จำนวนงานวิจัย ( 32 )

การศึกษาสมการในการประมาณราคางานเสาเอ็น ทับหลัง ของบ้านพักอาศัย 2 ชั้น
การศึกษาสมการในการประมาณราคางานเสาเอ็น ทับหลัง ของบ้านพักอาศัย 2 ชั้น

การประมาณราคางานก่อสร้างแบบละเอียด ประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ (1) การศึกษาแบบก่อสร้าง รายการประกอบแบบ และข้อกำหนด (2) ดูสถานที่ก่อสร้าง และรับฟังการชี้แจงแบบจากผู้ออกแบบ (3) หาปริมาณวัสดุ (4) วิเคราะห์ราคาค่าวัสดุ และค่าแรงงาน (5) วิเคราะห์ค่าดำเนินการ ภาษี กำไร ดอกเบี้ย และ (6) สรุปราคาค่าก่อสร้าง การหาปริมาณวัสดุนับเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก ต้องใช้นักประมาณราคาที่มีประสบการณ์ถึงจะทำให้การหาปริมาณวัสดุก่อสร้าง มีความถูกต้อง แม่นยำ ใกล้เคียงกับปริมาณการใช้จริง ดังนั้นหากมีเครื่องมืออย่างง่ายที่สามารถหาปริมาณวัสดุ ที่ใช้ระยะเวลาไม่นาน และนักประมาณราคาไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในงานประมาณราคามากนัก งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาสมการในการหาปริมาณงานเสาเอ็น-ทับหลังในงานประมาณราคาค่าก่อสร้าง เลือกแบบก่อสร้างบ้านพักอาศัย 2 ชั้น จำนวน 75 แบบ เป็นกรณีศึกษา นำมาวิเคราะห์หาตัวแปรอิสระที่มีอิทธิพลต่อตัวแปรตาม ใช้วิธีการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Liner Regression Analysis) ได้สมการในการหาปริมาณงานเสาเอ็น-ทับหลัง (Y) = 1.834 + 1.243 (พื้นที่ผนังอิฐก่อ) - 0.639(พื้นที่ช่องเปิด) นำสมการที่ได้ไปทดสอบกับแบบบ้านพักอาศัยตัวอย่าง จำนวน 5 แบบ ที่มีรูปแบบคล้ายกัน และตัวแปรในการออกแบบเหมือนกัน พบว่า ปริมาณงานเสาเอ็น-ทับหลังที่ได้จากสมการมากกว่าที่ประมาณราคาแบบละเอียด 2.88-5.36% ซึ่งเป็นค่าที่ยอมรับได้ ดังนั้นสมการที่ได้จากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ สามารถนำไปใช้ในการหาปริมาณงานเสาเอ็น-ทับหลังของโครงการใหม่ที่มีรูปแบบคล้ายกันกับงานวิจัยในครั้งนี้ในเบื้องต้นได้

2567
การรับรู้และการมีส่วนร่วมของบุคลากรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครต่อการรับประเมิน QS Star Rating Systes
การรับรู้และการมีส่วนร่วมของบุคลากรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครต่อการรับประเมิน QS Star Rating Systes

งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการรับรู้ และการมีส่วนร่วมของบุคลากรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมมงคลพระนคร ต่อการรับประเมิน QS Star Rating System 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของบุคลากรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ต่อการรับประเมิน QS Star Rating System โดยมุ่งเน้นศึกษาการรับรู้ของบุคลากรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพมหาวิทยาลัยเข้าสู่การประเมินมาตรฐานในการยกระดับสถาบันอุดมศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานสู่ระดับสากลตามเกณฑ์ ต่อเกณฑ์การประเมิน QS Star Rating System และการรับรู้ในการมีส่วนร่วมของหน่วยงานตนเอง ต่อเกณฑ์การประเมิน QS Star Rating System เพื่อนำผลการวิจัยไปหาแนวทางในการส่งเสริม สนับสนุนให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในเกณฑ์การาประเมินและร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย เพื่อยกระดับคุณภาพของมหาวิทยาลัยให้ได้รับผลการประเมินในระดับที่สูงขึ้นโดยประชากรท่มใช้ในการวิจัย คือ บุคลากรของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครโดยแบ่งเป็น บุคลากรสายวิชาการจำนวน 519 บุคลากรสายสนันสนุนจำนวน 636 คน ประชากรทั้งหมดจะเท่ากับ 1,155 คน กลุ่มประชากรตัวอย่างทีใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือบุคลากรของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 300 คน ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครมีการรับรู้การประเมิน QS Star Rating System คืออะไร จำนวน 224 คน คิดเป็น 74.67% มีการรับรู้ว่าการประเมิน QS Star Rating System มีความสำคัญกับการพัฒนามหาวิทยาลัย จำนวน 224 คน คิดเป็น 74.67% และมีการรับรู้ว่าการประเมิน QS Star Rating System เกี่ยวข้องกับการประเมินในหน่วยงานของตนเอง จำนวน 224 คน คิดเป็น 74.67% โดยมีระดับการรับรู้เกี่ยวกับการประเมินภาพรวมของ QS Star Rating System ค่าเฉลี่ย (X) อยู่ที่ 3.56 ระดับการรับรู้มาก และบุคลากรมีส่วนร่วมด้านการวิจัย มากที่สุด รองลงมาเป็น ด้านการสอน ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านการพัฒนา ด้านวิชาการ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ด้านนวัตกรรม ด้านความเป็นสากล ด้านการจ้างงาน และด้านความเท่าเทียม ตามลำดับ

2567