จำนวนงานวิจัย ( 253 )

สาเหตุการลงทะเบียนเรียนล่าช้า ของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
สาเหตุการลงทะเบียนเรียนล่าช้า ของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัยเรื่อง สาเหตุของการลงทะเบียนเรียนล่าช้าของนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสาเหตุการลงทะเบียนเรียนล่าช้า และเพื่อเปรียบเทียบลักษณะประชากรกับสาเหตุการลงทะเบียนเรียนล่าช้า ของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ซึ่งงานวิจัยนี้ใช้วิธีศึกษาเชิงสำรวจ การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้เก็บจากกลุ่มตัวอย่าง ที่เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี ภาคปกติ ทุกสาขาวิชาในภาคการศึกษาที่ 1/2567 คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 675 คน จำนวน ได้กลุ่มตัวอย่าง 251 คน ใช้แบบสอบถามเป็น เครื่องมือการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูลด้าน 1) ปัจจัยด้านความรู้ความเข้าใจในปฏิทินการศึกษา/ระเบียบ/ข้อบังคับ/แนวปฏิบัติ 2) ด้านการลงทะเบียนเรียน/หลักสูตร และ 3) ด้านอื่น ๆ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อย ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า 1. ด้านข้อมูลทั่วไป ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 51.80 สาขาวิชาการโรงแรมร้อยละ 35.90 โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 ร้อยละ 36.70 และขอทำการลงทะเบียนเรียนล่าช้า ร้อยละ 70.50 2. ด้านเกี่ยวกับสาเหตุของการลงทะเบียนเรียนล่าช้า ของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ผลการวิเคราะห์ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก ในทุกประเด็นโดยภาพรวม ( X = 3.72, S.D. = 0.66) โดยมีปัจจัยด้าน อื่นๆ สูงสุดอยู่ในระดับมาก (X = 3.72, S.D. = 0.66) ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่าสาเหตุของการลงทะเบียนเรียนล่าช้า ระดับคความสำคัญในด้านปัจจัยอื่นๆ โดยมาก คือนักศึกษาติดธุระ/ติดภาระงานที่ทำอยู่ทำให้เวลาไม่ตรงกับช่วงกำหนดของการลงทะเบียนเรียน ซึ่งเป็น สาเหตุของการลงทะเบียนเรียนล่าช้าของนักศึกษา ทั้งนี้ควรมีการเพิ่มระยะเวลาดำเนินการลงทะเบียนเรียน และ จำนวนที่นั่งในรายวิชา พร้อมทั้งควรลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นในการลงทะเบียนเรียน เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการ ลงทะเบียนเรียน นอกจากนั้นการพัฒนาระบบการลงทะเบียนให้มีความเหมาะสม ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ส่งผลต่อการลดจำนวนการลงทะเบียนเรียนล่าช้าต่อไป

2567
ผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชน วัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี
ผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชน วัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี

งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชน วัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี ได้แก่ การทำพิมเสนน้ำ ยาดมสมุนไพร ดอกไม้จันทน์กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือผู้สูงอายุชุมชนวัดน้อยนอก จังหวัดนนทบุรี จำนวนทั้งสิ้น 35 คน ได้จากการสมัครใจในการเข้าร่วมกิจกรรม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน แบบสอบถามความพึงพอใจ และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย มีผลการศึกษาดังนี้ การสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานความสนใจ ใฝ่รู้ ความรับผิดชอบ ความประหยัด ความสะอาดเรียบร้อย และความสามัคคีอยู่ในเกณฑ์ดี ผลการปฏิบัติงานขั้นเตรียม ขั้นปฏิบัติ และผลงานสำเร็จอยู่ในเกณฑ์ดี ความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชนวัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี ด้านเนื้อหา กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจเนื้อหาวิชาเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต เช่น การใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.82 ด้านวิทยากร กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจการตอบข้อซักถามได้ชัดเจนและตรงประเด็น อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.94 และด้านสิ่งอำนวยความสะดวก กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจบริการอาหาร ของว่างและเครื่องดื่มมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.97

2567
การพัฒนาโซเชียลคอมเมิรซเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำหรับวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดโคนน้อยเมืองนนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
การพัฒนาโซเชียลคอมเมิรซเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำหรับวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดโคนน้อยเมืองนนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาโซเชียลคอมเมิร์ซเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำหรับวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดโคนน้อยเมืองนนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ(Qualitative Research) มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงานและพฤติกรรมการใช้การตลาดดิจิทัลสำหรับวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดโคนน้อยเมืองนนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรีและเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาโซเชียลคอมเมิร์ซสำหรับวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดโคนน้อยเมืองนนท์อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยการสัมภาษณ์ เชิงลึกจากสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดโคนน้อยเมืองนนท์ โดยการวิจัยครั้งนี้ผู้ให้สัมภาษณ์ จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ทำการวิเคราะห์ผลโดยใช้โปรแกรมวิเคราะห์ทางสถิติด้วยคอมพิวเตอร์ ในการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ สถิติที่ใช้ในการศึกษา คือ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยนำเสนอผลการศึกษาในรูปตารางประกอบการบรรยาย และแสดงข้อมูลทางสถิติวิเคราะห์ รวบรวมข้อมูลในเดือนเมษายน 2567ผลการวิจัยเรื่องการพัฒนาโซเชียลคอมเมิร์ซเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำหรับวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดโคนน้อยเมืองนนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี มีดังนี้ 1) ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์ เป็นวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดโคนน้อยเมืองนนท์ ประกอบไปด้วย กรรมการบริหารวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดโคนน้อยเมืองนนท์ จำนวน 6 คน และสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดโคนน้อยเมืองนนท์ จำนวน 4 คน รวม 10 คน พบว่า เป็นเพศหญิงทั้งหมด ประสบการณ์การทำงานเฉลี่ย7 ปี 2) รูปแบบการใช้โซเชียลคอมเมิร์ซ พบว่า ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่หลากหลายจากผลการวิจัยเชิงคุณภาพ แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 รูปแบบการตลาดแบบเดิม พบว่า ไลน์กลุ่มได้รับความนิยมในการทำการตลาดแบบเดิม และติดต่อสื่อสารกับสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดโคนน้อยเมืองนนท์ มากที่สุด ร้อยละ 80 ส่วนที่ 2 ความต้องการพัฒนาการตลาดแบบใหม่ พบว่า ติกตอก ได้รับความนิยมมากที่สุด ร้อยละ 80 ส่วนที่ 3 สื่อมัลติมีเดียที่ต้องการนำเสนอตลาดเนื้อหา พบว่า สื่อภาพเป็นสื่อมัลติมีเดียที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ สื่อภาพ ร้อยละ 80 และส่วนที่ 4 สินค้ายอดนิยมที่ต้องการนำเสนอทุนทางวัฒนธรรม พบว่า สินค้ายอดนิยมที่ต้องการนำเสนอทุนทางวัฒนธรรมมากที่สุด คือ แหนมหมู ร้อยละ 70 3) การปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการใช้โซเชียลคอมเมิร์ซ ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ยูทูบ และติกตอก 4) การปรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์สำหรับวิสาหกิจชุมชน โดยกำหนดแนวทางการพัฒนากลยุทธ์ในแต่ละทางเลือกโดยใช้การวิเคราะห์ TOWS Matrix ออกมาเป็น 2 กลยุทธ์ ดังนี้ กลยุทธ์ที่ 1 กลยุทธ์ภาพลักษณ์ตราผลิตภัณฑ์เพื่อประชาสัมพันธ์ และการโฆษณาในโซเชียลคอมเมิร์ซและกลยุทธ์ที่ 2 กลยุทธ์การสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ลูกค้าในโซเชียลคอมเมิร์ซสำหรับวิสาหกิจชุมชนยุคดิจิทัล

2567
สํารวจความต้องการในการใช้พื้นที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จังหวัดลพบุรี
สํารวจความต้องการในการใช้พื้นที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จังหวัดลพบุรี

การวิจัย เรื่อง สํารวจความต้องการในการใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จังหวัดลพบุรี เป็นงานวิจัยแบบผสานวิธี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการรับบริการ ทางการศึกษาและความต้องการของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าในการเปิด ศูนย์การศึกษา ศูนย์การศึกษาชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์จากผู้ใช้บัณฑิต ผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐ และเอกชน และผู้นําชุมชนที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียงอําเภอชัยบาดาล จํานวน 10 คน และการตอบแบบสอบถามโดยนักเรียนที่กําลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า ในพื้นที่อําเภอชัย บาดาล จํานวน 400 คน ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า อําเภอชัยบาดาลมีความต้องการแรงงานทักษะสูงและ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ ส่งผลให้มีความต้องการบัณฑิตที่มีทั้งทักษะเฉพาะทางที่จําเป็นต้น วิชาชีพ (Hard Skill) และทักษะที่องค์กรต้องการในการทํางาน (Soft Skill) รวมทั้งควรมีการพัฒนาทักษะทั้งสองด้านอย่างต้อเนื่องภายหลังสําเร็จการศึกษาโดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานวิชาชีพ ทั้งนี้นักเรียนตัดสินใจศึกษาต่อจากความสนใจใน สาขาวิชา โอกาสในการประกอบอาชีพ และสิ่งอํานวยความสะดวกของมหาวิทยาลัย โดยมีความคาดหวังว่าจะได้รับการศึกษาในหลักสูตรที่ทันสมัย มีคุณภาพ และมีโอกาสในการ ประกอบอาชีพเมื่อสําเร็จการศึกษา ส่วนผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการศึกษาต้อระดับอุดมศึกษาของ นักเรียนที่กําลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ในพื้นที่อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพื่อการจัดตั้งศูนยการศึกษาของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ปัจจัยด้านมาตรฐานและความพร้อม ปัจจัยด้านความสะดวกสบาย ปัจจัยด้านหลักสูตร ปัจจัยด้านครอบครัว และปัจจัย ด้านชื่อเสียงและบริการ

2567
ซอฟต์พาวเวอร์ในหัตถกรรมผ้าถุงไทย: การวิเคราะห์เชิงทฤษฎีกราฟต่อการออกแบบผ้าลายขอนาค
ซอฟต์พาวเวอร์ในหัตถกรรมผ้าถุงไทย: การวิเคราะห์เชิงทฤษฎีกราฟต่อการออกแบบผ้าลายขอนาค

การออกแบบผ้าลายขอนาคโดยใช้การวิเคราะห์เชิงทฤษฎีกราฟ ใช้แนวคิดจำนวนดีกรีของจุดเท่ากับสองเท่าของจำนวนเส้น โดยมีดีกรี คือ [*สมการคณิตศาสตร์] และมีจำนวนเส้น คือ [*สมการคณิตศาสตร์] จุดแทนลายสานกันที่เกิดจากเส้นยืนและเส้นพุ่ง ผลการวิเคราะห์พบว่า มีดีกรี 254 ที่จำนวนเส้นมี 127 และสอดคล้องกับนิยามพื้นฐานของทฤษฎีกราฟ คือ ดีกรีของจุดเท่ากับสองเท่าของจำนวนเส้น [*สมการคณิตศาสตร์] * สามารถดูสมการคณิตศาสตร์ได้ที่ไฟล์ฉบับเต็ม

2567