทียบกับหม้อหุงข้าวลดปริมาณน้ำตาลที่มีปริมาณมากที่สุด และระยะเวลาในการหุงข้าวที่แตกต่างกัน จะมีค่าความแข็งลดลง และค่ามีความเหนียวเพิ่มขึ้น ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) เพราะการแช่ก่อนหุงมีค่าความแข็ง 19.71±0.73 (N) ค่าความเหนียว 92.14±14.22 (N.s) เมื่อนำมาทำการเปรียบเทียบกับ หม้อหุงข้าวปกติ (ร้อน) มีค่าความแข็ง 23.73±2.60 (N) ค่าความเหนียว 88.61±18.48 (N.s) จึงมีความไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) และจากการวิเคราะห์คุณสมบัติทางประสาทสัมผัสพบว่า ผู้ทดสอบชิมข้าวหอมมะลิลดปริมาณน้ำตาล ให้คะแนนและการยอมรับกรรมวิธีแช่ก่อนหุงมากว่ากรรมวิธีหม้อหุงข้าวปกติ (ร้อน) มากที่สุดในทุกด้าน

2567