จำนวนงานวิจัย ( 261 )
ระบบการจัดเก็บและรายงานข้อมูลสำหรับการประเมิน ตามเกณฑ์ QS Stars Rating
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการจัดเก็บและรายงานข้อมูลสำหรับการประเมินตามเกณฑ์ QS Stars Rating ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อให้ระบบมีความทันสมัย สะดวกต่อ การใช้งาน และมีความสวยงาม จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลตามเกณฑ์ QS Stars Rating พบว่า การพัฒนาระบบดังกล่าวช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยระบบที่พัฒนาสามารถรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่ม ความรวดเร็วในการเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูล เครื่องมือที่นำมาใช้ เช่น Google Forms, Google Sheets และ Looker Studio ช่วยให้การจัดเก็บและนำเสนอข้อมูลมีความชัดเจน เข้าใจง่าย และสวยงาม ผลการประเมินการใช้งานระบบพบว่าผู้ใช้งานมีความพึงพอใจในระดับดี โดยสรุป ระบบที่พัฒนาช่วยเพิ่มศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการจัดการข้อมูลและสนับสนุนการประเมินในระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดว่านนางคำ สำหรับการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์โลชั่นบาร์และนวัตกรรมเพื่อการชะลอวัย
งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์โลชั่นบาร์ที่มีส่วนผสมของว่านนางคำ เพื่อพัฒนาเป็นเวชสำอางเพื่อการชะลอวัยว่านนางคำ (Curcuma aromatica salisb) เป็นว่านที่อยู่ในวงศ์ของของและข่ามีลักษณะคล้ายกับขมิ้น ว่านนางคำมีองค์ประกอบทางของเคมีหลายชนิดที่น่าสนใจ ในงานวิจัยนี้ได้มีการทดสอบองค์ประกอบทางของเคมีของสารสกัดว่านนางคำ โดยได้ทำการสกัดสารออกฤทธิ์ในว่านนางคำโดยใช้เอทานอลทำการระเหยเพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ นอกจากนี้ยังได้ทำการสกัดน้ำมันว่านนางคำเพื่อดูสารออกฤทธิ์อีกด้วย ได้ทำการหาสารออกฤทธิ์ด้วยกระบวนการแก๊สโครมาโทกราฟี และ แมสสเปกโตรเมตรี ได้พบสารออกฤทธิ์หลายตัวที่น่าสนใจ ได้ทำการทดสอบการต้านอนุมูลอิสระโดยวิธีดีพีพีเอช พบว่ามีคุณสมบัติด้านอนุมูลอิสระเพียงเล็กน้อย ได้ทำการทดสอบการต้านอักเสบในเซลล์พบว่าสารสกัดว่านนางคำมีฤทธิ์ต้านอักเสบ ในการวิจัยครั้งนี้ได้มีการพัฒนาขึ้นสูตรตำรับที่ดีที่สุดของโลชั่นบาร์ว่านนางคำ โลชั่นบาร์เป็นโลชั่นแบบก้อนคล้ายสบู่ ไม่มีส่วนผสมของน้ำสารที่ใช้เป็นสารที่อยู่ในรูปแบบน้ำมันแล้วขึ้นรูปด้วยสารขึ้นรูป สูตรที่ดีที่สุดได้ทำการจดแจ้งทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อจะได้มีการถ่ายทอดนวัตกรรมแก่ชุมชนต่อไป
ผลกระทบของปัจจัยความสำเร็จของระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชีและพัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยความสาเร็จของระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กรและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานการเงินบัญชี และพัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 2) เพื่อศึกษาผลกระทบของความสาเร็จของระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานการเงินบัญชี และพัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างคือ เจ้าหน้าที่ด้านการคลัง การเงิน บัญชี และพัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จานวน 75 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 31 – 40 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี มีอายุการทางาน 11 ปีขึ้นไป มีประสบการณ์ในการใช้ระบบ ERP มากกว่า 10 ปี มีความถี่ในการใช้ระบบ ERP เป็นประจาทุกวัน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็นปัจจัยความสาเร็จของระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) โดยภายรวม อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านคุณภาพข้อมูล ด้านคุณภาพของระบบ ด้านผู้ใช้งาน และด้านองค์กร ตามลาดับ ในขณะที่ ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านคุณภาพของงาน ด้านระยะเวลา และด้านค่าใช้จ่าย ตามลาดับ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยความสาเร็จของระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร ด้านคุณภาพของระบบ ด้านองค์กร ด้านคุณภาพของระบบ และด้านผู้ใช้งานส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ในภาพรวม นอกจากนี้ ปัจจัยความสาเร็จของระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร ด้านคุณภาพของระบบ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ด้านค่าใช้จ่าย ในขณะเดียวกัน ปัจจัยความสาเร็จของระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร ด้านองค์กร และด้านผู้ใช้งาน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านค่าใช้จ่าย และด้านระยะเวลา และปัจจัยความสาเร็จของระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร ด้านคุณภาพข้อมูล และด้านองค์กร ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ด้านคุณภาพของงาน
สาเหตุการลงทะเบียนเรียนล่าช้า ของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยเรื่อง สาเหตุของการลงทะเบียนเรียนล่าช้าของนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสาเหตุการลงทะเบียนเรียนล่าช้า และเพื่อเปรียบเทียบลักษณะประชากรกับสาเหตุการลงทะเบียนเรียนล่าช้า ของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ซึ่งงานวิจัยนี้ใช้วิธีศึกษาเชิงสำรวจ การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้เก็บจากกลุ่มตัวอย่าง ที่เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี ภาคปกติ ทุกสาขาวิชาในภาคการศึกษาที่ 1/2567 คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 675 คน จำนวน ได้กลุ่มตัวอย่าง 251 คน ใช้แบบสอบถามเป็น เครื่องมือการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูลด้าน 1) ปัจจัยด้านความรู้ความเข้าใจในปฏิทินการศึกษา/ระเบียบ/ข้อบังคับ/แนวปฏิบัติ 2) ด้านการลงทะเบียนเรียน/หลักสูตร และ 3) ด้านอื่น ๆ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อย ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า 1. ด้านข้อมูลทั่วไป ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 51.80 สาขาวิชาการโรงแรมร้อยละ 35.90 โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 ร้อยละ 36.70 และขอทำการลงทะเบียนเรียนล่าช้า ร้อยละ 70.50 2. ด้านเกี่ยวกับสาเหตุของการลงทะเบียนเรียนล่าช้า ของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ผลการวิเคราะห์ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก ในทุกประเด็นโดยภาพรวม ( X = 3.72, S.D. = 0.66) โดยมีปัจจัยด้าน อื่นๆ สูงสุดอยู่ในระดับมาก (X = 3.72, S.D. = 0.66) ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่าสาเหตุของการลงทะเบียนเรียนล่าช้า ระดับคความสำคัญในด้านปัจจัยอื่นๆ โดยมาก คือนักศึกษาติดธุระ/ติดภาระงานที่ทำอยู่ทำให้เวลาไม่ตรงกับช่วงกำหนดของการลงทะเบียนเรียน ซึ่งเป็น สาเหตุของการลงทะเบียนเรียนล่าช้าของนักศึกษา ทั้งนี้ควรมีการเพิ่มระยะเวลาดำเนินการลงทะเบียนเรียน และ จำนวนที่นั่งในรายวิชา พร้อมทั้งควรลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นในการลงทะเบียนเรียน เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการ ลงทะเบียนเรียน นอกจากนั้นการพัฒนาระบบการลงทะเบียนให้มีความเหมาะสม ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ส่งผลต่อการลดจำนวนการลงทะเบียนเรียนล่าช้าต่อไป
ผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชน วัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชน วัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี ได้แก่ การทำพิมเสนน้ำ ยาดมสมุนไพร ดอกไม้จันทน์กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือผู้สูงอายุชุมชนวัดน้อยนอก จังหวัดนนทบุรี จำนวนทั้งสิ้น 35 คน ได้จากการสมัครใจในการเข้าร่วมกิจกรรม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน แบบสอบถามความพึงพอใจ และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย มีผลการศึกษาดังนี้ การสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานความสนใจ ใฝ่รู้ ความรับผิดชอบ ความประหยัด ความสะอาดเรียบร้อย และความสามัคคีอยู่ในเกณฑ์ดี ผลการปฏิบัติงานขั้นเตรียม ขั้นปฏิบัติ และผลงานสำเร็จอยู่ในเกณฑ์ดี ความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชนวัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี ด้านเนื้อหา กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจเนื้อหาวิชาเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต เช่น การใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.82 ด้านวิทยากร กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจการตอบข้อซักถามได้ชัดเจนและตรงประเด็น อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.94 และด้านสิ่งอำนวยความสะดวก กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจบริการอาหาร ของว่างและเครื่องดื่มมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.97